โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Michelin คว้า 4 รางวัลในงานแสดงเทคโนโลยียางล้อ Tire Technology Expo 2026

autoinfo.co.th

เผยแพร่ 07 มี.ค. เวลา 05.00 น.

งาน Tire Technology Expo 2026 เป็นงานมหกรรมแสดงสินค้าระดับนานาชาติด้านการออกแบบ, การผลิต และนวัตกรรม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม 2569

Philippe Jacquin รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาประจำ Michelin ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารกลุ่ม Michelin เปิดเผยว่า “การครอง 4 รางวัลในงาน Tire Technology Expo ตอกย้ำถึงพลังของทีมงาน ตลอดจนความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมในนวัตกรรม ความรู้ความชำนาญเชิงลึกด้านวัสดุประเภทโพลีเมอร์คอมโพสิท ซึ่งสะท้อนอยู่ในนวัตกรรมสำหรับใช้งานบนดวงจันทร์ และบนท้องถนน เป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้ Michelin (มิเชอแลง) ได้แสดงศักยภาพในการก้าวข้ามขีดจำกัด, เปิดประสบการณ์ใหม่, เปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นโซลูชันที่ใช้งานได้จริง ตลอดจนผลักดันให้การพัฒนาวัสดุรุ่นใหม่ที่ล้ำหน้าเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น รางวัลที่เราได้รับเพื่อยกย่องความก้าวหน้าในด้านต่างๆ แต่ยังเป็นรางวัลสำหรับความมุ่งมั่นทุ่มเทต่อการทำงานของทีมงานทุกคน ซึ่งล้วนมีส่วนในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวัน และขับเคลื่อนการเดินทางสัญจรให้ก้าวรุดหน้าเพื่อผู้คนทั้งในปัจจุบัน และอนาคต”

รางวัล “แนวคิดแห่งปี”: MiLAW ยางล้อสำหรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ที่ผลักดันให้ Michelin ขยายขีดความสามารถทางเทคโนโลยี
MiLAW (Michelin Lunar Airless Wheel) ยางล้อไร้ลมสำหรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ คว้ารางวัล “แนวคิดแห่งปี” (Concept of the Year) ในด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ยางล้อไร้ลมดังกล่าว ออกแบบมาเพื่อติดตั้งกับยานสำรวจดวงจันทร์ในอนาคต ภายใต้โครงการ ARTEMIS โดยเป็นผลงานจากการวิจัยนานกว่า 20 ปี ในเรื่องโครงสร้างยางล้อไร้ลม, โพลีเมอร์ไฮเทค และกระบวนการผลิตที่ล้ำสมัย อาทิ การพิมพ์ 3 มิติ ฯลฯ

ยาง MiLAW ไม่เพียงต้องมีศักยภาพในการทนต่อสภาพแวดล้อมสุดขั้ว ทั้งระดับรังสี พื้นผิวที่หยาบ และขรุขระ ตลอดจนอุณหภูมิที่ผันผวนระหว่าง -240 ถึง 100 องศาเซลเซียส แต่ยังต้องให้สมรรถนะในการยึดเกาะ และความทนทานที่จำเป็นต่อภารกิจสำรวจดวงจันทร์ ในการพัฒนายางล้อรุ่นนี้ Michelin ต้องทำการทดสอบที่เข้มงวดเป็นพิเศษ ทั้งยังต้องขยายขีดความสามารถด้านการจำลองภาพเสมือนจริงแบบดิจิทอล ให้มากขึ้นกว่าเดิม

ความรู้ที่ได้รับจากการพัฒนานวัตกรรมสำหรับใช้งานในอวกาศนี้ ถูกนำไปต่อยอดสู่นวัตกรรมแห่งอนาคตใหม่ๆ ของกลุ่ม Michelin บนพื้นโลก โดยเฉพาะนวัตกรรมเพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อม ที่ต้องการความแข็งแกร่งทนทานไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

รางวัล “ยางแห่งปี”: Michelin Primacy 5 Energy ยางพรีเมียมที่ได้รับมาตรฐานสูงสุดระดับ AAA และครองอันดับหนึ่งในฐานะยางที่มีอายุใช้งานดีเยี่ยมยาวนานสูงสุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ยางในกลุ่มประเภทเดียวกัน ทั้งยังได้รับการยอมรับจากผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำ

Michelin Primacy 5 Energy ได้รับยกย่องให้ครองตำแหน่ง “ยางแห่งปี” ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลกราว 20 ราย วางใจเลือกใช้ยางรุ่นนี้ ก่อนที่ยางจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยรถยนต์รุ่นใหม่กว่า 50 รุ่นอยู่ระหว่างการพัฒนาจะติดตั้งยางรุ่นนี้เป็นยางมาตรฐานติดรถ นอกจากนี้ ยาง Michelin Primacy 5 Energy ยังได้รับมาตรฐานสูงสุดระดับ AAA ซึ่งเป็นมาตรฐานความเป็นเลิศในทุกหมวดหมู่บนฉลากยางรถยนต์ตามมาตรฐานสหภาพยุโรป (EU Label) ได้แก่ สมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียก, ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการลดเสียงรบกวนจากภายนอก ทั้งยังครองอันดับหนึ่งในฐานะยางที่มีอายุใช้งานดีเยี่ยมยาวนานสูงสุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ยางในกลุ่มประเภทเดียวกัน

ยางรุ่นนี้จึงตอบโจทย์ความต้องการยางพรีเมียมที่ให้ประสิทธิภาพเหนือกว่า ไม่ว่าจะในด้านความปลอดภัย, การรองรับรถยนต์ไฟฟ้า, การลดการปล่อยมลพิษ, ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน หรือความยั่งยืนของวัสดุ

รางวัล “ความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อมแห่งปี” ประเภทการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม: โครงการ BioButterfly ที่นำชีวมวลมาใช้ในการผลิตบิวทาไดอีน และอีลาสโตเมอร์ โครงการ BioButterfly โดย Michelin ร่วมกับ IFP Energies Nouvelles และ Axens ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานแห่งประเทศฝรั่งเศส (ADEME) ได้รับรางวัล “ความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อมแห่งปี” ประเภทการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม (Environment Achievement of the Year-Industrial Contribution)

หลังใช้เวลากว่า 12 ปีในการวิจัย และใช้เงินลงทุนไปกว่า 80 ล้านยูโร (ราว 2,900 ล้านบาท) โรงงานต้นแบบเชิงอุตสาหกรรม (Industrial Demonstrator) ของ Michelin ณ เมืองบาซองส์ (Bassens) ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเริ่มดำเนินงานเมื่อปี 2566 ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จ และประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตบิวทาไดอีนจากชีวมวล (Bio-Based Butadiene) ที่ใช้ไบโอเอธานอล (Bioethanol) เป็นวัตถุดิบอีลาสโตเมอร์ชุดแรกที่ผลิตด้วยกระบวนการนี้ตอบโจทย์ข้อกำหนดที่จำเป็นในการนำมาใช้ผลิตยางรถยนต์ได้อย่างดี ขณะเดียวกันยังช่วยลดปริมาณการปล่อยแกสเรือนกระจก หรือ “คาร์บอนฟุทพรินท์” ลงได้อย่างมากเมื่อเทียบกับการผลิตบิวทาไดอีนจากฟอสซิล

ทั้งนี้ โครงการ BioButterfly ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมอีลาสโตเมอร์จากชีวมวล (Bio-Based Elastomer) และลดปริมาณการปล่อยแกสเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ยาง (Tire Value Chain)

รางวัลเกียรติยศสูงสุดด้านการอุทิศตนในการพัฒนาเทคโนโลยียางรถยนต์ประจำปี 2569: Pascal Prost ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านยางล้อ

Pascal Prost ซึ่งอุทิศตนทำงานให้กับ Michelin มานานถึง 35 ปี โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านยางล้อ (Senior Fellow-Tires) ได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุดด้านการอุทิศตนในการพัฒนาเทคโนโลยียางรถยนต์ประจำปี 2569 (Tire Tech 2026 Lifetime Achievement Award) โดยตลอดเส้นทางอาชีพ Pascal Prost เผชิญ และรับมือกับทุกความท้าทายทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับยางอย่างมุ่งมั่น และกระตือรือร้น โดยเฉพาะโจทย์ด้านสมรรถนะซึ่งมักมีข้อกำหนดที่ขัดแย้งกันเอง นอกจากนี้ เขายังประสานความร่วมมือกับทีมงานหลายฝ่ายภายในกลุ่ม Michelin ทั้งยังทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย และบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำหลายแห่ง

เส้นทางอาชีพด้านเทคนิคในกลุ่มยางรถยนต์นั่ง และยางรถสองล้อ โดยเฉพาะผลงานเรื่องยางที่มีแรงต้านทานการหมุนต่ำ และการออกแบบยางที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิต (Eco-Design) สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม, การทุ่มเทเพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่า และความมุ่งมั่นส่งเสริมให้เกิดการสัญจรที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของ Michelin

รางวัลนี้ไม่เพียงมอบให้เพื่อยกย่องการอุทิศตนให้แก่อาชีพการงานด้วยการมุ่งมั่นพัฒนาความเชี่ยวชาญทางเทคนิค แต่ยังเชิดชูความเป็นเลิศที่เกิดจากพลังร่วมของพนักงานกลุ่ม Michelin ทุกคน

รางวัลอันทรงเกียรติทั้ง 4 รางวัลครอบคลุมงานวิจัยขั้นสูง, นวัตกรรมผลิตภัณฑ์, การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการยกย่องมืออาชีพที่โดดเด่น สะท้อนความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย และลึกซึ้งของกลุ่ม Michelin ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการขับเคลื่อนที่แท้จริง โดยมุ่งมั่นคิดค้นพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเดินทางสัญจรที่ปลอดภัย มีสมรรถนะสูง และยั่งยืนยิ่งขึ้น สำหรับการใช้งานทั้งบนโลก และนอกโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...