โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อพยพคนไทยจากอิหร่านเพิ่มเป็น 125 คน

INN News

อัพเดต 07 มี.ค. เวลา 08.52 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. เวลา 01.52 น. • INN News

กต.ตะวันออกกลางยังอ่อนไหว อพยพคนไทยจากอิหร่านเพิ่มเป็น 125 คน ตร.ยกระดับดูแลสถานทูต–สนามบิน 24 ชม. ขณะพลังงานยันน้ำมันสำรองใช้ได้ 95 วัน

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความตึงเครียด โดยอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง และมีรายงานการโจมตีระลอกใหม่เกิดขึ้นเป็นระยะ

นอกจากนี้สถานการณ์การสู้รบยังขยายตัวไปยังประเทศใกล้เคียงมากขึ้น นอกเหนือจากเลบานอน โดยมีรายงานว่าอาเซอร์ไบจานถูกโจมตีทางอากาศ ส่งผลให้พลเรือนบางส่วนได้รับบาดเจ็บและโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย ก่อนที่รัฐบาลอาเซอร์ไบจานจะประกาศเตรียมตอบโต้ ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์มีความน่ากังวลมากขึ้น

สำหรับสถานการณ์การเปิด–ปิดน่านฟ้าในภูมิภาค ขณะนี้หลายประเทศยังคงปิดน่านฟ้า ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิสราเอล ซีเรีย อิรัก อิหร่าน บาห์เรน คูเวต และกาตาร์ ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และจอร์แดนยังคงเปิดน่านฟ้า โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและโอมานได้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญในการอพยพชาวต่างชาติออกจากภูมิภาคทางอากาศ

รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ขอให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่กับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

ในส่วนของการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน ล่าสุดมีผู้ประสงค์อพยพเพิ่มจาก 117 คน เป็น 125 คน โดยจะแบ่งการเดินทางออกทางบกเป็น 2 รอบ รอบแรกวันที่ 7 มีนาคม จำนวน 69 คน และรอบที่สองวันที่ 10 มีนาคม จำนวน 56 คน โดยจะเดินทางไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่จากกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ไปให้การต้อนรับ จัดหาที่พักและอาหารระหว่างรอเที่ยวบินเดินทางกลับประเทศไทยในช่วง 2–3 วันถัดไป

ขณะเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา จะเปิดศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวาน ประเทศตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนไทยที่อพยพออกจากอิหร่าน รวมถึงใช้เป็นที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะรานด้วย

สำหรับสถานการณ์ในตุรกี ขณะนี้สนามบินอิสตันบูลต้องรองรับเที่ยวบินจำนวนมากจากสายการบินที่หลีกเลี่ยงการบินผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า ทำให้บางเที่ยวบินถูกยกเลิก ทางสถานเอกอัครราชทูตไทยจึงแนะนำให้คนไทยติดต่อสายการบินเพื่อขอรับการเยียวยา หากคาดว่าเที่ยวบินใหม่จะล่าช้าและเสี่ยงต่อการอยู่เกินกำหนดวีซ่า อาจพิจารณายกเลิกเที่ยวบินเดิมและซื้อตั๋วใหม่ในเส้นทางที่เลี่ยงประเทศที่ปิดน่านฟ้า โดยคนไทยสามารถพำนักในตุรกีได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่าเป็นเวลา 30 วัน

ขณะที่ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งยังเปิดน่านฟ้าอยู่ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ได้ประสานกับสถานทูตไทยในประเทศใกล้เคียงที่ปิดน่านฟ้า เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการนำคนไทยเดินทางข้ามแดนไปใช้เที่ยวบินกลับประเทศไทย ส่วนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แม้น่านฟ้าบางส่วนยังปิดอยู่ แต่สายการบิน Etihad, Emirates และ Air Arabia ได้เริ่มเปิดเส้นทางบินบางส่วนเพื่อช่วยอพยพชาวต่างชาติกลับประเทศแล้วนอกจากนี้ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังประกาศยกเว้นค่าปรับกรณีอยู่เกินกำหนดวีซ่า (Overstay) สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้าตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในประเทศ โดยเฉพาะสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล สนามบิน และสถานที่สำคัญต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ตามข้อสั่งการของรัฐบาล

เพื่อป้องกันผลกระทบด้านความมั่นคงและรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดตามแนวชายแดน และติดตามบุคคลต่างด้าวที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงเฝ้าระวังข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอมที่อาจสร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน ยังเตรียมความพร้อมรองรับคนไทยที่จะเดินทางกลับจากตะวันออกกลางผ่านท่าอากาศยานในประเทศ โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

ด้านนายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดและโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยยืนยันว่าปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้งานได้ถึง 95 วัน เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ประเมินไว้ประมาณ 60 วัน หลังจากผู้ค้าน้ำมันในประเทศสามารถจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมและยืนยันการส่งมอบได้แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้น้ำมันสำรองตามกฎหมายเพิ่มจาก 1% เป็น 3% เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมทั้งควบคุมการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศ ยกเว้น สปป.ลาว และเมียนมา ซึ่งยังมีความจำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานจากไทย อีกทั้ง ได้สั่งการให้กรมธุรกิจพลังงานและสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการกักตุนหรือการจำหน่ายในลักษณะที่ทำให้เกิดการขาดแคลนในระยะสั้น

ในส่วนมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ กระทรวงพลังงานยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพิจารณามาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ ยังเตรียมใช้พลังงานทางเลือก เช่น ไบโอดีเซล B100 การนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปมาตรฐานยูโร 4 ซึ่งมีราคาถูกกว่า รวมถึงเพิ่มการจัดหา LNG และเพิ่มกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงานและป้องกันปัญหาไฟฟ้าดับทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินทุกมาตรการเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...