โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 มีนาคม 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 มีนาคม 2569

>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จ.หนองคาย

07.10 น. รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนทางหลวงหมายเลข 4044 ในพื้นที่ ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ฟอร์ซ่า สีดำ ป้ายทะเบียน อุดรธานี ลักษณะชนกับ รถกระบะ โตโยต้า สีดำ ป้ายทะเบียน หนองคาย ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย เป็นผู้ชายไทย อายุ 17 และอายุ 18 ปี และพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย เป็นผู้ชายไทย อายุ 18 ปี ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ

ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงน้้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าบ่อ

>> รถจักรยานยนต์ 2 คันชนกัน และมีผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสูงอายุ จ.เพชรบูรณ์

08.03 น. รับแจ้งจาก มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ 2 คันชนกัน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส กลางถนนหมายเลข 2005 บริเวณใกล้เคียงแยกวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน เพชรบูรณ์ ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหายอยู่กลางถนน ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 60 - 65 ปี และห่างออกไป พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า จิออโน่ สีเทา ไม่พบป้ายทะเบียน และมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 25 ปี ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มเก่า

>> ไฟไหม้เพิงพักซ้ำรอบสอง ชาวบ้านผวา คาดว่าจะมีมือดี ก่อเหตุวางเพลิง วอนตำรวจเร่งสอบสวนจับกุม จ.ลำปาง

08.45 น. ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ ไฟไหม้เพิงพักและจุดเก็บของ ภายในชุมชนบ้านเด่น พื้นที่บ้านโทกหัวช้าง ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง

ที่เกิดเหตุ พบเพลิงลุกไหม้บริเวณจุดเก็บของข้างเพิงพัก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองเขลางค์นคร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเขลางค์นคร และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ พร้อมด้วยรถดับเพลิง เร่งฉีดน้ำสกัด จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านในละแวกดังกล่าว เนื่องจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ใกล้เคียงเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ลักษณะคล้ายกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการกระทำโดยเจตนาหรือไม่

เบื้องต้นมีข้อมูลว่า ชายอายุประมาณ 40 ปีรายหนึ่ง ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางเพลิงในพื้นที่ก่อนหน้านี้ โดยเจ้าของบ้านและภรรยาให้ข้อมูลว่าเกิดความสงสัยว่าเหตุการณ์ครั้งล่าสุดอาจเชื่อมโยงกับบุคคลดังกล่าว ซึ่งเคยตกเป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุลักษณะเดียวกัน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยานแวดล้อม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานว่ามีความเกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้ก่อนหน้านี้หรือไม่

>> รัฐบาลเตือน ผู้ประกอบการ ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า โดยไม่มีเหตุอันควร โทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท

09.33 น. นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมมาตรการรับมือในส่วนที่เกี่ยวข้องของ แต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน จะต้องมีอย่างเพียงพอ ร้านค้าผู้ประกอบการจะต้องไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า จะต้องปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการอย่างชัดเจน ถูกต้อง และครบถ้วนตามกฎหมาย

“รัฐบาลขอย้ำเตือนให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 อย่างเคร่งครัด โดยห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ ห้ามกักตุนสินค้า หรือกระทำการใดที่ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หากตรวจพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที ซึ่งความผิดในการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่เหตุอันควร มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

“ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก จากการตรวจสอบของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีเพียงพอ และยังไม่พบปัจจัยที่จำเป็นต้องปรับขึ้นราคา โดยรัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน เพื่อดูแลค่าครองชีพและรักษาความเป็นธรรมด้านราคาให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

>> นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุม อ.ก.พ. สำนักงาน ปปง. ครั้งที่ 1/69

10.35 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการสั่งการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

นายก ฯ รับทราบรายงานโครงสร้าง อัตรากำลัง รวมถึงภารกิจสำคัญและการดำเนินงานที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนในอนาคต พร้อมย้ำให้คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวทำหน้าที่พิจารณากำหนดนโยบาย ระบบและระเบียบวิธีบริหารทรัพยากรบุคคลที่ต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์วิธีการและมาตรฐานที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด เพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

>> ปลัดมหาดไทย สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ดำเนิน 3 มาตรการ "กำกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค

10.51 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชนจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงเวลาปัจจุบัน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการติดตาม เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ดำเนินการ 3 มาตรการ ได้แก่

แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้บริหารจัดการราคาสินค้าและบริการ โดยป้องกันการฉกฉวยโอกาสการขึ้นราคาและการกักตุน รวมทั้งกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และราคาพลังงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด, สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ไม่ตื่นตระหนก เนื่องจากสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีเพียงพอ พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจการดำเนินงานของภาครัฐในการดูแลค่าครองชีพและรักษาความเป็นธรรมด้านราคาให้กับประชาชน และ กำกับดูแลการปฏิบัติงานของส่วนราชการภายในจังหวัดตามแนวทางและมาตรการของรัฐบาลและของทุกส่วนราชการอย่างเคร่งครัด

>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ตรงข้ามซอยเลียบวารี 55

10.54 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ตรงข้ามซอยเลียบวารี 55 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอกกรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง ลุกลามบ้านข้างเคียง 2 หลังได้รับเสียหายบางส่วน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองจอก

>> นายกรัฐมนตรี ย้ำ 2 รอบ "ไม่มีกักตุนน้ำมัน " หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ

11.55 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณีที่ขณะนี้เริ่มมีการกักตุนน้ำมัน จาก เหตุสงครามในตะวันออกกลาง และอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซว่า "ไม่มีครับ"

ส่วนที่นายกรัฐมนตรี สั่งตรึงราคาน้ำมัน 15วันนั้น นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถามและเดินขึ้นรถกลับออกจากการเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมและการสัมมนาทางวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ที่เมืองทองธานี ไปเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ต่อมา นายอนุทิน เดินทางมาถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำถึงกรณีที่ประชาชนแห่ออกมาเติมน้ำมัน เพื่อกักตุน นายอนุทิน ตอบเหมือนเดิมว่า “ไม่มีครับ” ก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องรับรองทันที

>> รถเก๋งชนประตูรั้ว ก่อนพุ่งจมบ่อน้ำของชาวบ้าน พบร่างพระภิกษุมรณภาพ ส่วนฆราวาสที่มาด้วยกัน หายไป ตร.เร่งติดตามตัว

12.30 น. ร.ต.อ.วีรยุทธ สุขแสง รอง สว.(สอบสวน) สภ.สระยายโสม ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลเสียหลักพุ่งลงบ่อน้ำของชาวบ้าน บริเวณหลังวัดยางไทยเจริญผล หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านดอน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ไดฮัทสุ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน เชียงใหม่ อยู่ในบ่อน้ำ ห่างออกไปพบว่าประตูบ้านที่อยู่ก่อนถึงบ่อมีร่อรอยเฉี่ยวชน ที่พื้นถนนมีรอยล้อรถเป็นทางยาวจนถึงบ่อน้ำ และพบพระภิกษุ 1 รูปติดอยู่ในรถคันดังกล่าว ชาวบ้านช่วยกันลงไปนำพระขึ้นมาก่อนหน้า แต่พบว่ามรณภาพแล้ว ทราบต่อมาว่า สังกัดวัดที่ทุ่งกระเจ็ด อ.อู่ทอง แต่ไม่พบเอกสารติดตัว ชาวบ้านได้แจ้งว่า พบชาย 1 ราย ที่มาด้วยกันกับพระ แต่หลังจากเกิดเหตุได้หายตัวไป

ส่วนทางเจ้าของบ้านแจ้งว่า ตนได้ยินเสียงดังและมีคนมาตามให้ไปช่วยพระ ที่อยู่ในรถ ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่มากับพระ หลังจากนั้นได้หายตัวไป

อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุและใกล้เคียงและติดตามตัวบุคคลที่มากับพระมาสอบสวนต่อไป

>> หนุ่มใหญ่ชาวออสซี่ ขี่รถบิ๊กไบค์ท่องเที่ยวกับเพื่อน รถเสียหลักพุ่งลงเหวลึก ริมถนนสาย ท่าลี่ - ภูเรีอ จนท.ต้องโรยตัวนำร่างขึ้นมา จ.เลย

13.20 น. หน่วยกู้ภัยสว่างกู้ภัยสว่างคีรีธรรม ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เสียหลัก พุ่งตกลงไปในเหว ความลึกประมาณ 10-15 เมตร ริมถนนสาย อ.ท่าลี่ - อ.ภูเรือ บริเวณรอยต่อบ้านห้วยติ้ว ต.ลาดค่าง อ.ภูเรือ กับบ้านแก่งม่วง ต.น้ำทูน อ.ท่าลี่ จ.เลย

ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบต่อมา เป็นผู้ชาย สัญชาติชาวออสเตรเลีย ลักษณะนอนหงาย สวมเสื้อยืดแขนยาวฟ้าขาว กางเกงขายาวสีเทาอ่อน สวมหมวกกันน็อก อยู่ข้างรถจยย. บิ๊กไบค์ BMW สีขาว คาดว่าจะเสียชีวิตมาแล้วร่วม 1 ชม. และยังพบว่ารถเกิดกลุ่มควันและไฟลุกไหม้ ทางเจ้าหน้าที่ช่วยกันดับเพลิงสงบ

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นนักท่องเที่ยว ได้เช่ารถที่ จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยเพื่อนประมาณ 20 คัน มาขับขี่ท่องเที่ยวที่ จ.เลย ขณะกลับไปเที่ยว อ.นาแห้ว จ.เลย มีเพื่อนขี่นำหน้าไปแล้ว เหลืออยู่เพียง 3 คันขี่ตามหลัง

ผู้ตายขี่นำหน้าไปรถเกิดสะดุดจนรถเสียหลักพลิกคว่ำลงไปลำห้วยใต้สะพานที่ลึกร่วม 10 เมตร เพื่อนอีก 2 คัน รีบลงไปช่วยและทำ CPR แต่สุดท้ายยื้อชีวิตไม่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทาง พงส.มอบหมายให้กู้ชีพนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรพลิกศพที่ รพ.ภูเรือ

>> “ทนายกุ้ง” ชี้คดีหมิ่นประมาท “ปู-มัณฑนา” หลักฐานหักล้างไม่ได้ ย้ำเดินหน้าฟ้องถึงที่สุด

14.08 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลัง ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี ปรับ 60,000 บาท แต่รอลงอาญา 2 ปี และคุมประพฤติ 1 ปี ในคดีที่ รัศมี ทองสิริไพรศรี หรือ “ลูกหมี” ฟ้อง มัณฑนา หิมะทองคำ หรือ “ปู-มัณฑนา” ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

“ทนายกุ้ง” อำนวยพร ให้สัมภาษณ์ว่า มูลเหตุคดีเกิดจากการที่จำเลยให้สัมภาษณ์สื่อกล่าวหาโจทก์ว่าปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมาย คิดดอกเบี้ยร้อยละ 5-10 ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นการร่วมลงทุนตามข้อตกลงในแชทไลน์ ไม่มีการกู้ยืมตั้งแต่ต้น กระทั่งภายหลังเกิดปัญหาเช็คเด้งจึงทำสัญญากู้ยืมเพื่อป้องกันการเบี้ยวหนี้

ทนายกุ้งระบุเพิ่มเติมว่า ฝ่ายจำเลยไม่สามารถนำพยานหลักฐานมาหักล้างในศาลได้ โดยเฉพาะที่มาของเงินและรายละเอียดธุรกิจที่อ้างว่านำไปลงทุน ซึ่งไม่สามารถแสดงข้อมูลต่อศาลได้ ขณะที่ฝ่ายโจทก์มีไทม์ไลน์ชัดเจนตั้งแต่เริ่มชักชวนลงทุนจนถึงวันที่ไม่ชำระเงิน พร้อมยืนยันการดำเนินคดีเป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย หลังการสอบสวนที่ สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ มีความล่าช้า ทั้งนี้ วันที่ 14 มีนาคมนี้ ศาลแขวงพระนครใต้ นัดตัดสินคดีฉ้อโกงเพิ่มเติม หากศาลเห็นว่ามีความผิดอาจไม่มีการรอลงอาญา และหากจำเลยกระทำผิดซ้ำในช่วงรอลงอาญา 2 ปี ศาลสามารถเพิกถอนการรอลงอาญา

>> เพลิงไหม้ภายในร้านอาหาร ซอยหัวหมาก 9 เจ้าหน้าที่และรถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

14.34 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยหัวหมาก 9 ถนนหัวหมาก แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพิงไม้ชั้นเดียว หลังคามุงหญ้าคาและเมทัลชีท ประกอบกิจการร้านอาหาร ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่หลังคา เพลิงลุกไหม้หลังคาเมทัลชีท หญ้าคาเเละผ้าใบ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 8 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากการสะสมความร้อนของหลังคาเมทัลชีทลุกลามหญ้าคา ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก

>> ผู้ว่าฯ เชียงรายลงพื้นที่ตรวจเข้มทั้งจังหวัด สยบข่าวลือ "น้ำมันขาดตลาด" ย้ำใครกักตุนฟันไม่เลี้ยง

15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สนธิกำลังทีมเฉพาะกิจพลังงาน-พาณิชย์-ชั่งตวงวัด ลงพื้นที่เอ็กซเรย์คลังน้ำมันและสถานีบริการทั่วจังหวัดเชียงรายเพื่อ สร้างความเชื่อมั่นประชาชน “ตระหนักได้แต่ไม่ตระหนก” ยืนยันน้ำมันมีพอใช้ พร้อมเปิดสายด่วน 24 ชั่วโมง รับแจ้งเหตุฉวยโอกาสซ้ำเติมประชาชน คุมเข้ม 6 มาตรการเหล็ก หวั่นพวกฉวยโอกาส

"เราต้องการให้ชาวเชียงรายเข้าใจสภาวะการณ์ตามจริง น้ำมันในจังหวัดเราไม่ได้ขาดแคลน ขอให้ใช้ชีวิตปกติ อย่าตื่นตระหนกจนแห่กักตุน ซึ่งจะกลายเป็นการสร้างปัญหาใหม่"

นายปรศักดิ์ งามสมภาค พลังงานจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ในส่วนของเชียงรายประชาชนมีความกังวล จึงพบมีการนำถังมาใส่น้ำมันเพิ่ม ทำให้ความต้องการต่อวันมันมากขึ้น น้ำมันเลยหมดเร็วกว่าปกติ ซึ่งจังหวัดได้ประสานผู้ประกอบการเร่งรอบรถน้ำมันแล้ว นับเป็นโชคดีที่เชียงรายมีคลังน้ำมันของตัวเอง ทำให้การขนส่งทำได้เร็วกว่าพื้นที่อื่น ยืนยันว่าน้ำมันไม่ขึ้นราคา และมีเพียงพอ ขอให้ใช้ชีวิตตามปกติ อย่ากักตุน

>> คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต ในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

17.00 น. ได้รับรายงานจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลเตราะบอน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ว่าเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต บริเวณถนนหมายเลข 42 ใกล้เคียงอู่ทำสีรถ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนบาโงมูลง หมู่ที่ 6 ตำบลเตราะบอน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือ สิบตำรวจเอก อนุวัต ผู้บังคับหมู่ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ สถานีตำรวจภูธรสายบุรี จากการสอบถามข้อมูลในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุภายหลังจากผู้เสียชีวิตออกเวรในเวลา 16.00 น. ได้มีการนัดหมายกับเจ้าของอู่ซ่อมรถเพื่อทำสีและตกแต่งรถ เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณดังกล่าว คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่จนเสียชีวิต ก่อนจะชิงอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำกายของทางราชการแล้วหลบหนีไป

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้เข้าปิดกั้นพื้นที่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกขั้นตอนยึดถือหลักกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

>> ถังเปล่ารถบรรทุกน้ำมันระเบิด บริเวณลานจอดรถ คนงานเสียชีวิต 1 ราย ตร.เร่งหาสาเหตุ จ.ชลบุรี

20.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาม ได้รับแจ้งเหตุถังน้ำมันเปล่าท้ายรถบรรทุกระเบิด และมีผู้เสียชีวิต บริเวณลานจอดรถบรรทุก ในพื้นที่ ม.1 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นลานจอดรถบรรทุก ที่บริเวณท้ายลานพบเศษซากรถบรรทุกน้ำมัน 18 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน ชลบุรี ความรุนแรงทำให้บริเวณตัวถังน้ำมันขนาด 50,000 ลิตร ฉีกขาดจนเป็นซาก เคราะห์ดีที่ภายในไม่มีน้ำมันบรรจุ

ห่างออกไปที่บริเวณป่าหญ้า พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบต่อมา คือ ชายไทย อายุ 36 ปี ภูมิลำเนาชาว จ.ชัยนาท เป็นคนงานในลานรถบรรทุก อยู่ในสภาพศพร่างกายฉีกขาด ชิ้นส่วนถูกแรงระเบิดอัดจนกระเด็นไปคนละทิศทาง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่ไว้ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ

สอบถามนาย ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า รถบรรทุกคันดังกล่าว เพิ่งจะไปส่งน้ำมันมาและเข้ามาจอดภายในลาน ก็ไม่มีใครไปยุ่งเกี่ยว ระหว่างนั้น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พอหันมาอีกทีก็พบว่าตัวถังน้ำมัน ลอยกระเด็นขึ้นไปบนฟ้า แล้วตกลงมากระแทกพื้น ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นคนงานในลานจอด ระหว่างเดินผ่านได้ถูกแรงระเบิดจนเสียชีวิต

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานชลบุรีที่ 2 และผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...