หัวเว่ย แนะผู้ให้บริการเครือข่าย เร่งก้าวสู่ยุคอินเทอร์เน็ตแบบ Agentic
หัวเว่ย แนะผู้ให้บริการเครือข่าย เร่งก้าวสู่ยุคอินเทอร์เน็ตแบบ Agentic
หัวเว่ย ประกาศวิสัยทัศน์ 5G-Advanced (5G-A) ในงาน MWC Barcelona 2026 พร้อมแนะแนวทางสำหรับผู้ให้บริการใช้ประโยชน์จากเครือข่าย 5G-A และเทคโนโลยี AI เพื่อเร่งก้าวเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ตแบบ Agentic โดยระบุว่า เมื่อเครือข่ายผสานรวมกับ AI ผู้ให้บริการมีโอกาสกำหนดนิยามใหม่ของมูลค่าการเชื่อมต่อผ่านการยกระดับสู่ “5G-A x AI” ซึ่งไม่เพียงสร้างรายได้จากทราฟฟิกและประสบการณ์การใช้งานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริการ AI อีกด้วย
ก้าวกระโดดของมูลค่าอุตสาหกรรม สู่ยุคอินเทอร์เน็ตแบบ Agentic มูลค่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายหลี่ เผิง รองประธานอาวุโสฝ่ายองค์กร และประธานฝ่ายขายและบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของหัวเว่ย กล่าวบรรยายพิเศษที่งาน MWC Barcelona 2026 ว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมโทรคมนาคมพัฒนาอย่างต่อเนื่องจาก 4G สู่ 5G และเริ่มมีผู้ให้บริการบางรายนำ 5G-A มาใช้งาน โดยเครือข่ายที่มีศักยภาพสูงขึ้นนี้ ทำให้แอปพลิเคชันอัจฉริยะสามารถทำงานได้บนอุปกรณ์หลากหลายประเภท
“ในปีนี้ เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ตแบบ Agentic ซึ่งเครือข่ายจะไม่ได้เชื่อมต่อเพียงผู้คนเท่านั้น แต่ยังเชื่อมต่อเอเจนต์นับแสนล้านตัว” นายหลี่ กล่าว
การเติบโตของแอปพลิเคชันเอเจนต์ในทศวรรษข้างหน้า จะทำให้ความต้องการด้านการเชื่อมต่อเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเครือข่ายจะต้องรองรับทั้งการสื่อสารระหว่างมนุษย์และระหว่างเอเจนต์ แนวโน้มดังกล่าวนี้ จะผลักดันผู้ให้บริการเปลี่ยนจากการขายทราฟฟิกไปสู่การนำเสนอบริการมูลค่าสูง และเปิดตลาดใหม่ที่มีมูลค่ากว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์เสหรัฐ
ยกระดับโมเดลธุรกิจ สร้างแบรนด์และบริการใหม่ เพื่อเพิ่มแหล่งรายได้
การพัฒนาศักยภาพของเครือข่าย ยังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจของผู้ให้บริการอีกด้วย โดยในช่วง 7 ปีหลังจากการเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ มีผู้ให้บริการเครือข่ายมากกว่า 300 รายทั่วโลก เปิดตัวแพกเกจใหม่ เพื่อสร้างรายได้จากทราฟฟิก ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งรายได้และจำนวนผู้ใช้งาน
เมื่อเครือข่าย 5G มีความสมบูรณ์มากขึ้น การสร้างรายได้จากประสบการณ์การใช้งาน (Experience Monetization) จะยิ่งมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของผู้ให้บริการ เทคโนโลยี 5G SA และ 5G-A ช่วยให้มีทรัพยากรเครือข่ายที่หลากหลายมากขึ้น โดยผู้ให้บริการชั้นนำกว่า 30 รายได้นำมาใช้เปิดตัวแพ็กเกจที่เน้นประสบการณ์ เช่น ความเร็วและค่าหน่วงเวลา ด้วยการจัดสรรทรัพยากรเครือข่ายแบบไดนามิก ผู้ให้บริการสามารถยกระดับบริการจาก “best-effort” สู่ประสบการณ์ที่มีความแน่นอน (deterministic experience) ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์และเพิ่มความเต็มใจในการใช้บริการพรีเมียมของผู้ใช้งาน ตัวอย่างเช่น การแสดงโลโก้แบบกำหนดเอง และบริการเพิ่มความเร็วหลายระดับ ซึ่งช่วยรับประกันประสิทธิภาพเครือข่ายในช่วงเวลาสำคัญ และยกระดับการรับรู้คุณภาพเครือข่ายของผู้ใช้
การผสานการเชื่อมต่อและ AI ปลดล็อกโอกาสการเติบโตใหม่
นายหลี่ ยังกล่าวถึงการนำโมเดล AI มาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับบริการหลักและเพิ่มความพึงพอใจของผู้ใช้งาน ใน 3ด้าน ได้แก่ 1. AI สำหรับผู้บริโภค AI สามารถผสานเข้ากับบริการโทรศัพท์แบบดั้งเดิม ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 5.4 พันล้านราย โดยเพิ่มความสามารถ เช่น การถอดเสียง การแปลภาษา และผู้ช่วย AI ฟีเจอร์เหล่านี้เริ่มใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้างแล้วในจีนและเกาหลีใต้ นอกจากนี้ ผู้ให้บริการจำนวนมากยังเปิดตัวโทรศัพท์ AI เพื่อเป็นประตูสู่ยุค Agentic และใช้ยกระดับบริการ B2C ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของผู้ให้บริการส่วนใหญ่ 2. AI สำหรับบ้าน นอกจากการยกระดับบรอดแบนด์ภายในบ้านสู่ระดับอัลตร้ากิกะบิตแล้ว AI ยังถูกนำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนบริการสมาร์ตโฮม เช่น ผู้ช่วยเพิ่มความเร็วที่ช่วยรับประกันความเร็วสำหรับบริการสำคัญอย่างเกมออนไลน์และไลฟ์สตรีมมิง ผู้ช่วยเครือข่ายที่ช่วยปรับแต่ง Wi-Fi และแก้ไขปัญหาเครือข่ายผ่านคำสั่งเสียง รวมถึงผู้ช่วย AI ด้านไลฟ์สไตล์ที่ช่วยสร้างอัลบั้มครอบครัวบนคลาวด์โดยอัตโนมัติและแชร์ข้ามอุปกรณ์ได้ 3. AI สำหรับธุรกิจ ในภาคอุตสาหกรรม การผสาน 5G-A และ AI สามารถยกระดับกระบวนการทำงานหลักและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น โรงงานอัจฉริยะที่ใช้ AI สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดภายในไม่กี่วินาที จัดตารางการผลิตใหม่ภายในไม่กี่นาที และส่งมอบผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
วิสัยทัศน์ใหม่ ยกระดับพอร์ตบริการของผู้ให้บริการด้วย AI
“เมื่อมองไปข้างหน้า ยังมีโอกาสอีกมากที่สามารถปลดล็อกได้ด้วย 5G-A และ AI และผู้ให้บริการเครือข่ายอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดในการสำรวจแอปพลิเคชันแห่งอนาคต เช่น Massive IoT และ Embodied AI” นายหลี่ กล่าว พร้อมเสนอแนวทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1. พัฒนาบริการ อุปกรณ์ และคลื่นความถี่ทั้งหมดสู่ 5G-A เพื่อสร้างระบบนิเวศเครือข่ายที่แข็งแกร่ง 2. นำ AI มาใช้ในด้าน B.O.M. (Business, Operations, Management) เพื่อวางรากฐานสำหรับบริการด้านการปฏิบัติการและบำรุงรักษาที่หลากหลาย 3. นำความอัจฉริยะเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมเครือข่ายแห่งอนาคต
“หัวเว่ยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ให้บริการเพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจาก 5G-A และ AI และสนับสนุนการพัฒนาไปสู่ผู้ให้บริการ AI เราสามารถร่วมกันยกระดับบริการหลักผ่านแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันของมัลติเอเจนต์ รวมถึงสร้างเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และปลดล็อกโอกาสใหม่ ๆ สำหรับอนาคตของเครือข่าย” นายหลี่ กล่าว
งาน MWC Barcelona 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–5 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยหัวเว่ยได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชันล่าสุด ณ Hall 1 ของ Fira Gran Via ทั้งนี้ ยุคของเครือข่ายแบบ Agentic กำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ขณะที่การใช้งาน 5G-A เชิงพาณิชย์ในวงกว้างกำลังเร่งตัวขึ้น หัวเว่ยทำงานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายและพันธมิตรทั่วโลก เพื่อปลดล็อกศักยภาพของ 5G-A และปูทางสู่การพัฒนา 6G พร้อมพัฒนาโซลูชัน AI-Centric Network เพื่อรองรับบริการ เครือข่าย และองค์ประกอบเครือข่ายที่มีความอัจฉริยะ เร่งการใช้งานเครือข่ายอัตโนมัติระดับ 4 (AN L4) และใช้ AI ยกระดับธุรกิจหลักของบริษัท โดยหัวเว่ยพร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมเพื่อสร้างเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI Computing เพื่อรองรับอนาคตดิจิทัลอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หัวเว่ย แนะผู้ให้บริการเครือข่าย เร่งก้าวสู่ยุคอินเทอร์เน็ตแบบ Agentic
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th