"ชัยชนะ" ปัดเอี่ยวยาเสพติด ซัดดิสเครดิตการเมือง เตรียมเอาผิดเพจทำเสียหาย
นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผย หลังเดินทางไปแจ้งความที่ สภ. ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ถึงกรณีที่มีเพจดังนำเสนอว่าจะมีการตรวจค้นบ้านรองหัวหน้าพรรคการเมืองสีฟ้า เชื่อมโยงกับการจับกุมยาเสพติดที่มีผู้ต้องหานามสกุลเดียวกัน โดยยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ และแม้ว่าบุคคลที่โดนจับกุมดำเนินคดีเรื่องยาเสพติดจะมีนามสกุลเหมือนตนจริง แต่ตนไม่มีความเกี่ยวข้องหรือรู้จักสนิทสนมแต่อย่างใดทั้งทาฃนิตินัยและพฤตินัย ทั้งนี้ย้อนไปในอดีตคุณพ่อ คุณปู่ของตนนามสกุลแซ่ด่าน คุณแม่นามสกุลแซ่ลิ้มถึงแม้ตนจะผิวคล้ำแต่ก็เป็นจีน100% แต่หลังจากนั้นคุณพ่อได้ไปขออนุญาต พ.ต.อ.ยอง เดชเดโช เพื่อขอใช้นามสกุลเดชเดโช และต้องยอมรับว่ามีคนนามสกุลเดชเดโชเหมือนกันจำนวนมากในประเทศนี้ เพราะฉะนั้นการกระทำความผิดโดยทางกฎหมายเป็นความผิดส่วนบุคคลไม่ใช่ความผิดส่วนรวม ดังนั้นตนคิดว่าการหยิบยกประเด็นการจับกุมยาเสพติดแล้วมาเชื่อมโยงเกี่ยวกับตนเพื่อหวังผลดิสเครดิตทางการเมือง ถือว่าเป็นวิธีการที่ไม่สร้างสรรค์
“การเลือกตั้งเวลาแข่งขันเขาบอกว่าต้องนำเสนอเรื่องนโยบาย เรื่องผลงาน เรื่องที่จะแก้ปัญหาวิกฤติอะไรของประเทศชาติ เพราะฉะนั้นตัวผมเองยืนยันว่าถ้าผมมีส่วนเกี่ยวข้องไม่ใช่เฉพาะเรื่องยาเสพติด ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายผมยินดีที่ให้เข้าสู่การตรวจสอบในกระบวนการยุติธรรม และถ้าเพียงแค่สงสัยหรือมีการเชื่อมโยงกันได้ผมยินดีแสดงความรับผิดชอบอยู่แล้ว พรรคประชาธิปัตย์ของเรามีบรรทัดฐานที่สูงอยู่แล้วในเรื่องนี้” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นายชัยชนะ ยังยืนยันว่า จะมีการดำเนินคดีกับเพจทุกเพจ และกับทุกคนที่แชร์แล้วนำไปกล่าวถึงในทางที่ตนได้รับความเสียหาย ทำให้ประชาชนและสังคมเข้าใจผิดตน ตนจึงต้องสงวนสิทธิ์ในฐานะผู้บริสุทธิ์ โดยจะแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี เพจ CSI LA ออกมาเปิดเผยถึงนักการเมืองอักษรย่อ ท.รองหัวหน้าพรรคสีฟ้าคนดังภาคใต้ พัวพันขบวนการค้ายาเสพติด ได้รับรายงานแล้วหรือไม่ว่า ตำรวจยังไม่ได้รายงาน แต่ทราบมาจากข่าว แต่ไม่ใช่ “ทิน”
เมื่อถามว่า ขณะนี้นักการเมือง ท. มองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองในช่วงเลือกตั้ง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้เกิดจากพรรคภูมิใจไทย และไม่ได้เกิดจากการเป็นรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการได้ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่อง และเต็มที่ เพราะขณะนี้รัฐบาลมีอำนาจจำกัดอยู่ในช่วงยุบสภา ตนไปหาเสียงก็ไม่มีรถนำขบวน ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ก็ไม่กล้ามาต้อนรับ ตนก็ไม่กล้าให้เขามาด้วย เพราะถ้าหากเขามาเดี๋ยวซวย ตอนนี้ตนได้ทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ส่วนการบริหารราชการแผ่นดินในเรื่องของการปฏิบัติ เป็นเรื่องของข้าราชการประจำ ก็ทำหน้าที่ของเขาไป
เมื่อถามว่า กรณี 10 นักการเมืองรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์และยาเสพติดอยู่พรรคใดบ้าง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องรายงานบ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนใช้นโยบายปิดชื่อถือพฤติกรรม ตอนนี้ตนไม่ถามใครทั้งสิ้น เปิดมาเจอใครก็เป็นคนนั้น ไม่มีข้อยกเว้น ตนไม่ถาม แต่แค่สั่งการให้ดำเนินการกับผู้ทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่ต้องรายงานตนว่าเป็นใคร และไม่ต้องมาถามว่าเป็นคนนี้แล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อ และตนยึดถือแนวทางนี้มาตลอด