โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘กกต.’ ถกเครียด รูปแบบ ‘บัตรเลือกตั้ง’ จับตาสั่งนับคะแนนใหม่กว่า 20 หน่วย

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 07.02 น. • The Bangkok Insight

กกต.ถกเครียด รูปแบบ "บัตรเลือกตั้ง" ลงคะแนนใหม่ 3 หน่วย หวั่นกระทบการต่อสู้คดี "บาร์โค้ด" เล็งสั่งนับคะแนนใหม่กว่า 20 หน่วย หลังพบ "บัตรเขย่ง"

วันนี้ (17ก.พ) ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีการพิจารณาต่อเนื่องจากวานนี้ เกี่ยวกับการจัดการจัดพิมพ์บัตรออกเสียงลงคะแนนใหม่ ที่จะต้องใช้ในวันที่ 22 ก.พ.69 ตามที่ กกต.มีมติก่อนหน้านี้ ว่าให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ใน 3 หน่วย คือ

  • หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กรุงเทพฯ
  • หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 1 ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน จ.น่าน และ
  • หน่วยเลือกตั้งที่ 4 เขตเลือกตั้งที่ 6 ต.โพนสูง. อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี

โดยที่ประชุมยังคงหารือไม่เป็นที่ยุติ ว่าบัตรที่จะจัดพิมพ์ใหม่นั้น จะยังคงใช้รูปแบบบัตรโดยกำหนดเลขเล่มที่ และเลขที่ของบัตร รวมทั้ง สัญลักษณ์บาร์โค้ด เหมือนที่ใช้ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. หรือไม่ หากไม่มี จะเกิดข้อถกเถียงเถียงทางกฎหมาย ถึงความแตกต่างของบัตรที่ใช้ในการเลือกตั้งทั่วไป กับที่ใช้ในการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือไม่ และจะยิ่งไม่เป็นผลดีกับการที่ กกต.จะต้องสู้คดีที่ถูกฟ้องว่า การพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งต้องเป็นโมฆะหรือไม่

ขณะเดียวกัน คาดว่าที่ประชุมยังจะมีมติสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่เพิ่มเติมอีก 20 กว่าหน่วย หลังสำนักงาน กกต.เสนอว่า พบว่าบัตรออกเสียงเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า ‘บัตรเขย่ง’ ซึ่งจะเห็นได้เบื้องต้นจากตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ ที่ปรากฏในเว็บไซด์ อีซีทีรีพอร์ต 69 ซึ่งเป็นเว็บไซด์รายงานผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของสำนักงาน กกต. ที่มีตัวเลขแตกต่างกัน ระหว่างจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือก สส.แบบแบ่งเขตและจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อกว่า 66,000 คน และทำให้จนขณะนี้ กกต.ยังไม่สามารถเปิดเผยรายงานผลคะแนนอย่างเป็นทางการได้ ซึ่งหาก กกต.มีมติให้มีการนับคะแนนใหม่ ในส่วนนี้น่าจะเกิดขึ้นช่วงปลายเดือน ก.พ.

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ในการประชุม กกต.วานนี้ (16 ก.พ.) ยังได้มีการเรียกตัวผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการ มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม กรณีเกิดพบแบบขีดคะแนนสำหรับการเลือกตั้งส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ ของเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.สมุทรปราการ ถูกทิ้งบริเวณบ่อขยะเทศบาลลัดหลวง พื้นที่อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังจากที่กกต.กลางได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสอบสวนก่อนแล้ว และพบความผิดปกติ ว่า แบบขีดคะแนนที่พบถูกทิ้งนั้น เป็นแบบขีดคะแนนที่ยังไม่มีคะแนนรวม และ กปน.ให้ถ้อยคำว่าขีดผิด จึงได้เซ็นกำกับ และเปลี่ยนไปนำแบบขีดคะแนนสำรองขึ้นมาใช้ โดยมีการลอกคะแนนจากแบบขีดคะแนนที่ชำรุดมาใส่จนครบถ้วน และนับคะแนนต่อ ซึ่งขณะดำเนินการ มีประชาชนที่มาสังเกตการณ์อยู่ร่วมในการเหตุการณ์ด้วย และมีการลงบันทึกประจำหน่วยไว้แล้ว เมื่อนับคะแนนเสร็จ ก็นำแบบขีดคะแนนฉบับที่มีการรวมคะแนนเก็บใส่ในหีบบัตรเรียบร้อย ก่อนนำมาส่งที่ทำการเขตเลือกตั้งที่ 6

ส่วนแบบขีดคะแนนที่ชำรุดได้แยกไว้อีกถุง และนำมาเก็บที่ทำการเขตเลือกตั้งที่ 6 เช่นกัน แต่เหตุใดจึงหลุดรอดถูกนำไปทิ้งที่กองขยะ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ว่ามีผู้ใดนำแบบขีดคะแนนฉบับดังกล่าวออกไปหรือไม่ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นว่า สถานการณ์ในขณะนี้หากจะมีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวเหมือนช่วงเลือกตั้งน่าจะไม่เป็นผลดีกับ กกต.เพราะที่ผ่านมา การชี้แจงของ กกต.จะถูกนำไปตีความ ขยายความ ยิ่งจะเกิดผลเสียกับ กกต.มากกว่า จึงเน้นที่จะใช้วิธีการชี้แจงผ่านทางเอกสารเป็นหลัก

ทั้งนี้ หลังมีผู้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ให้เอาผิด กกต.เรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถสืบย้อนกลับผู้ลงคะแนนได้นั้น ล่าสุดมีรายงานว่าสำนักงาน กกต. ได้ทำหนังสือชี้แจงส่งกลับไปยัง สคส.เรียบร้อยแล้วในประเด็นข้อกฎหมาย โดยยืนยันประเด็นการเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับในคูหา

ส่วนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งหนังสือขอให้ กกต.ทำชี้แจงเรื่องดังกล่าวภายใน 7 วันนั้น เนื่องจากหนังสือดังกล่าวเพิ่งมาถึง จึงอยู่ระหว่างการจัดทำหนังสือ

อ่านเพิ่มเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...