โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

UNHCR ออกแถลงการณ์ ระดมทรัพยากรช่วยผู้ลี้ภัย ท่ามกลางวิกฤตในตะวันออกกลาง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ออกแถลงการณ์เตือนว่า วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังสร้างแรงกดดัน่อสถานการณ์มนุษยธรรมในภูมิภาค พร้อมเตรียมระดมทรัพยากรและความช่วยเหลือเพื่อรองรับผู้ลี้ภัย และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบที่ขยายวงกว้างขึ้นในขณะนี้

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระดมทรัพยากรทั่วภูมิภาคช่วยเหลือวิกฤตในตะวันออกกลาง ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

เจนีวา – เจ้าหน้าที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เร่งระดมทรัพยากรจากอิหร่านและอัฟกานิสถานไปยังเลบานอน และซีเรีย เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ต้องพลัดถิ่นจากบ้านของตนเองท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลางที่อยู่ในภาวะตึงเครียด

หลายประเทศที่ได้รับผลกระทบ เป็นประเทศที่มอบที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นภายในประเทศนับล้านคน ด้วยบทบาทของ UNHCR ที่ดำเนินงานอยู่ในภูมิภาค เราจึงพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างทันท่วงที

UNHCR กำลังติดตามสถานการณ์ภายในอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยเราได้มีสำนักงานตั้งแต่ พ.ศ. 2527 และเป็นหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ มีสำนักงานในกรุงเตหะรานและสำนักงานภาคสนามทั้งหมด 5 แห่ง ในขณะนี้เราไม่สามารถยืนยันจำนวนผู้คนที่กำลังโยกย้ายถิ่นภายในประเทศได้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดย UNHCR พร้อมให้ความช่วยเหลือตามคำขอจากรัฐบาลของประเทศที่ได้รับผลกระทบทันที

อิหร่านเป็นประเทศที่รองรับผู้ลี้ภัยรวมถึงกลุ่มคนที่ต้องการความคุ้มครองระหว่างประเทศกว่า 1.65 ล้านคน UNHCR ยังคงให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนพวกเขาอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ ศูนย์แรกรับผู้ลี้ภัย และสายด่วนยังคงเปิดให้บริการ โดยให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ และยังคงสนับสนุนบริการที่สำคัญ อาทิ ด้านสาธารณสุข การศึกษา และการคุ้มครองทางสังคม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของเราทุกคนในประเทศปลอดภัย

แม้ก่อนเกิดความขัดแย้งครั้งนี้ ผู้ลี้ภัยในอิหร่านได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตึงเครียดของประเทศ อัตราเงินเฟ้อที่สูงและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นได้กัดกร่อนรายได้ให้ยิ่งเปราะบางยิ่งขึ้น ขณะที่การเข้าถึงของแรงงานที่มีอยู่อย่างจำกัดทำให้หลายคนต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้รับความต้องการขั้นพื้นฐานที่เพียงพอ มาตรการควบคุมการอยู่อาศัยที่เข้มงวดขึ้น และการส่งกลับประเทศต้นทางสร้างความวิตกกังวล ส่งผลให้ชาวอัฟกันสถานบางส่วนต้องตัดสินใจเดินทางกลับประเทศต้นทางภายใต้เงื่อนไขที่ยากลำบาก

เรากำลังทบทวนและเพิ่มความพร้อมที่จุดผ่านแดนสำคัญของอิหร่าน โดย UNHCR ขอเรียกร้องให้ทุกประเทศเปิดพรมแดนรับผู้ที่ต้องหนีจากการโจมตี เนื่องจากการปฏิเสธไม่รับผู้ที่จำเป็นต้องหนีจากอันตรายถึงชีวิตถือเป็นการผลักดันกลับซึ่งขัดต่อหลักการมอบความคุ้มครองระหว่างประเทศ

สื่อมวลชนรายงานว่ามีความเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนระหว่างตุรกีกับอิหร่านในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยในวันจันทร์จำนวนการเดินทางข้ามแดนยังอยู่ในระดับปกติ สถานการณ์บริเวณ Islam Qala ชายแดนระหว่างอัฟกานิสถานและอิหร่านยังคงมีเสถียรภาพ ขณะที่ความเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนอาร์เมเนียนั้นค่อนข้างมีอยู่อย่างจำกัด

UNHCR มีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ภายในประเทศอัฟกานิสถาน การคุ้มครองพลเรือน รวมถึงผู้ลี้ภัยและผู้เดินทางกลับประเทศ ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 มีชาวอัฟกานิสถานกว่า 5.4 ล้านคนเดินทางกลับจากอิหร่านและปากีสถาน โดยหลายคนไม่ได้กลับโดยสมัครใจ จนถึงขณะนี้ในปี พ.ศ. 2569 มีชาวอัฟกานิสถานมากกว่า 232,500 คน เดินทางกลับประเทศอัฟกานิสถาน (146,206 คนจากปากีสถาน และ 86,253 คนจากอิหร่าน)

การเดินทางกลับประเทศต้นทางที่เพิ่มขึ้น และมีจำนวนมากขึ้น ยิ่งเพิ่มความจำเป็นด้านการคุ้มครองอย่างมีนัยสำคัญ และเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดความไม่มั่นคงเพิ่มเติมในอัฟกานิสถานและในระดับภูมิภาค รวมถึงการโยกย้ายถิ่นไปยังพื้นที่อื่น

ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งล่าสุดระหว่างอัฟกานิสถานและปากีสถานยังคงดำเนินต่อไป ส่งผลให้ประชาชนหลายพันคนต้องพลัดถิ่นในจังหวัดคุนาร์และนันการ์ฮาร์ โดยจังหวัดคุนาร์ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวเมื่อปีที่ผ่านมา และเป็นพื้นที่ที่มีผู้เดินทางกลับประเทศต้นทางอาศัยอยู่จำนวนมาก

UNHCR และองค์กรพันธมิตรด้านมนุษยธรรมพร้อมตอบสนองต่อการเพิ่มขึ้นของผู้เดินทางกลับประเทศอย่างใกล้ชิด แม้ว่าทรัพยากรที่มีอยู่จะไม่เพียงพอต่อความต้องการ จากการกลับคืนถิ่นฐานจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมาและการขาดแคลนงบประมาณ ความสามารถของ UNHCR ในการให้ความช่วยเหลือผู้เดินทางกลับประเทศต้นทางลดลงอย่างมากเนื่องจากการถูกตัดงบประมาณ ในปี พ.ศ. 2569 UNHCR ต้องการงบประมาณ 454.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่นในอัฟกานิสถาน อิหร่าน ปากีสถาน และภูมิภาคเอเชียกลาง อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้รับเงินสนับสนุนเพียงร้อยละ 15 เท่านั้น

ภายในอัฟกานิสถาน ศูนย์ผ่านแดนโฮมริโก้ด้านตะวันตก และศูนย์แรกรับตัดปูไกล้จุดผ่านแดน Spin Boldak ได้รับผลกระทบจากการโจมตี ปัจจุบันด่านโฮมริโก้เปิดให้บริการ ขณะที่ด่าน Spin Boldak ยังเปิดให้สำหรับผู้เดินทางกลับชาวอัฟกานิสถาน UNHCR ยังคงปฏิบัติงานในพื้นที่เพื่อรับมือกับการพลัดถิ่นครั้งใหม่และการโยกย้ายถิ่นของผู้เดินทางกลับประเทศต้นทาง

สายด่วนของ UNHCR ในปากีสถานและอัฟกานิสถานยังคงเปิดให้บริการ โดยให้คำปรึกษาและข้อมูลแก่ผู้ลี้ภัยและบุคคลอื่นที่ต้องการการคุ้มครองระหว่างประเทศ

ทั่วทั้งภูมิภาค มีการจัดเตรียมสิ่งของบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินเพื่อตอบสนองอย่างทันท่วงทีจากคลังสำรองสิ่งของบรรเทาทุกข์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ รวมถึงที่เมืองเทอร์เมซ ประเทศอุซเบกิสถาน ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ใกล้อิหร่าน สิ่งของบรรเทาทุกข์ประกอบด้วย เต็นท์สำหรับครอบครัว ผ้าห่ม เสื่อนอน ชุดเครื่องครัว ถังน้ำ และโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์

หากมีความจำเป็นต้องมีการตอบสนองที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ความช่วยเหลือทางการเงินฉุกเฉินจะเป็นรูปแบบหลักของการสนับสนุนในหลายประเทศทั่วภูมิภาค ทั้งนี้ ได้มีการจัดเตรียมระบบเพื่อรองรับในอัฟกานิสถาน อิหร่าน อิรัก ชายแดนตุรกี และปากีสถาน เพื่อให้สามารถขยายความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ UNHCR ยังมีเจ้าหน้าที่สำรองสำหรับการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินทั่วโลก หากมีความจำเป็นต้องระดมกำลังเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน มีรายงานการพลัดถิ่นจำนวนมากในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน รวมเบก้า และเขตชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต หลังจากอิสราเอลออกคำเตือนให้ประชาชนอพยพมากกว่า 53 หมู่บ้าน ท่ามกลางการโจมตีทางอากาศอย่างหนักทั่วประเทศ

ในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569 มีประชาชนราว 30,000 คน ได้รับการรองรับและลงทะเบียนอยู่ในศูนย์พักพิงรวมที่รัฐบาลดำเนินการ ขณะที่ประชาชนจำนวนมากต้องนอนในรถของตนเอง ริมถนน หรือยังติดค้างอยู่ในการจราจรบนเส้นทางที่มุ่งหน้าออกจากพื้นที่ทางตอนใต้

UNHCR มีความกังวลต่อสถานการณ์ที่ทวีความตึงเครียดบริเวณชายแดนระหว่างเลบานอน และอิสราเอล และเรียกร้องให้มีการคุ้มครองพลเรือน ขณะเดียวกันได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบและองค์กรพันธมิตรเพื่อให้ความช่วยเหลือ ทีมงานของเรากำลังจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่จำเป็นแก่ครอบครัวผู้พลัดถิ่นที่เดินทางมาถึงศูนย์พักพิงที่รัฐบาลดำเนินการทั่วเลบานอน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการข้ามพรมแดนเข้าสู่ซีเรียจากเลบานอนที่เพิ่มขึ้นภายหลังคำสั่งอพยพของอิสราเอล ตามข้อมูลของทางการซีเรีย ระบุว่าในวันจันทร์ที่ผ่านมา มีประชาชนราว 11,000 คน เดินทางข้ามจากเลบานอน ซึ่งมีจำนวนสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายวัน เจ้าหน้าที่ของเราประจำอยู่ตามแนวชายแดนซีเรีย และ UNHCR ได้เตรียมแผนรองรับกรณีมีผู้เดินทางเข้าจำนวนมากจากเลบานอน รวมถึงการจัดเตรียมสิ่งของช่วยเหลือล่วงหน้าไว้ภายในซีเรีย

ในอิรัก UNHCR ยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด โดยประสานงานกับเจ้าหน้าที่บริเวณชายแดน แม้ขณะนี้ยังไม่พบการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ UNHCR พร้อมให้ความช่วยเหลือพลเมืองอิหร่านและผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถาน รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลตามความจำเป็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...