โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“นาโต” เตรียมหันลงทุนเทคโนโลยีสงคราม ดันยุโรปแบกรับความมั่นคงมากขึ้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 13.20 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 06.20 น.

"นาโต" เตรียมหารือในการประชุมสุดยอดเดือนกรกฎาคม ปรับทิศทางการลงทุนด้านกลาโหม เน้นเทคโนโลยีใหม่อย่างโดรนและ AI แทนอาวุธแบบดั้งเดิม ดันยุโรปแบกรับความมั่นคงมากขึ้น

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.15 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) เตรียมผลักดันการถกเถียงด้านความมั่นคงของยุโรปให้ก้าวไปไกลกว่าประเด็นการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ในการประชุมสุดยอดผู้นำที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ในเดือนกรกฎาคม โดยจะหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนใน เทคโนโลยีที่กำหนดรูปแบบสงครามยุคใหม่ เช่น โดรน และระบบที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เจ้าหน้าที่ของพันธมิตร ระบุว่า ในการประชุมผู้นำวันที่ 7-8 กรกฎาคม ที่กรุงอังการา สมาชิกนาโตจะหารือถึงการปรับทิศทางการลงทุนด้านกลาโหมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นเทคโนโลยีสมัยใหม่มากกว่าการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์แบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ นาโตยังเตรียมเชิญบริษัทด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเข้าร่วมจัดเวทีหารือควบคู่กับการประชุมด้วย

แรงกดดันด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นได้รับการตอกย้ำจากสถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ระบบป้องกันภัยทางอากาศของนาโตได้ยิงสกัด ขีปนาวุธพิสัยไกลจากอิหร่านที่มุ่งหน้าเข้าสู่น่านฟ้าของตุรกี

หนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือ การเร่งผลักดันให้ยุโรปกลายเป็นผู้รับผิดชอบหลักด้านความมั่นคงของตนเองมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันอย่างต่อเนื่อง

พันธมิตรยุโรปมีแนวโน้มจะแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าในการเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็น 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ตามที่สหรัฐเรียกร้องให้ยุโรปรับภาระด้านการป้องกันร่วมของนาโตมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักการทูตยุโรปรายหนึ่ง ระบุว่า แม้การเปลี่ยนไปเน้นการลงทุนด้านเทคโนโลยีจะเป็นแนวทางสำคัญ แต่ก็ไม่ได้ช่วยลดแรงกดดันต่อประเทศสมาชิกในการเพิ่มงบประมาณกลาโหมตามเป้าหมายที่ตกลงกันไว้เมื่อปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันภายในพันธมิตรยังมีความกังวลว่าประเทศสมาชิกจะสามารถเพิ่มงบประมาณได้ทันตามกำหนดก่อนการประชุมสุดยอดหรือไม่

ประเทศที่แสดงท่าทีลังเลต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐ ได้แก่ สเปน และสาธารณรัฐเช็ก โดยรัฐบาลสเปนระบุว่าสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความมั่นคงได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณมากนัก ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับสเปนปะทุขึ้นหลังจากทรัมป์ขู่ว่าจะระงับการค้ากับสเปน เนื่องจากมาดริดปฏิเสธไม่ให้ใช้ฐานทัพเพื่อสนับสนุนการโจมตีอิหร่าน

ในสาธารณรัฐเช็ก รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีมหาเศรษฐี อันเดรย์ บาบิช มีแผนลดความทะเยอทะยานด้านการเพิ่มงบกลาโหม ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างหนักโดยประธานาธิบดี เพทร พาเวล อดีตนายพลของนาโต ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของเช็กพยายามเจรจากับวอชิงตันเพื่อขอความยืดหยุ่นในประเด็นดังกล่าว

เอลบริดจ์ โคลบี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวกับรัฐมนตรีกลาโหมของนาโตเมื่อเดือนที่แล้วว่าแม้งบประมาณกลาโหมจะมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้ทรัพยากรเหล่านั้น

เขาย้ำถึง ความจำเป็นในการมีกองกำลังที่พร้อมรบ อาวุธยุทโธปกรณ์ที่เพียงพอ เครือข่ายโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง และโครงสร้างการบัญชาการที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์วิกฤต

สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ยังสะท้อนให้เห็นว่าการทำสงครามสมัยใหม่ถูกกำหนดด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะโดรน ดาวเทียม และระบบโลจิสติกส์ขั้นสูง ซึ่งเจ้าหน้าที่นาโตระบุว่า การลงทุนด้านโดรนอย่างจริงจังจะช่วยลดช่องว่างด้านศักยภาพทางทหารระหว่างสหรัฐกับยุโรป ควบคู่ไปกับการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์แบบดั้งเดิม

ด้าน พลเรือเอก ปิแอร์ แวนดิเอร์ ผู้บัญชาการระดับสูงของนาโต กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดในขณะนี้คือ ความเร็วในการพัฒนาและจัดหาอาวุธ เนื่องจากก่อนสงครามยูเครน กระบวนการพัฒนาอาวุธในพันธมิตรอาจใช้เวลานานถึง 20 ปี แต่ปัจจุบันนาโตต้องเร่งดำเนินการให้ได้ผลภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี

เขาระบุว่า นาโตจำเป็นต้องมี การผสมผสานระหว่างยุทโธปกรณ์แบบเดิมกับเทคโนโลยีป้องกันประเทศสมัยใหม่ เพื่ออุดช่องว่างด้านศักยภาพทางทหารในระยะสั้น

ปัจจุบันนาโตกำลังศึกษาวิธีผสานศักยภาพทางทหารของประเทศสมาชิก เพื่อให้สามารถใช้จ่ายงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และอาจช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านการป้องกันของพันธมิตรได้เร็วขึ้น

แวนดิเอร์ระบุว่า พันธมิตรนาโตกำลัง“แข่งกับเวลา” ในการเสริมสร้างกำลังทางทหาร ท่ามกลางแนวโน้มที่สหรัฐอาจลดบทบาทด้านความมั่นคงในยุโรป

ขณะเดียวกันสงครามกับอิหร่านอาจยิ่งเร่งกระบวนการเสริมกำลังทหารของยุโรป (rearmament) เนื่องจากหลายประเทศกังวลว่าความขัดแย้งอาจลุกลาม โดยเฉพาะความจำเป็นเร่งด่วนในการเพิ่มศักยภาพ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ

ด้านมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการนาโต มีแนวโน้มจะใช้เวทีประชุมสุดยอดครั้งนี้ประกาศตัวเลขงบประมาณกลาโหมก้อนใหญ่ที่ประเทศสมาชิกให้คำมั่น โดยเฉพาะจาก เยอรมนี เพื่อแสดงความคืบหน้าของพันธมิตร

แหล่งข่าวระบุว่า หนึ่งในวิธีที่นาโตอาจใช้แสดงความคืบหน้า คือการประเมินผลผ่าน สัดส่วนศักยภาพทางทหาร (capabilities) ของพันธมิตร ไม่ใช่เพียงตัวเลขงบประมาณเพียงอย่างเดียว

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...