โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

สำรวจตลาด ‘บ้าน-คอนโดฯ’ ค้างสต๊อก 2.2 แสนหน่วย ขาย 4 ปีหมด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.พ. เวลา 13.04 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. เวลา 23.58 น.

แนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยของไทยจะเป็นอย่างไร จากกำลังซื้อที่หดตัวอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สถานการณ์คนไทยเข้าไม่ถึง ตลาดต่างชาติแผ่ว แล้วปี 2569 จะดีขึ้นจริงหรือเป็นแค่ความรู้สึก ?

ข้อมูลล่าสุด “โสภณ พรโชคชัย” ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA) ระบุว่า ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 เปิดตัวโครงการใหม่ลดลงทั้งจำนวนโครงการ หน่วยขาย และมูลค่า โดยทั้งปีเปิด 265 โครงการ เป็นประเภทที่อยู่อาศัย 259 โครงการ อสังหาฯประเภทอื่น 6 โครงการ มีจำนวนหน่วยขายในตลาด 41,556 หน่วย และมูลค่าการพัฒนา 291,274 ล้านบาท

เมื่อดูพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล พบว่ามีการเปิดตัวโครงการ 41,490 หน่วย ลดลงจากปี 2567 ที่เปิดตัว 61,453 หน่วย ถึง 32.5% ส่วนมูลค่าก็หดตัวลงถึง 29.8% โดยปี 2568 เปิดตัว 290,615 ล้านบาท ขณะที่ปี 2567 เปิดตัว 413,773 ล้านบาท ในทางกลับกันพบว่าราคาเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยที่เปิดในปี 2568 กลับมีมูลค่า 7.004 ล้านบาทโดยเฉลี่ย สูงกว่าปี 2567 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 6.733 ล้านบาท สะท้อนว่าสินค้าใหม่มีราคาสูงกว่าเดิม ผู้มีรายได้น้อยกว่ามีความสามารถในการซื้อลดน้อยลง

ดร.โสภณ พรโชคชัย

“โสภณ” กล่าวว่า ปัจจุบันราคาที่อยู่อาศัยเฉลี่ยอยู่ที่ 4.477 ล้านบาท ลดลง 2.9% เทียบกับเมื่อ 6 เดือนก่อน ซึ่งราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 4.612 ล้านบาท โดยปรับตัวลดลงมากสุด คือ ที่ดินจัดสรรลดลง 4.7% รองลงมาอาคารพาณิชย์ลดลง 4.1% อาคารชุดลดลง 3.5% และทาวน์เฮาส์ลดลง 2.8% ซึ่งทุกประเภทมีราคาปรับตัวลดลงทั้งหมด ตามภาวะตลาด เศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง

หากเจาะลึกลงไปกลุ่มสินค้าที่ปรับลดจะเป็นทุกระดับราคา โดยเฉพาะราคาถูกลดลงมากสุด คือ ราคาต่ำกว่า 5 แสนบาท ลดลง 5% รองลงมามากกว่า 1-2 ล้านบาท ลดลง 4 % และราคา 5 แสนบาท ถึง 1 ล้านบาท ลดลง 3.5% การลดลงของระดับราคาในรอบนี้ มีสาเหตุจากการในรอบก่อนหน้าที่ผู้ประกอบการมีการพัฒนาสินค้าระดับราคาแพงออกมาขายอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีสินค้าคงค้างเหลือขายในตลาด เกิดการแข่งขันด้านราคา ผู้ประกอบการจึงมีการปรับระดับราคาลง ส่วนหนึ่งเกิดจากการจัดโปรโมชั่น ส่งเสริมการขายในช่วงปลายปี 2568 ประกอบกับต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการที่ลดลง เช่น อัตราดอกเบี้ย ราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวตามอัตราเงินเฟ้อ

นอกจากนี้ ผลสำรวจล่าสุดยังพบว่ามีหน่วยรอขายในมือผู้ประกอบการในปัจจุบัน มีจำนวน 221,805 หน่วย คาดว่าจะขายได้หมด คงต้องใช้เวลา 49.8 เดือน หรือกว่า 4 ปี ซึ่งภายใต้สถานการณ์นี้ถือว่ามีลักษณะที่ดีขึ้น เพราะซัพพลายในตลาดมีจำนวนหน่วยลดลงจากเกือบ 240,000 หน่วย เมื่อ 2 ปีก่อน สะท้อนว่าซัพพลายในตลาดได้ถูกดูดซับไปมาก จากการที่ผู้ประกอบการมีการเปิดตัวโครงการน้อยลง ดังนั้นการดูดซับซัพพลายเดิมมากขึ้น จะทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยจะกระเตื้องขึ้นได้ในอนาคต

“ขณะนี้ยังมีปัจจัยลบในตลาดอสังหาฯ ทั้งหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้ไม่สามารถซื้อบ้านได้ รัฐควรจะคงไว้มาตรการ LTV อาจจะมีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯออกมา รวมถึงอำนวยความสะดวกการปล่อยสินเชื่อ เพื่อกระตุ้นให้ตลาดดีขึ้น โดย AREA คาดการณ์ว่าปี 2569 ตลาดอสังหาฯโดยเฉพาะที่อยู่อาศัย น่าจะฟื้นตัวขึ้นบ้าง ประมาณ 5% แต่ในระยะปานกลางในปี 2570-2572 ตลาดก็ยังอาจทรงตัว เพราะเศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตช้า” โสภณทิ้งท้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สำรวจตลาด ‘บ้าน-คอนโดฯ’ ค้างสต๊อก 2.2 แสนหน่วย ขาย 4 ปีหมด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...