ธุรกิจตั้งใหม่ปี 68 ลดลง 2.68% ต่างชาติลงทุนไทยสูงสุดในรอบ 5 ปี
The Bangkok Insight
อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 08.53 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 08.53 น. • The Bangkok Insightกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยภาพรวมการจดทะเบียนธุรกิจตั้งใหม่ ธ.ค. /ถ68 มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่ 5,187 ราย เพิ่มขึ้น 18.51% เมื่อเทียบกับช่วง ธ.ค. 2567 ขณะที่การลงทุนจากต่างชาติในไทยตลอดปี 2568 มีเงินลงทุนสูงสุดในรอบ 5 ปี
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เดือนธ.ค. 2568 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 5,187 ราย ลดลง 367 ราย คิดเป็น 6.61% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 5,554 ราย และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เดือนธ.ค. 2567 อยู่ที่ 4,377 ราย เพิ่มขึ้น 810 ราย คิดเป็น 18.51%
ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 13,385 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 14,860 ล้านบาท ลดลง 1,475 ล้านบาท คิดเป็น 9.92% และเมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. 2567 อยู่ที่ 22,895 ล้านบาท ลดลง 9,510 ล้านบาท คิดเป็น 41.54%
ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ได้แก่
1. ธุรกิจบริการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น มีจำนวน 1,168 ราย เพิ่มขึ้น 771 ราย คิดเป็น 194.21% ทุนจดทะเบียน 799 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.26 ล้านบาท คิดเป็น 0.26%
2. ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ทและห้องชุด มีจำนวน 1,410 ราย เพิ่มขึ้น 462 ราย คิดเป็น 48.73% ทุนจดทะเบียน 13,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,440 ล้านบาท คิดเป็น 263.64%
3. ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า รวมถึงคนโดยสาร มีจำนวน 1,961 ราย เพิ่มขึ้น 449 ราย คิดเป็น 29.70% ทุนจดทะเบียน 2,976 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 567.37 ล้านบาท คิดเป็น 23.55%
ขณะที่ภาพรวมการจัดตั้งใหม่ตลอดทั้งปี 2568 มีจำนวน 85,251 ราย ลดลง 2,345 ราย คิดเป็น 2.68% เมื่อเทียบกับ ปี 2567 อยู่ที่ 87,596 ราย ทุนจดทะเบียนสะสมอยู่ที่ 264,237 ล้านบาท ลดลง 21,508 ล้านบาท คิดเป็น 7.53% เมื่อเทียบกับ ปี 2567 อยู่ที่ 285,745 ล้านบาท
ส่วนการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนธ.ค. 2568 มีจำนวน 6,112 ราย เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย. 2568 (2,494 ราย) เพิ่มขึ้น 3,618 ราย คิดเป็น 145.07% และเมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. 2567 (6,065 ราย) เพิ่มขึ้น 47 ราย คิดเป็น 0.77%
ด้านทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 17,797 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย. 2568 (10,979 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 6,818 ล้านบาท คิดเป็น 62.10% และเมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. 2567 (35,102 ล้านบาท) ลดลง 17,305 ล้านบาท คิดเป็น 49.30%
ภาพรวมการจดทะเบียนเลิกตลอดทั้งปี 2568 มีจำนวน 22,783 ราย ลดลง 896 ราย คิดเป็น 3.78% เมื่อเทียบกับปี 2567 (23,679 ราย) ทุนจดทะเบียนสะสมอยู่ที่ 106,594 ล้านบาท ลดลง 64,586 ล้านบาท คิดเป็น 37.73% เมื่อเทียบกับปี 2567 (171,180 ล้านบาท)
จากข้อมูล ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2568 พบว่า มีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2,050,079 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 31.88 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 967,210 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 23.42 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 769,590 ราย คิดเป็น 79.57% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 17.37 ล้านล้านบาท ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 196,115 ราย คิดเป็น 20.28% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 0.43 ล้านล้านบาท และบริษัทมหาชนจำกัด 1,505 ราย คิดเป็น 0.15% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 5.62 ล้านล้านบาท
สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่มีสัดส่วนการจดทะเบียนมากที่สุดคือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 525,178 ราย ทุนจดทะเบียน 13.69 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 316,894 ราย ทุนจดทะเบียน 2.62 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 125,138 ราย ทุนจดทะเบียน 7.11 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.30%, 32.76% และ 12.94% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามลำดับ
การลงทุนของชาวต่างชาติ
การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (เฉพาะธุรกิจที่กำหนดให้ต้องขออนุญาต) เดือนธ.ค. 2568 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย 105 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 12,986 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากสิงคโปร์ จีน และญี่ปุ่น ตามลำดับ
สำหรับตลอดปี 2568 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 1,078 ราย เงินลงทุน รวมทั้งสิ้น 324,148 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นมูลค่าเงินลงทุนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปี (ปี 2564 - 2568) โดยการอนุญาตฯ ตลอดปี 2568 มีจำนวนเพิ่มขึ้น 124 ราย (13%) เมื่อเทียบกับปี 2567 (954 ราย) และมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 96,042 ล้านบาท (42%) เมื่อเทียบกับปี 2567 (228,106 ล้านบาท)
สำหรับประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. ญี่ปุ่น 186 ราย คิดเป็น 17% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 85,688 ล้านบาท 2. สิงคโปร์ 167 ราย คิดเป็น 15% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 103,399 ล้านบาท 3. จีน 152 ราย คิดเป็น 14% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 35,046 ล้านบาท 4. สหรัฐ 148 ราย คิดเป็น 14% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 5,073 ล้านบาท 5. ฮ่องกง 113 ราย คิดเป็น 10% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 14,869 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 312 ราย คิดเป็น 30% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 80,073 ล้านบาท
การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ของปี 2568 ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีจำนวน 313 ราย คิดเป็น 29% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 12 ราย คิดเป็น 4% เมื่อเทียบกับปี 2567 (301 ราย)
ขณะที่มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 106,461 ล้านบาท คิดเป็น 33% ของเงินลงทุนทั้งหมด เป็นนักลงทุนจากประเทศจีน 83 ราย เงินลงทุน 19,263 ล้านบาท ญี่ปุ่น 67 ราย เงินลงทุน 33,840 ล้านบาท สิงคโปร์ 46 ราย เงินลงทุน 23,238 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 117 ราย เงินลงทุน 30,120 ล้านบาท
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ธุรกิจจัดตั้งใหม่ ก.ย. 68 เพิ่มขึ้น 6.74% ญี่ปุ่นรั้งแชมป์ลงทุนไทยมากสุด
- โชว์ 7 เดือน จดทะเบียนธุรกิจใหม่โต 5.1 หมื่นราย ทุนจดทะเบียนสะสม 1.7 แสนล้าน
- ผ่านครึ่งปีแรก ยอดจดทะเบียนธุรกิจใหม่ทะลุ 4.3 หมื่นราย ทุนแตะ 1.5 แสนล้าน
ติดตามเราได้ที่