โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เปิดหน้าแก๊งสังหาร อุ้มฆ่าผู้จัดการท็อป สางปมรักซ้อน คลิปลับ 4 สาว สืบรวบตัวการใหญ่

Thaiger

อัพเดต 6 มีนาคม 2569 เวลา 18.28 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

สรุปมหากาพย์คดีอุ้มฆ่าเผานั่งยาง “ผู้จัดการท็อป” สางปมรักซ้อน สู่การรวบตัวการใหญ่ เปิดรายชื่อทีมสังหาร 8 คน

นับเป็นคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญประชาชนทั้งประเทศกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีของนายรุทธ์ หรือ “ท็อป” ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ ถูกแก๊งคนร้ายบุกอุ้มตัวไปอย่างอุกอาจกลางวันแสกๆ ย่านรัชดาภิเษก ซอย 18

ในเวลาต่อมาพบร่างของเขาถูกฆาตกรรม เผาอำพรางศพอย่างโหดเหี้ยมภายในตึกร้างที่จังหวัดลพบุรี ล่าสุดคดีนี้มีความคืบหน้า ทั้งการจับกุมผู้บงการและการเปิดเผยรายชื่อทีมอุ้มครบทั้งแก๊ง

รวบตัวการใหญ่คาบ้านพัก พร้อมเจอข้อหาหนัก

การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปสู่การขอศาลอนุมัติหมายจับตัวการใหญ่ 2 ราย คือ “นายสรวีย์” และ “นางสาวเบญญาภา” (เบ็น) เจ้าหน้าที่สามารถบุกเข้าจับกุมตัวทั้งคู่ได้เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมตัวเดินทางออกจากที่พัก

นายสรวีย์ และนางเบ็นถูกตั้งข้อหาหนักหลายกระทง ได้แก่ เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ข่มขืนใจผู้อื่นโดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป, กักขังหน่วงเหนี่ยว, ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยใช้ยานพาหนะ, ทำลายหรือเคลื่อนย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร

เปิดรายชื่อ 8 ทีมสังหาร

สำหรับขบวนการที่รับจ้างมาลงมืออุ้มคุณท็อปนั้น ตำรวจสืบสวนพบว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 8 ราย แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ขณะนี้ 7 รายถูกจับกุมตัวและส่งศาลอาญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย

คนที่ 1 คือ ว่าที่ร้อยตรีวีรวิชญ์ หรือ ขวัญ อาชีพบอดี้การ์ด ทำหน้าที่ขับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว

คนที่ 2 คือ นายพงศ์สิทฐ์ หรือ เป้ ทำหน้าที่ขับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทาดำ

คนที่ 3 คือ นายบุญญพัฒน์ หรือ สันติ ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถของคุณท็อปเพื่อสร้างสถานการณ์

คนที่ 4 คือ นายจักรพันธ์ หรือ เจ ทำหน้าที่ถือแฟ้มข้อมูลประวัติของเป้าหมาย

คนที่ 5, 6 และ 7 คือ นายเผ่าทอง (อั้ม), นายอภิสิทธิ์ (ปอร์น) และนายสิทธิโชค (แบ๊ค) เป็นทีมที่นั่งประกบอยู่ในรถฟอร์จูนเนอร์สีเทาดำ

ส่วนผู้ต้องหารายที่ 8 ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์สำคัญ เป็นคนประสานงานรับงานมา คือ ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ หรือ ไอ้อาร์ท ขณะนี้เป็นเพียงคนเดียวที่ยังหลบหนีลอยนวล มีรายงานว่าได้หลบหนีข้ามฝั่งไปยังประเทศลาวแล้ว

ปมรักซ้อนซ่อนเงื่อน ชนวนเหตุมรณะ

นอกจากประเด็นการว่าจ้างอุ้มฆ่าแล้ว คดีนี้ยังโยงใยไปถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนของคุณท็อปที่มีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องถึงสองคน คนแรกคือ “ก้อย” ว่าที่เจ้าสาวที่คบหากันมานาน 6 ปีแบบให้เกียรติและไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ทันทีที่ฝ่ายชายหายตัวไปเพียง 3-4 วัน เธอก็มีลางสังหรณ์และตัดสินใจยกเลิกงานแต่งทันที ยิ่งเมื่อมารู้ว่าฝ่ายชายมีโลกอีกใบ เธอก็ยอมรับว่าโกรธจนร้องไห้ไม่ออก และมองว่าเป็นบุญแล้วที่ไม่ได้แต่งงานด้วย

โลกใบที่สองคือ “จีน่า” เพื่อนที่รู้จักกันมานาน 30 ปี ซึ่งยอมรับว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ตายเพราะความสงสาร รู้ดีว่าเขากำลังจะแต่งงาน ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ตำรวจพุ่งเป้าไปที่เรื่องชู้สาว เป็นเพราะ “นายสรวีย์” ผู้บงการที่ถูกจับกุมนั้น อดีตเคยเป็นคนที่คบหาดูใจกับจีน่ามาก่อน แม้จีน่าจะยืนยันว่าเลิกรากันไปนานนับสิบปีแล้ว ส่วนคลิปวิดีโอลับก็ไม่ใช่ต้นเหตุของการสั่งตาย พร้อมปฏิเสธว่าตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ จีน่ายังได้ทิ้งประเด็นใหม่ให้ตำรวจสืบสวนต่อ ว่าผู้ตายเคยบ่นเรื่องพี่ชายกำลังมีปัญหาขัดแย้งเกี่ยวกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในประเทศกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งไล่ล่าตัวนายภูเมธที่หลบหนีไปลาวให้ได้ เพื่อนำตัวมาสอบปากคำและต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย ว่าแท้จริงแล้วคำสั่งตายครั้งนี้มาจากความแค้นเรื่องชู้สาว หรือผลประโยชน์ทางธุรกิจกันแน่

เปิดปากมืออุ้ม รุทธ์ ผู้จัดการ วินาทีลากขึ้นรถ ก่อนกลายเป็นศพ ยังซื้อข้าวให้กิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...