โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"เฟิร์น-ฝน-เจ๊ตอง-เจษฎา" พร้อมทนายความ เข้าแจ้งความกลับ ผอ.กกต.เขต1 ชลบุรี

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 09.51 น. • RS PCL
“เฟิร์น-ฝน-เจ๊ตอง-เจษฎา” พร้อมทนายความ เข้าแจ้งความกลับ ผอ.กกต.เขต1 ชลบุรี

เวลา 15.00 น. วันที่ 12 ก.พ. 69 บรรยากาศที่ สภ.เมืองชลบุรี ภายหลังหลังจากที่มวลชนทั้ง 4 คนเดินทางพร้อมทนายความประจำศูนย์ทนายสิทธิมนุษยชน เพื่อเข้าแจ้งความกับ ผอ.กกต.เขต 1 จ.ชลบุรี ในข้อหาแจ้งความเท็จ ซึ่งระหว่างการเข้าไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ได้ยินเสียงการโต้เถียงกันภายในห้องพนักงานสอบสวน หลังจากนั้นมวลชนได้เดินออกมาจากห้องแผนกสอบสวน

นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความประจำศูนย์ทนายสิทธิมนุษยชน และประชาชนเดินออกมาพร้อมกัน เปิดเผยว่า วันนี้ได้เข้ามาติดต่อกับรองผู้กำกับที่กำกับงานสอบสวนได้รับแจ้งว่า ผู้เสียหายเหล่านี้จะแจ้งความดำเนินคดีแต่คณะกรรมการจังหวัดได้มีการประชุมว่า ต้องสอบปากคำก่อนทีละคนไม่รู้ว่าจะใช้ระยะเวลาเสร็จสิ้นตอนไหน แต่ในขณะเดียวกันเมื่อวานที่ทาง กกต.มาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีไม่ต้องมีการสอบปากคำ สามารถดำเนินคดีได้เลย แต่ประชาชนจะแจ้งความบอกว่าต้องสอบปากคำก่อน ซึ่งมันต้องใช้ระยะเวลาที่นานพอสมควร แล้วมวลชนต่างก็มีเวลาจำกัดที่จะต้องกลับไปติดตามกระบวนการนับคะแนน

ซึ่งหากตามระเบียบและโดยทั่วไปแล้วตามกฎหมายไม่ได้บังคับว่าพนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำเพิ่ม เพียงแค่สอบถามพูดคุยข้อเท็จจริงในเบื้องต้นเพื่อที่จะดำเนินคดี เรื่องอะไรก็สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ แต่ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าต้องมีการสอบปากคำ

ด้านนางสาวมนัสนนัทน์ (เจ๊ตอง) ยืนยัน ว่า ปกติถ้ามาแจ้งความเราไม่จำเป็นต้องสอบปากคำ เพราะตามปกติที่มาทุกครั้งสามารถแจ้งความได้เลย และเจ้าหน้าที่จะบันทึกประจำวัน แต่ที่นี่ไม่ใช่ เพราะมีกฎหมายออกมาเมื่อเช้านี้ ถ้ากลุ่มมวลชนมาแจ้งความร้องทุกข์จะต้องถูกการสอบปากคำก่อนรายบุคคล เป็นกรณีพิเศษ “อยากว่าอะไรคือบรรทัดฐาน ประชาชนหรอ ประชาชนต้องอยู่เบี้ยล่างของกฎหมายหรือไง ”

นางสาวกนกวรรณ (เฟิร์น) กล่าวเสริมว่า ตนขอพูดเพิ่มเติมเผื่อคนที่เป็นหัวหน้าระดับสูงกว่ามีการได้รับแจ้งว่าไม่ประสงค์ที่จะให้การสอบสวน เรื่องนั้นตนยืนยันว่าไม่จริง เพราะเราให้มีการสืบสวนสอบสวนเพียงแต่ว่า ขอแจ้งความดำเนินคดีในส่วนที่เราถูกแจ้งความเท็จก่อน ส่วนจะสืบสอบอะไร ก็สามารถทำในขั้นตอนต่อไปได้เลยโดยการที่จะสอบปากคำทั้งหมดนั้นจะใช้ระยะเวลานานมาก และเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเพิ่งมีการนโยบายประชุมกันวันนี้

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตํารวจได้เปิดเผยสั้นๆเกี่ยวกับกรณีที่พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความทีแรกว่า เป็นการเข้าใจผิดกัน คิดว่าเป็นการแจ้ง ม.157 ซึ่งต้องมีการสอบสวนก่อน แต่เมื่อเป็นฐานแจ็งความเท็จสามารถแจ้งได้ทันที ล่าสุดรับแจ้งความแล้วอยู่ระหว่างดําเนินการตามขั้นตอน

ต่อมานายนรเศรษฐ์ ทนายความ เปิดเผยหลังพาทั้ง4 เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ. เมืองชลบุรี โดยให้ดำเนินคดีกับคุณประยูร วัฒนศิริบรรจง ผู้อำนวยการเขตการเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ในข้อหาแจ้งความเท็จ และแจ้งความเท็จเพื่อให้บุคคลอื่นได้รับโทษทางอาญา เพราะว่าพฤติการณ์มีการกล่าวหาว่าผู้เสียหายกระทำความผิด มีทั้งข้อหาเรื่องขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่เจ้าพนักงานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นทำให้ได้รับความเสียหาย วันนี้จึงมาแจ้งความกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ

พร้อมกับในวันนี้ ยังได้ร้องขอให้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปเก็บภาพบันทึกกล้องวงจรปิดตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานยืนยัน ว่าบุคคลที่เป็นผู้เสียหาย และถูกกล่าวหา ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา เพราะภาพวงจรปิดที่บันทึกไว้ จะเห็นพฤติการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนั้น แล้วหลังจากนั้นจะนำพยานหลักฐานทั้งหมดมาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป

ส่วนเรื่องที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวนไม่ได้มีการเรียกสอบปากคำแต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...