โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ภาวะมดลูกแตก: เรื่องสำคัญที่คุณแม่ควรรู้

Ticy City

เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 01.00 น.

การตั้งครรภ์เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของชีวิตผู้หญิง เพราะไม่เพียงแต่เป็นการสร้างชีวิตใหม่ แต่ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจของคุณแม่ การดูแลสุขภาพในระหว่างตั้งครรภ์จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากทุกการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อทั้งแม่และลูกในครรภ์

หนึ่งในภาวะที่หลายคนไม่ค่อยถูกพูดถึง แต่มีความรุนแรงและอันตรายอย่างมากคือ“ภาวะมดลูกแตก” (Uterine Rupture) ภาวะนี้แม้จะพบไม่บ่อย แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วสามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ทั้งต่อแม่และลูก การตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง อาการเตือน และการดูแลอย่างใกล้ชิดกับแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ทุกคนควรเข้าใจ

มดลูกแตกคืออะไร

ภาวะมดลูกแตก (Uterine Rupture) คือการที่ผนังมดลูกฉีกขาดทะลุทุกชั้น ทำให้ทารก เลือด หรือรก อาจหลุดออกนอกโพรงมดลูก ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่อันตรายต่อทั้งแม่และลูก เพราะอาจทำให้เกิดการเสียเลือดจำนวนมาก และส่งผลต่อการหายใจหรือชีวิตของทารกในครรภ์

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

แม้ภาวะมดลูกแตกจะไม่ใช่สิ่งที่พบได้บ่อย แต่มีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดขึ้นได้ เช่น:

เคยผ่าตัดมดลูกมาก่อน
รอยแผลผ่าตัดเดิม โดยเฉพาะแผลแนวตั้ง อาจเป็นจุดที่มดลูกแตกได้ง่าย เนื่องจากผนังมดลูกบริเวณนั้นมีความแข็งแรงน้อยกว่าปกติ

การใช้ยากระตุ้นการคลอด
ยาบางชนิด เช่น oxytocin หรือ misoprostol อาจทำให้มดลูกหดรัดตัวแรงเกินไปจนเกิดการฉีกขาด

การบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ
การกระแทกหรือบาดเจ็บที่มดลูก แม้จะพบได้น้อย แต่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้

เคยขูดมดลูกหรือทำแท้งมาก่อน
การขูดมดลูกหรือการทำแท้งอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของผนังมดลูกในระยะยาว

ผนังมดลูกบางผิดปกติ
ภาวะที่ผนังมดลูกบางกว่าปกติทำให้เสี่ยงต่อการฉีกขาดเมื่อมีการหดรัดตัวแรง

รกฝังตัวลึกผิดปกติ (Placenta Accreta/Percreta)
หากรกฝังตัวลึกเข้าไปในผนังมดลูกและทะลุออกมาด้านนอก อาจทำให้เกิดการแตกของมดลูกได้

เจ็บครรภ์นานเกินไป
เมื่อมดลูกหดรัดตัวแรงต่อเนื่อง แต่ปากมดลูกไม่เปิด อาจทำให้มดลูกแตกได้

เชิงกรานแคบหรือทารกตัวโตมาก
หากเชิงกรานของแม่แคบ ทารกมีขนาดใหญ่ หรือท่าของทารกผิดปกติ เช่น ทารกหัวบาตร จะเพิ่มแรงกดและเสี่ยงต่อการแตกของมดลูก

การคลอดทางช่องคลอดหลังผ่าตัดคลอด (VBAC)
หญิงตั้งครรภ์ที่เลือกคลอดทางช่องคลอดหลังเคยผ่าตัดคลอดมาก่อน มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะมดลูกแตก เนื่องจากแผลผ่าตัดเดิมอาจไม่แข็งแรงพ

อาการเตือนที่ควรสังเกต

คุณแม่ควรใส่ใจสัญญาณเตือนที่อาจบ่งบอกถึงภาวะมดลูกแตก เช่น:

  • ปวดบริเวณเหนือหัวหน่าว หรือ ปวดท้องรุนแรงผิดปกติ กดเจ็บบริเวณหน้าท้อง แม้จะไม่ได้อยู่ในช่วงเจ็บท้องคลอด หรือมีอาการปวดต่อเนื่อง/ปวดเพิ่มขึ้น
  • ผู้คลอดมีอาการกระสับกระส่าย กระวนกระวาย ร่วมกับชีพจรเบาเร็ว และการหายใจไม่สม่ำเสมอ
  • มดลูกหดรัดตัวไม่สัมพันธ์กับความก้าวหน้าของการคลอด
  • หน้าท้องมองเห็นสองรอน (Bandl’s ring) ซึ่งเป็นสัญญาณทางคลินิกที่บ่งบอกถึงความผิดปกติ
  • FHS (Fetal Heart Sound) ของทารกไม่สม่ำเสมอ หรือมีความผิดปกติ ทารกในครรภ์มีการเคลื่อนไหวน้อยลงหรือหยุดเคลื่อนไหว
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดมากผิดปกติ
  • สัญญาณชีพของแม่ผิดปกติ เช่น ความดันโลหิตลดลง หน้ามืด หรือหมดสติ

ความสำคัญของการฝากครรภ์

สิ่งสำคัญที่สุดคือการ ฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ และการดูแลใกล้ชิดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีประวัติผ่าคลอดหรือมีภาวะเสี่ยงอื่น ๆ การตรวจติดตามอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการคลอดที่ปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากภาวะมดลูกแตกได้

การดูแลตัวเองระหว่างตั้งครรภ์ เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างปลอดภัย

การป้องกันและการดูแล

แม้ภาวะมดลูกแตกจะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่การดูแลอย่างถูกวิธีสามารถลดความเสี่ยงได้ เช่น:

  • ฝากครรภ์อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
  • แจ้งแพทย์ถึงประวัติการผ่าตัดหรือภาวะเสี่ยงที่เคยมี
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยากระตุ้นการคลอดโดยไม่จำเป็น
  • เลือกคลอดในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์และทีมแพทย์
  • ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ

ภาวะมดลูกแตกอาจไม่ใช่สิ่งที่พบได้บ่อย แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วถือว่าอันตรายอย่างมาก การตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงและการดูแลตัวเองอย่างใกล้ชิดกับแพทย์คือสิ่งที่จะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยปลอดภัยที่สุด

Source: PWS.npru.ac.th, Rama 9 Hospital

Images: Internet

Written by Amy Sukkasem

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...