การบินไทยย้ำ Network Airline รุกเพิ่มเส้นทางจีน-อินเดีย
“การบินไทย” ลงทุนยกระดับฝูงบินสู่นิวเจเนอเรชั่น ปีนี้ทยอยรับมอบเครื่องรุ่นใหม่ A321Neo 16 ลำ ครบ 32 ลำ ใน 3 ปี พร้อมเครื่องลำตัวกว้าง B787 รองรับเส้นทางบินระยะไกล ตอบโจทย์เน็ตเวิร์กแอร์ไลน์อีก 10 ลำ คาดสิ้นปีนี้มีฝูงบินรวม 100 ลำ ใกล้เคียงก่อนโควิด ล่าสุดเตรียมเพิ่มเส้นทางบิน-เพิ่มความถี่เส้นทางสู่จีน-อินเดีย หนุนรายได้กลับมาเติบโตอย่างมีนัยยะอีกครั้ง
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีที่บริษัททยอยรับเครื่องบินใหม่ Airbus A321Neo จำนวน 16 ลำ จากแผนรับทั้งหมด 32 ลำ ภายใน 3 ปี (รูปแบบเช่าดำเนินการ) และเครื่องบินรุ่นลำตัวกว้าง B787 อีกจำนวน 10 ลำ เพื่อทดแทนเครื่องเดิมที่ต้องส่งคืนตามสัญญา โดยคาดว่าสิ้นปีนี้การบินไทยจะมีฝูงบินเพิ่มจาก 79 ลำ เป็น 100 ลำ ใกล้เคียงกับก่อนโควิดที่มีจำนวน 103 ลำ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของการเป็น Network Airline
โดยเครื่องบินทั้ง 100 ลำนี้จะเป็นเครื่องนิวเจเนอเรชั่นที่ทันสมัยที่สุดและประหยัดพลังงานทั้งหมด ซึ่งจะทำให้การบินไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และทำให้การบินไทยมีรายได้กลับมาเติบโตอย่างมันนัยยะสำคัญได้อีกครั้ง
นายชายกล่าวว่า การนำเครื่องบินแบบ Airbus A321neo เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในฝูงบินของบริษัท ถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของการบินไทย ที่ไม่เพียงเพื่อพัฒนาและยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร ด้วยห้องโดยสารและผลิตภัณฑ์ในห้องโดยสารที่มีความสะดวกสบายและทันสมัย แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยและภูมิภาค ไปสู่การบินที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจะเริ่มบินเชิงพาณิชย์วันที่ 22 มกราคม 2569
ทั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการในเส้นทางระยะสั้นและระยะกลางครอบคลุมตลาดอาเซียน จีน อินเดีย และเอเชียตะวันออก ตลอดจนเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางที่มีความต้องการสูง โดยเบื้องต้นจะใช้สำหรับทำการบินในเส้นทางกรุงเทพฯ-สิงคโปร์, สิงคโปร์-กรุงเทพฯ, กรุงเทพฯ-ภูเก็ต, ภูเก็ต-กรุงเทพฯ, กรุงเทพฯ-เดลี, เดลี-กรุงเทพฯ
“การได้เครื่องบินรุ่นนี้มาทำให้การบินไทยสามารถหมุนเวียนการใช้เครื่องบินที่เหมาะสมกับดีมานด์ของตลาดในแต่ละเส้นทางได้อย่างเหมาะสมและดียิ่งขึ้น รวมถึงยังมีเครื่องเพียงพอสำหรับการเพิ่มเส้นทางบินใหม่ด้วย โดยปีนี้เรามีแผนเพิ่มเส้นทางบินและเพิ่มความถี่ในตลาดจีน อาทิ เปิดเส้นทางใหม่สู่ฉงชิ่ง ฉางชา เซี่ยเหมิน เสิ่นเจิ้น เปิดเส้นทางบินใหม่สู่อินเดียอีกหลายเมือง เพิ่มความถี่เส้นทางใน CLMV ฮ่องกง เป็นต้น” นายชายกล่าว และว่า จากแผนการรับเครื่องเข้ามาเพิ่มในปีนี้ เชื่อมั่นว่าจะผลักดันให้จำนวนผู้โดยสารเติบโตขึ้นประมาณ 7% หรือมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคน
สำหรับประเด็นปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์และการเมืองในระดับโลก และปัญหาเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวนั้น นายชายกล่าวว่าอาจส่งผลต่อเส้นทางการบิน การบริหารต้นทุน และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่บริษัทได้เตรียมแผนบริหารความเสี่ยงเชิงรุก ทั้งการวางแผนเส้นทางบินอย่างยืดหยุ่น การบริหารต้นทุน และการจัดสรรฝูงบินให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานของการบินไทย เนื่องจากช่วยให้การบินไทยเป็น Network Airline ที่ไม่ได้เน้นตลาดใดตลาดหนึ่ง จึงมั่นใจว่าเมื่อเกิดสถานการณ์ที่รุนแรงในพื้นที่หนึ่ง การบินไทยจะสามารถโยกพื้นที่และหารายได้จากพื้นที่ที่ไม่มีปัญหามาทดแทนได้ และไม่ได้รับ-ส่งผู้โดยสารที่เข้า-ออกประเทศไทยอย่างเดียว แต่รับผู้โดยสารที่ผ่านไปยังเมืองที่ 3 ด้วย ซึ่งต่างจากในอดีตที่การบินไทยเน้นให้บริการการบินแบบจุดต่อจุด หรือ Point to Point เป็นหลัก
“ผมเชื่อว่าการบินไทยจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันดีมานด์ของอุตสาหกรรมการบินในภาพรวมก็ยังมีแนวโน้มเติบโต ขณะที่ซัพพลายทั้งอุตสาหกรรมยังมีปัญหาทั้งในส่วนของการผลิตเครื่องบินใหม่และเครื่องบินเก่า โดยไออาต้าคาดการณ์ว่าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 5 ปีที่กำลังการผลิตของเครื่องบินจะกลับมาปกติ” นายชายกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การบินไทยย้ำ Network Airline รุกเพิ่มเส้นทางจีน-อินเดีย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net