โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพลงโปรดช่วงวัยรุ่น มีความหมายลึกซึ้งกับความทรงจำของเรา แม้จะผ่านไปหลายสิบปี

the Opener

เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 06.42 น. • The Opener

งานวิจัยชิ้นใหม่ พบว่า มนุษย์มีแนวโน้มที่ผูกพันทางอารมณ์มากเป็นพิเศษกับเพลงโปรดที่ฟังในช่วงวัยรุ่น โดยเพลงเหล่านั้น จะยังคงมีความหมายลึกซึ้งแม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี

งานวิจัยจาก ศูนย์ความเป็นเลิศด้านดนตรี กาย จิต และสมอง ของประเทศฟินแลนด์ ทำการศึกษาถึงอิทธิพลของเพลงที่มีต่อตลอดช่วงชีวิตของเรา โดยเก็บข้อมูลจากผู้เข้าวิจัยร่วมเกือบ 2,000 คน จาก 84 ประเทศ และให้แต่ละคนระบุเพลงที่มีความหมายตัวพวกเขาเองอย่างลึกซึ้ง

ผลการวิจัยพบว่า ช่วงอายุที่มนุษย์จะเกิดความผูกพันทางอารมณ์ผ่านประสบการณ์ที่ได้รับ หรือ reminiscence bump ในผู้ชายจะอยู่อายุประมาณ 16 ปี ขณะที่ในผู้หญิงจะเกิดขึ้นหลังอายุ 19 ปี

ดร.อีบายา บูรูนัต หัวหน้าทีมวิจัย อธิบายว่า วัยรุ่นเป็นช่วงวัยที่สมองเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นวัยที่แสวงหาความตื่นเต้น โดยสมองส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการกลั่นกรองยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงทำให้ประสบการณ์ทางอารมณ์ เช่น เพลงที่ชื่นชอบ ถูกจดจำอย่างลึกซึ้งและมีความชัดเจนเป็นพิเศษ

นักวิจัยตั้งข้อสันนิษฐานว่า ผู้ชายมักสร้างอัตลักษณ์ทางดนตรีเร็วกว่า ผ่านการรู้สึกถึงความเป็นอิสระ และความผูกพันในกลุ่มเพื่อนช่วงวัยรุ่น ขณะที่ผู้หญิงมักพัฒนาอัตลักษณ์ทางดนตรีอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า และเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์และเหตุการณ์สำคัญของชีวิตในช่วงผู้ใหญ่ตอนต้น

งานวิจัยพบว่า ผู้ชายมักชอบแนวดนตรีที่เข้มข้น หรือสะท้อนความเป็นอิสระ ขณะที่ผู้หญิงมักเปิดรับแนวเพลงได้หลากหลายกว่า เช่น ป๊อป โซล หรือคลาสสิก และใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือสร้างสายสัมพันธ์ทางสังคม ความทรงจำทางดนตรีจึงพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า

งานวิจัยยังพบด้วยว่า สำหรับผู้ชาย บทเพลงในสมัยที่พวกเขาเป็นวัยรุ่น มักกลายเป็น “จุดยึดเหนี่ยวทางอารมณ์” ที่ยึดโยงกับความหมายส่วนตัวไว้อย่างยาวนาน ขณะที่ผู้หญิง ความผูกพันกับดนตรีมีแนวโน้มเปลี่ยนไปตามช่วงวัย โดยเฉพาะตั้งแต่วัยกลางคนเป็นต้นไป เพลงใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงกับความสัมพันธ์หรือประสบการณ์ปัจจุบัน อาจมีความหมายมากกว่าเพลงจากวัยเยาว์เสียอีก

ดร.อีบายา เปรียบเทียบกลไกการทำงานของดนตรีว่า คล้ายกับ“กลิ่น” ที่สามารถพาเราย้อนเวลากลับไปสู่ความทรงจำในอดีตได้ แต่ดนตรีมีความพิเศษกว่า เพราะมันดำเนินไปตามเวลา มีจังหวะ ทำนอง และโครงสร้าง จึงทำหน้าที่เหมือน ไทม์ไลน์ ที่ช่วยให้เราระลึกถึงทั้งอารมณ์และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเพลงนั้นๆ

ทีมวิจัยยังพบสิ่งที่น่าสนใจว่า คนรุ่นใหม่จำนวนมากทั้งชายและหญิง มีความผูกพันลึกซึ้งกับบทเพลงที่มีอายุเก่าแก่กว่าพวกเขาหลายสิบปี นักวิจัยเรียกสิ่งนี้ว่า cascading reminiscence bump ซึ่งอาจสะท้อนอิทธิพลข้ามรุ่น เช่น เพลงที่พ่อแม่เปิดให้ฟัง หรือเป็นเพลงคลาสสิกที่ยังทรงอิทธิพลข้ามเวลา

งานวิจัยสรุปว่า ดนตรีไม่ใช่เพียงความบันเทิง แต่เป็นเหมือน “คลังความทรงจำ” ของชีวิต และช่วยให้เราผ่านช่วงเวลายากลำบาก ดนตรี จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการเชื่อมโยงตัวเรากับอดีต

ที่มา
Global study shows why the songs from our teens leave a lasting mark on us

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...