โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กอบศักดิ์ ชี้ปัจจัยหุ้นไทยร่วง เหตุพึ่งพานำเข้าพลังงานสูง แนะเร่งหาแหล่งใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 10.14 น.
กอบศักดิ์ ภูตระกูล

กอบศักดิ์ ชี้ปัจจัยหุ้นไทยร่วงหนัก 100 จุด เหตุพึ่งพานำเข้าพลังงานสูง-กำไรพุ่งแรงช่วงต้นปี ยันปัจจัยพื้นฐานยังแกร่ง เงินไหลเข้าต่อเนื่อง แนะประหยัดพลังงานตั้งแต่วันนี้รับมือสงครามยืดเยื้อ 4 สัปดาห์ แนะรัฐบาลหาแหล่งน้ำมันใหม่ให้ได้ก่อนประเทศอื่น

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวถึงสถานการณ์ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (4 มี.ค. 69) ร่วงกว่า 100 จุด ว่า ขณะนี้ตลาดมีการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทย เป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก จากปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น หากถามถึงสาเหตุที่หุ้นตก เพราะตลาดหุ้นไทยมีผลตอบแทนดีที่สุดในช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีเพียงประเทศเกาหลีใต้ที่โตกว่าไทย 50% แต่ก็ตกเป็นจำนวนมาก ประมาณ 17-18%

ส่วนตลาดหุ้นไทยวันนี้ตกลง 8% ในช่วงเช้า และดีดตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดขึ้นมา ประมาณ 20 จุด และผลจากที่ตลาดหุ้นรับขึ้นไปมากทำให้มีแรงขายพอสมควร ซึ่งตลาดที่มีหุ้นตกจำนวนมาก 3 อันดับ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย ซึ่งทั้ง 3 ประเทศมี 2 สิ่งที่เหมือนกัน คือ หุ้นที่เพิ่มขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา และทั้ง 3 ประเทศ มีการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศจำนวนมาก อย่างประเทศญี่ปุ่นมีการนำเข้าเกือบ 90% เกาหลีใต้นำเข้า 100% และประเทศไทยก็นำเข้าจำนวนมากเช่นกัน

นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นทำให้เกิดความกังวลใจของทุกคน คิดว่าวันนี้ต้องมานั่งคุยกัน ว่าจะบริหารจัดการอย่างไร สิ่งที่กังวลใจคือสงครามอาจจะยืดเยื้อ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศไว้ว่า สงครามอาจเกิดขึ้น 4 สัปดาห์ ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขที่ประเทศไทยมีน้ำมันอยู่ เป็นสิ่งที่กังวลใจ และไทยจะต้องมีการเตรียมการ

และอาจมีความจำเป็นที่จะต้องคิดถึงเรื่องการประหยัดพลังงานในวันนี้ ดีกว่าไปประหยัดในช่วง 3-4 สัปดาห์ให้หลัง และคาดว่าในวันนี้ ในที่ประชุมจะหารือถึงการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้อย่างไร และในวันนี้ปัจจัยพื้นฐานของประเทศไทยยังไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง เงินยังคงไหลเข้า

ขณะเดียวกัน นายกอบศักดิ์ยังระบุอีกว่า หากดูตลาดหุ้นของสหรัฐอเมริกา 2 วันที่ผ่านมาหุ้นตกแค่ 400 จุด ไม่ถึง 1% แต่ของไทยตกมา 15% ซึ่งถือว่าเยอะมาก ทั้งที่เราเป็นประเทศที่ไม่ได้อยู่ในสงคราม ได้รับแค่ผลกระทบเรื่องน้ำมัน ซึ่งมองว่าน่าจะบริหารจัดการได้

เมื่อถามว่า รัฐบาลควรให้ความมั่นใจกับประชาชนอย่างไร ในเรื่องของน้ำมัน นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ต้องเริ่มจากแนวคิดว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อจะทำอย่างไร เราต้องคิดว่าหากการสู้รบยืดเยื้อกว่าที่เราคิด เราจะบริหารจัดการน้ำมันที่มีอยู่อย่างไร และต้องคิดว่าจะหาแหล่งอื่นอย่างไร ปัญหาสำคัญที่สุดตอนนี้คือช่องแคบฮอร์มุซ และยังมีโรงงานผลิตน้ำมันและก๊าซ แท่นขุดเจาะและท่าเรือ รวมถึงตัวลำเรือที่เป็นเป้านิ่งต่อการถูกโจมตี สงครามเอาแน่ไม่ได้ ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

ดังนั้น เราต้องเตรียมการให้ดี ต้องหาก๊อกสองและก๊อกสาม อย่างไรก็ตาม มองว่าขณะนี้เป็นจังหวะที่ดีที่จะดำเนินการในเรื่องของพลังงานทดแทน เช่น อีวี โซลาร์เซลล์

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับการใช้กองทุนน้ำมันมาตรึงราคา นายกอบศักดิ์กล่าวว่า เงินกองทุนน้ำมันมีไว้เพื่อการนี้ เมื่อเกิดความผันผวน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ราคาน้ำมันขึ้นมาที่ 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไม่ใช่ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างที่เคยเป็นมา ซึ่งนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา รู้เรื่องนี้แล้ว และพยายามทำทุกวิถีทาง เช่นที่ออกมาประกาศว่าสหรัฐจะเป็นผู้ค้ำประกันให้ จะดำเนินการเอาเรือบรรทุกน้ำมันออกมาจากช่องแคบฮอร์มุซ ต้องรอดู นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนผันของสงคราม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกและกักตุนน้ำมัน นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ต้องพยายามขอความร่วมมือทุกคน แต่ถ้าเขาเห็นว่ารัฐบาลนี้มีทางออก ความตระหนกจะหายไป เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ทุกคนกลัวว่าจะไม่มีน้ำมัน แต่ถ้าเขาคิดว่ามีแถวสองหรือแถวสามตามมาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกักตุน ขณะเดียวกัน ในเรื่องราคาได้ตอบโจทย์ไปแล้วว่าจะไม่มีการขึ้น แต่ที่สำคัญคือปริมาณ ดังนั้น หากให้ความมั่นใจกับประชาชนได้ก็จะช่วย ที่สำคัญที่สุด เราต้องหาแหล่งน้ำมันอื่นให้ได้ก่อนคนอื่น เพราะขณะนี้ทุกคนกำลังหาเหมือนกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กอบศักดิ์ ชี้ปัจจัยหุ้นไทยร่วง เหตุพึ่งพานำเข้าพลังงานสูง แนะเร่งหาแหล่งใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...