โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โซฮอล์ E85 ไม่ได้ไปต่อ บทเรียนเปลี่ยนผ่านพลังงาน

The Better

อัพเดต 24 ม.ค. เวลา 10.43 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. เวลา 11.00 น. • THE BETTER
ค่ายน้ำมันทยอยเลิกขาย E85 ไม่ตอบโจทย์ตลาด หลังดีมานด์ลด ภาครัฐลดการชดเชยราคา โครงสร้างราคาเปลี่ยนไป

หลายคนคงพอจำได้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงพลังงาน ที่ถูกวางบทบาทเป็นชนิดน้ำมันที่จะมาช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ มีส่วนผสมของเอทานอล 85% ที่เหลือเป็นเนื้อน้ำมัน 15% มีแผนส่งเสริมการใช้ควบคู่ไปกับ แก๊สโซฮอล์ E20 แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์91

ทั้งนี้ใช้จุดขายด้านราคาถูกและการใช้เอทานอลจากพืชผลการเกษตรในประเทศที่ในขณะนั้น มีราคาที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับเนื้อน้ำมัน แต่วันนี้ E85 กำลังจะหายไปจากหัวจ่ายน้ำมันในปั๊มท่ามกลางยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

ล่าสุด บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) หรือ OR ประกาศยุติการจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2569 หลังพบว่าตลาดมีความต้องการลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาครัฐลดการชดเชยราคา ส่งผลให้ราคาขายปลีก E85 มีราคาไม่แตกต่างจากแก๊สโซฮอล์ E20 มากนัก ซึ่งถือเป็นการปรับตัวของค่ายน้ำมันเพื่อบริหารจัดการพอร์ตผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการตลาด อีกทั้งเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการสูงกว่า

หากมองย้อนกลับไปเมื่อ 18 ปีที่แล้ว การผลักดัน E85 เริ่มต้นจริงจังในช่วงหลังปี 2551 มีเป้าหมายสำคัญ 3 ด้านคือ ลดการพึ่งพานำเข้าน้ำมัน ส่งเสริมพลังงานทดแทนคือการใช้เอทานอลผสมแทนน้ำมัน และการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เหมาะสม โดยรัฐใช้ทั้งมาตรการด้านราคา การส่งเสริมรถยนต์แบบ Flex Fuel Vehicle (FFV) และการขยายสถานีบริการ

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างตลาดกลับไม่เติบโตตามเป้าหมาย E85 เคยเป็นน้ำมันที่มีราคาต่ำสุด 18-22 บาทต่อลิตร ส่วนต่างราคากับน้ำมันชนิดอื่น 5-8 บาท ปัจจุบันกลับมีราคาใกล้เคียงหรือมีส่วนต่างที่ไม่มากเมื่อเทียบกับตระกูลโซฮอล ราคาขายขณะนี้ลิตรละ 26.59 บาท ส่วน E20 มีราคาลิตรละ 28.64 บาท ส่วนหนึ่งเป็นผลจากรัฐทยอยลดการชดเชยราคา

ขณะที่ปัจจัยสำคัญอื่นๆคือจำนวนรถยนต์ที่รองรับ E85 มีจำกัดรวมถึงอัตราสิ้นเปลืองสูงกว่าน้ำมันเบนซินทั่วไป ตลอดจนพฤติกรรมผู้ใช้รถเปลี่ยนไป และเริ่มหันสู่ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น รวมถึงการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันไม่ได้สูงมาก ทำให้ยอดจำหน่าย E85 เหลือเพียงวันละ 0.059 ล้านลิตร/วันจากที่เคยมียอด 0.901 ล้านลิตร

การถอนตัวของ OR เลิกจำหน่าย E85 ยังสอดคล้องกับทิศทางนโยบายพลังงานที่รัฐเริ่มโฟกัสไปที่ การปรับโครงสร้างน้ำมันพื้นฐาน ซึ่งจะถูกบรรจุในแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง โดยน้ำมันชนิดถัดไปที่จะถูกลดบาทคือ โซฮอล์91 เนื่องจากมีส่วนต่างราคาเทียบกับ E20 เพียง 1.84 บาท

ด้านบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการประกาศนโยบายอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการยุติหรือคงการจำหน่าย E85 ซึ่งการตัดสินใจของบางจากอาจต้องพิจารณาในหลายมิติ ทั้งบทบาทด้านพลังงานสีเขียว ภาพลักษณ์องค์กร และการดูแลผู้ใช้รถที่ยังพึ่งพาเชื้อเพลิงชนิดนี้อยู่

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า E85 กำลังทำหน้าที่เป็น “พลังงานช่วงเปลี่ยนผ่าน” (Transitional Fuel) ที่เสร็จสิ้นบทบาทตามกาลเวลา คงไม่ใช่ความล้มเหลวของนโยบาย แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค

ท้ายที่สุด คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า E85 จะหายไปเมื่อใด แต่คือรัฐและเอกชนจะ บริหารการเปลี่ยนผ่านพลังงาน อย่างไร ให้ไม่ทิ้งผู้ใช้เดิม และเดินหน้าไปสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืนได้อย่างราบรื่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...