โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดีป้า ชูแนวคิดยกระดับคุณภาพชีวิต ด้วยโครงการ Smart Living, Better Living

การเงินธนาคาร

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดีป้า เปิดตัวโครงการสมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง (Smart Living, Better Living) ต่อยอดเมืองอัจฉริยะจากฐานราก ยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตชุมชนทั่วประเทศ

วันที่ 7 มีนาคม 2569 - ดีป้า เดินหน้าโครงการสมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับชุมชน มุ่งยกระดับมิติการดำรงชีวิตอัจฉริยะ ทั้งด้านความปลอดภัยชุมชน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความปลอดภัยและการเกษตรอัจฉริยะ

ตั้งเป้าส่งเสริมเพิ่ม 40 ชุมชนทั่วประเทศ คาดการดำเนินงานต่อเนื่อง 2 ปีจะช่วยยกระดับทักษะดิจิทัลประชาชนจากไม่น้อยกว่า 5,400 คนจาก 1,800 ครัวเรือนทั่วประเทศ และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 210 ล้านบาท พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะจากฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง (Smart Living, Better Living)

โดยมี นายสมศักดิ์ การเจริญกุลวงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมดำเนินโครงการร่วมในพิธีเปิดโครงการโดยพร้อมเพรียง ณ ลานคมศร ชั้น 1 อาคาร ดีป้า (สำนักงานใหญ่) ซอยลาดพร้าว 10 เขตจตุจักร

ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘ชุมชนดิจิทัลกับการพลิกโฉมประเทศไทย’ โดยระบุว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของประเทศไทยจำเป็นต้องเริ่มจากการสร้างความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชนในระดับพื้นที่ เนื่องจาก Smart City ไม่ใช่เพียงการติดตั้งเทคโนโลยีในเมืองเท่านั้น แต่เป็นการทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึง เข้าใจ และใช้เทคโนโลยีได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในระดับชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน

“ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรรมมากกว่า 30 ล้านคน ซึ่งถือเป็นกลุ่มสำคัญของประเทศ หากสามารถยกระดับศักยภาพของคนกลุ่มนี้ให้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้จริง ก็หมายถึงการยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชนทั่วประเทศ สำหรับการดำเนินโครงการสมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง มุ่งยกระดับมิติการดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) ซึ่งจะไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีไปติดตั้งในพื้นที่ แต่จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ชุมชนได้เรียนรู้ เข้าใจ และเห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีด้วยตนเอง เมื่อชุมชนสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความปลอดภัย เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง การเปลี่ยนแปลงระดับชุมชนก็จะขยายผลสู่การเปลี่ยนแปลงของเมือง และท้ายที่สุดจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของประเทศทั้งระบบด้วยพลังของเทคโนโลยีดิจิทัล”

ด้านดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า สมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล สมาร์ทลีฟวิ่ง (OTOD Smart Living) ที่ ดีป้า ดำเนินการในปี 2568 เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับชุมชน ทั้งด้านการดำรงชีวิตอัจฉริยะและการเกษตรอัจฉริยะผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลที่พัฒนาโดยผู้ประกอบการไทย

ไม่ว่าจะเป็น โดรนเพื่อการเกษตร ระบบ IoT การเกษตรอัจฉริยะ แทรกเตอร์อัจฉริยะ แพลตฟอร์มคาร์บอนด้านการเกษตร รวมถึงเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยของชุมชน โดยโครงการดังกล่าวสามารถยกระดับทักษะดิจิทัลให้กับประชาชนไม่น้อยกว่า 2,700 คนจาก 900 ครัวเรือนทั่วประเทศ และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 170 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีดิจิทัลในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับพื้นที่

“ปี 2569 ดีป้า จึงต่อยอดการดำเนินงานสู่โครงการสมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของชุมชนผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของประชาชน ไม่ว่าจะเป็น กล้องวงจรปิดพลังงานแสงอาทิตย์ ไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ และ IoT การเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง ป้องกันเหตุอาชญากรรมและอุบัติเหตุในพื้นที่ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ภาคการเกษตร และลดต้นทุน โดยตั้งเป้าส่งเสริมเพิ่มอีก 40 ชุมชน ซึ่งจากการดำเนินงานต่อเนื่อง 2 ปี คาดว่าจะมีชุนชนทั่วประเทศได้รับการส่งเสริมรวม 85 ชุมชน ประชาชนได้รับการยกระดับทักษะดิจิทัลไม่น้อยกว่า 5,400 คนจาก 1,800 ครัวเรือนทั่วประเทศ และประเมินว่าจะสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 210 ล้านบาท พร้อมเป็นกลไกต่อยอดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะจากฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม” รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

สำหรับการดำเนินงานภายใต้โครงการสมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง เป็นการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก่ชุมชนด้วยรูปแบบสนับสนุนค่าสิทธิ์การใช้งานเทคโนโลยี 2 ปี และการช่วยเหลือหรืออุดหนุนผ่านมาตรการ d-community โดยชุมชนที่ต้องการขอรับการส่งเสริม ต้องมีความพร้อมในการลงทุน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและความเป็นเจ้าของโครงการในระดับพื้นที่

โดยการสนับสนุนแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

  • รูปแบบชุมชนอัจฉริยะปลอดภัย (Smart Safety Living) สนับสนุนค่าสิทธิ์การใช้งาน 2 เทคโนโลยีดิจิทัลด้านความปลอดภัย ประกอบด้วยกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ และไฟส่องสว่างอัจฉริยะ โดยชุมชนจะต้องลงทุน สำหรับกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ 4 ชุด และไฟส่องสว่างอัจฉริยะ 4 ชุด เป็นงบประมาณ 115,200 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) ขณะที่ ดีป้า สนับสนุนเพิ่มกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ 10 ชุด และไฟส่องสว่างอัจฉริยะ 20 ชุด พร้อมติดตั้ง เป็นมูลค่าสนับสนุนทั้งหมด 447,000 บาท
  • รูปแบบชุมชนอัจฉริยะปลอดภัยและยั่งยืน (Smart Living Accelerator) สนับสนุนค่าสิทธิ์การใช้งาน 2 เทคโนโลยีดิจิทัลด้านความปลอดภัย ตามรูปแบบชุมชนอัจฉริยะปลอดภัย และขอรับการช่วยเหลือหรืออุดหนุนเทคโนโลยีที่ต้องการเพิ่มเติม ได้แก่ กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ และ/หรือ IoT เพื่อการเกษตรอัจฉริยะ โดย ดีป้า จะช่วยเหลือหรืออุดหนุนเพิ่มเติม 50% (สูงสุด 150,000 บาท) ของมูลค่าเทคโนโลยีที่ชุมชนต้องการผ่านมาตรการ d-community

โครงการสมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง เปิดรับสมัครกลุ่มชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกร ที่มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 ครัวเรือนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 6 - 31 มีนาคม 2569 และมีกำหนดลงพื้นที่เพื่อยกระดับทักษะด้านดิจิทัลแก่ชุมชนและเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในช่วงเดือนเมษายน – กันยายน 2569

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...