โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

หมอเจด เตือน ถ้าไม่อยากเป็นไขมันพอกตับ ต้องเลิกทำ 4 อย่างนี้!

Khaosod

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 03.54 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 03.48 น.
หมอเจด เตือน ถ้าไม่อยากเป็นไขมันพอกตับ ต้องเลิกทำ 4 อย่างนี้!

หมอเจด เตือน ถ้าไม่อยากเป็นไขมันพอกตับ ต้องเลิก 4 อย่างนี้ ป้องกันตับอักเสบ พังเรื้อรัง และโรคแทรกซ้อนในอนาคต ชี้พฤติกรรมเล็กๆ ทุกวันคือชนวนสำคัญ

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ให้ความรู้และแนะนำวิธีปรับพฤติกรรมถ้าไม่อยากเป็นไขมันพอกตับ โดยระบุว่า ไม่อยากเป็นไขมันพอกตับ ให้เลิก 4 อย่างนี้!

จริง ๆ แล้วไขมันพอกตับไม่ได้เกิดจากเหล้าแค่อย่างเดียวนะครับ แต่ที่น่ากลัวกว่าคือหลายคนเป็นแบบไม่รู้ตัวครับ ไม่ปวด ไม่มีเตือน จนตรวจเลือดถึงได้เห็นว่าเอนไซม์ตับพุ่งไปแล้วครับ การรู้ว่า “อะไรควรเลิก” สำคัญพอ ๆ กับการกินคลีน เพราะบางพฤติกรรมดูเหมือนไม่ร้าย แต่ทำร้ายตับแบบเงียบ ๆ ทุกวัน วันนี้ผมจะพามาดูว่าถ้าไม่อยากเป็นไขมันพอกตับให้เลิก 4 อย่างนี้ครับ

1.เลิกกินหวานบ่อย โดยเฉพาะน้ำตาลฟรุกโตส น้ำตาลโดยเฉพาะฟรุกโตสจากน้ำหวาน ชานม น้ำผลไม้ กล่องแพ็ก ๆ จะถูกส่งตรงเข้าตับเพื่อนำไปเปลี่ยนเป็นไขมัน เมื่อกินบ่อย ตับจะสะสมไขมันเร็วมากโดยที่น้ำหนักอาจไม่ขึ้นชัด คนผอมก็เป็นได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลายคนไม่อ้วน แต่ไขมันพอกตับระดับสูงแบบไม่รู้ตัว

2.เลิกกินไขมันเลว และไม่ควรกินไขมันดีแบบ “เกินความจำเป็น” หัวใจหลักคือกำจัดไขมันเลวก่อนครับ เช่น ไขมันทรานส์ ไขมันจากของทอดซ้ำ อาหารแปรรูป เพราะกระตุ้นการอักเสบและเร่งไขมันพอกตับโดยตรง

ส่วนไขมันดีอย่างอะโวคาโด ถั่ว น้ำมันมะกอก น้ำมันปลา ยังจำเป็นต่อร่างกายครับ แต่ต้องกิน “ให้พอดี” ไม่ใช่ยิ่งกินแบบไม่ยั้ง หลักง่าย ๆ คือใช้น้ำมันดีวันละประมาณ 1–2 ช้อนโต๊ะ ถั่ววันละ 1 กำมือเล็ก อะโวคาโดครึ่งผล เลือกกินแทนไขมันเลว ไม่ใช่กินเพิ่มจากมื้อเดิมครับ

3.เลิกนั่งยาว ไม่ขยับหลังมื้ออาหาร มีหลายคนเลยครับ ที่พอกินเสร็จแล้วนั่งทำงานต่อยาว ๆ ซึ่งนี่แหละครับเป็นตัวเร่งไขมันพอกตับชั้นดี เพราะน้ำตาลและไขมันหลังมื้อจะถูกส่งเข้าตับโดยตรง การไม่ขยับแม้แค่ 10–15 นาทีหลังอาหาร ทำให้ตับต้องรับภาระหนักซ้ำ ๆ ทุกวัน โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศที่นั่งติดโต๊ะ

4.เลิกคิดว่า “ไม่ดื่มเหล้า = ตับปลอดภัย” นี่คือความเข้าใจผิดอันดับต้น ๆ ไขมันพอกตับจำนวนมากเกิดจากอาหาร น้ำตาล ภาวะดื้ออินซูลิน และการอักเสบเรื้อรัง ไม่ได้เกี่ยวกับแอลกอฮอล์เลย การไม่ดื่มเหล้าแต่ยังกินหวาน มัน แปรรูป นอนดึก และไม่ออกกำลังกาย ตับก็ยังพังได้แบบเงียบ ๆ เหมือนเดิม

"ไขมันพอกตับไม่ได้เตือนก่อนเกิด แต่พฤติกรรมเล็ก ๆ ทุกวันคือชนวนสำคัญ เลิกหวาน เลิกกินเกิน เลิกนิ่งหลังมื้อ และเลิกชะล่าใจว่าตับแข็งแรงเองได้ ตับดูแลเราเงียบ ๆ เราก็ควรดูแลเขากลับให้ทันก่อนสาย เพื่อป้องกันลุกลามเป็นตับอักเสบ พังเรื้อรัง และโรคแทรกซ้อนในอนาคตครับ" นพ.เจษฎ์ ระบุ

ที่มา หมอเจด เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์ วันที่ 5 ก.พ. 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอเจด เตือน ถ้าไม่อยากเป็นไขมันพอกตับ ต้องเลิกทำ 4 อย่างนี้!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...