โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ทองคำ” พุ่งทะลุ 4,800 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์ชี้แรงหนุนยังไม่จบ ลุ้นแตะ 5,000-7,000 ดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 13.52 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 06.52 น.

"ทองคำ" นิวไฮทะลุ 4,800 ดอลลาร์ จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ดอกเบี้ยแท้จริงสหรัฐขาลง นักวิเคราะห์ชี้แรงหนุนยังไม่จบ ลุ้นแตะ 5,000-7,000 ดอลลาร์

วันที่ 21 มกราคม 2569 เวลา 13.18 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ทะลุ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในวันพุธที่ผ่านมา ขยายแรงปรับขึ้นอย่างร้อนแรง ท่ามกลางการแสวงหาสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุน หลังทำเนียบขาวส่งสัญญาณขู่ใช้มาตรการภาษี และความกังวลเกี่ยวกับการกลับมาของสงครามการค้าโลกปะทุขึ้นอีกครั้ง

การปรับขึ้นครั้งนี้ได้จุดชนวนการถกเถียงในหมู่นักลงทุนว่า ราคาทองคำจะสามารถเดินหน้าขึ้นไปได้ไกลเพียงใด หลังปี 2568 กลายเป็นปีประวัติศาสตร์ที่ราคาทองพุ่งแรงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หลังทำสถิติสูงสุดในปี 2568 ทองคำเปิดปี 2569 ด้วยโมเมนตัมที่ยังแข็งแกร่ง โดย นักวิเคราะห์ มองว่า ปัจจัยหนุนสำคัญยังคงอยู่ครบ ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (real interest rates) ของสหรัฐที่ปรับลดลง รวมถึงความพยายามของนักลงทุนและธนาคารกลางทั่วโลกในการกระจายความเสี่ยงออกจากเงินดอลลาร์ ซึ่งยิ่งตอกย้ำบทบาทของทองคำในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัยสูงสุดของโลก”**

มุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น โดยนักวิเคราะห์ที่สำรวจโดย London Bullion Market Association (LBMA) คาดว่า ราคาทองคำมีโอกาสปรับขึ้นทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในปีนี้ จากความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของสหรัฐจะลดลงอย่างต่อเนื่อง นโยบายผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ของธนาคารกลางหลายประเทศ ขณะที่ จูเลีย ดู นักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์อาวุโสจาก ICBC Standard Bank มองว่า ราคาทองคำอาจปรับขึ้นไปได้สูงถึง 7,150 ดอลลาร์

LBMA ระบุในรายงานคาดการณ์ว่า ทองคำยังคงเป็นประเด็นหลัก หลังจากปี 2568 ที่ทำสถิติสูงสุดอย่างถล่มทลาย สอดคล้องกับมุมมองของ Goldman Sachs ที่ย้ำว่าทองคำยังเป็นการลงทุนที่ธนาคารมีความเชื่อมั่นสูงที่สุด โดย แดน สตรอยเวน หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์โลกของ Goldman Sachs ประเมินว่า ราคาทองคำตามกรณีฐาน ณ สิ้นปีนี้จะอยู่ที่ราว 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สตรอยเวนอธิบายว่า การซื้อทองคำของธนาคารกลางเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในช่วงปี 2566 และ 2567 ก่อนที่แรงซื้อจะเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2025 จากอุปสงค์ของภาคเอกชน โดยนักลงทุนเอกชนเริ่มกระจายการลงทุนเข้าสู่ทองคำผ่านหลายช่องทางมากขึ้น ซึ่งสะท้อนจากกระแสเงินไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำ แม้จะแยกได้ยากว่าเป็นแรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยหรือสถาบัน

โดย Goldman Sachs ระบุว่า อุปสงค์หลักมาจากกลุ่มบริษัทบริหารความมั่งคั่ง ผู้จัดการสินทรัพย์ กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และกองทุนบำเหน็จบำนาญ

ด้าน นิกกี ชีลส์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์โลหะมีค่าของ MKS PAMP มองว่า วัฏจักรขาขึ้นของทองคำรอบนี้ไม่ใช่ภาวะฟองสบู่เชิงเก็งกำไร และคาดว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นไปแตะ 5,400 ดอลลาร์ภายในปีนี้ โดยชี้ว่าปีที่ผ่านมาเป็นปีประวัติศาสตร์ของตลาดโลหะมีค่า โดยเฉพาะเงิน (silver) ที่ราคาพุ่งเกือบเท่าตัว ขณะที่ทองคำปรับขึ้นราว 60% แม้จะไม่คาดหวังการปรับขึ้นแรงเท่าเดิม แต่การเพิ่มขึ้นราว 30% ต่อปีถือว่ายังแข็งแกร่ง และสะท้อนเทรนด์ระยะยาวมากกว่าการพุ่งแบบฟองสบู่

ชีลส์ยังระบุว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่ได้คลี่คลายลง ตรงกันข้ามเหตุการณ์ล่าสุด เช่น การเคลื่อนไหวของสหรัฐในเวเนซุเอลา และความพยายามของวอชิงตันในการแสดงอำนาจเหนือกรีนแลนด์ ยิ่งกระตุ้นให้นักลงทุนหันเข้าหาทองคำมากขึ้น

พร้อมชี้ว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ความต้องการปกป้องโลหะและทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์จะทวีความเข้มข้นตลอดทศวรรษนี้

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...