โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

การบินไทยย้ำ Network Airline รุกเพิ่มเส้นทางจีน-อินเดีย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 09.51 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 10.04 น.

“การบินไทย” ลงทุนยกระดับฝูงบินสู่นิวเจเนอเรชั่น ปีนี้ทยอยรับมอบเครื่องรุ่นใหม่ A321Neo 16 ลำ ครบ 32 ลำ ใน 3 ปี พร้อมเครื่องลำตัวกว้าง B787 รองรับเส้นทางบินระยะไกล ตอบโจทย์เน็ตเวิร์กแอร์ไลน์อีก 10 ลำ คาดสิ้นปีนี้มีฝูงบินรวม 100 ลำ ใกล้เคียงก่อนโควิด ล่าสุดเตรียมเพิ่มเส้นทางบิน-เพิ่มความถี่เส้นทางสู่จีน-อินเดีย หนุนรายได้กลับมาเติบโตอย่างมีนัยยะอีกครั้ง

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีที่บริษัททยอยรับเครื่องบินใหม่ Airbus A321Neo จำนวน 16 ลำ จากแผนรับทั้งหมด 32 ลำ ภายใน 3 ปี (รูปแบบเช่าดำเนินการ) และเครื่องบินรุ่นลำตัวกว้าง B787 อีกจำนวน 10 ลำ เพื่อทดแทนเครื่องเดิมที่ต้องส่งคืนตามสัญญา โดยคาดว่าสิ้นปีนี้การบินไทยจะมีฝูงบินเพิ่มจาก 79 ลำ เป็น 100 ลำ ใกล้เคียงกับก่อนโควิดที่มีจำนวน 103 ลำ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของการเป็น Network Airline

โดยเครื่องบินทั้ง 100 ลำนี้จะเป็นเครื่องนิวเจเนอเรชั่นที่ทันสมัยที่สุดและประหยัดพลังงานทั้งหมด ซึ่งจะทำให้การบินไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และทำให้การบินไทยมีรายได้กลับมาเติบโตอย่างมันนัยยะสำคัญได้อีกครั้ง

นายชายกล่าวว่า การนำเครื่องบินแบบ Airbus A321neo เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในฝูงบินของบริษัท ถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของการบินไทย ที่ไม่เพียงเพื่อพัฒนาและยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร ด้วยห้องโดยสารและผลิตภัณฑ์ในห้องโดยสารที่มีความสะดวกสบายและทันสมัย แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยและภูมิภาค ไปสู่การบินที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจะเริ่มบินเชิงพาณิชย์วันที่ 22 มกราคม 2569

ทั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการในเส้นทางระยะสั้นและระยะกลางครอบคลุมตลาดอาเซียน จีน อินเดีย และเอเชียตะวันออก ตลอดจนเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางที่มีความต้องการสูง โดยเบื้องต้นจะใช้สำหรับทำการบินในเส้นทางกรุงเทพฯ-สิงคโปร์, สิงคโปร์-กรุงเทพฯ, กรุงเทพฯ-ภูเก็ต, ภูเก็ต-กรุงเทพฯ, กรุงเทพฯ-เดลี, เดลี-กรุงเทพฯ

“การได้เครื่องบินรุ่นนี้มาทำให้การบินไทยสามารถหมุนเวียนการใช้เครื่องบินที่เหมาะสมกับดีมานด์ของตลาดในแต่ละเส้นทางได้อย่างเหมาะสมและดียิ่งขึ้น รวมถึงยังมีเครื่องเพียงพอสำหรับการเพิ่มเส้นทางบินใหม่ด้วย โดยปีนี้เรามีแผนเพิ่มเส้นทางบินและเพิ่มความถี่ในตลาดจีน อาทิ เปิดเส้นทางใหม่สู่ฉงชิ่ง ฉางชา เซี่ยเหมิน เสิ่นเจิ้น เปิดเส้นทางบินใหม่สู่อินเดียอีกหลายเมือง เพิ่มความถี่เส้นทางใน CLMV ฮ่องกง เป็นต้น” นายชายกล่าว และว่า จากแผนการรับเครื่องเข้ามาเพิ่มในปีนี้ เชื่อมั่นว่าจะผลักดันให้จำนวนผู้โดยสารเติบโตขึ้นประมาณ 7% หรือมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคน

สำหรับประเด็นปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์และการเมืองในระดับโลก และปัญหาเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวนั้น นายชายกล่าวว่าอาจส่งผลต่อเส้นทางการบิน การบริหารต้นทุน และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่บริษัทได้เตรียมแผนบริหารความเสี่ยงเชิงรุก ทั้งการวางแผนเส้นทางบินอย่างยืดหยุ่น การบริหารต้นทุน และการจัดสรรฝูงบินให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานของการบินไทย เนื่องจากช่วยให้การบินไทยเป็น Network Airline ที่ไม่ได้เน้นตลาดใดตลาดหนึ่ง จึงมั่นใจว่าเมื่อเกิดสถานการณ์ที่รุนแรงในพื้นที่หนึ่ง การบินไทยจะสามารถโยกพื้นที่และหารายได้จากพื้นที่ที่ไม่มีปัญหามาทดแทนได้ และไม่ได้รับ-ส่งผู้โดยสารที่เข้า-ออกประเทศไทยอย่างเดียว แต่รับผู้โดยสารที่ผ่านไปยังเมืองที่ 3 ด้วย ซึ่งต่างจากในอดีตที่การบินไทยเน้นให้บริการการบินแบบจุดต่อจุด หรือ Point to Point เป็นหลัก

“ผมเชื่อว่าการบินไทยจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันดีมานด์ของอุตสาหกรรมการบินในภาพรวมก็ยังมีแนวโน้มเติบโต ขณะที่ซัพพลายทั้งอุตสาหกรรมยังมีปัญหาทั้งในส่วนของการผลิตเครื่องบินใหม่และเครื่องบินเก่า โดยไออาต้าคาดการณ์ว่าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 5 ปีที่กำลังการผลิตของเครื่องบินจะกลับมาปกติ” นายชายกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การบินไทยย้ำ Network Airline รุกเพิ่มเส้นทางจีน-อินเดีย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...