MTC สินเชื่อเร่งตัวสูง หนุนปี69 กำไรทำนิวไฮ
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 10.21 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 03.21 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า(ประเทศไทย)จำกัด ระบุถึงแนวโน้มธุรกิจMTCโดยผู้บริหารตั้งเป้าสินเชื่อรวมปี 2026 โต 10-15% YoY (สูงกว่าประมาณการของเราที่ 9% YoY) หนุนจากความต้องการสินเชื่อที่ยังสูงในต่างจังหวัด โดยบริษัทจะเน้นขยายสินเชื่อจำนำทะเบียนมากขึ้น พร้อมกับลดสัดส่วนสินเชื่อไม่มีหลักประกันจาก 13% เหลือ 11% ของสินเชื่อรวม
ทั้งนี้บริษัทยังคงนโยบาย Loan to Value เท่าปีก่อน และเน้น Ticket Size ขนาดเล็ก เพื่อควบคุมความเสี่ยงเรื่องปัญหาหนี้เสีย
ต้นทุนทางการเงินมีทิศทางปรับลดลง จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ที่มีดอกเบี้ยจ่ายต่ำลง คาด Cost of Fund ที่ 4.55% ลดลงจาก 4.7% ในปี 2025 ส่วนแผนระดมทุนยังไม่มีแผนออกขายหุ้นกู้สกุลเงินต่างประเทศ เพราะสภาพคล่องในประเทศยังสูง
เรื่องคุณภาพสินทรัพย์ยังไม่น่ากังวล แต่ยังคงนโยบายตั้งสำรองเชิงระมัดระวัง ตั้งเป้า Credit Cost ที่ 2.6% และ NPL เท่าปีก่อน เพราะมองว่าเป็นระดับสำรองที่เหมาะสมภายใต้เศรษฐกิจปัจจุบัน คงเป้า Coverage Ratio ที่ 140% ใกล้เคียงเดิม
ผลกระทบจากน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ค่อนข้างจำกัด มีสาขาที่ได้รับผลกระทบเพียง 54 สาขา คิดเป็นมูลหนี้ 500 ลบ. หรือ 0.3% ของสินเชื่อรวม ซึ่งลูกหนี้ดังกล่าวจะได้รับการยกเว้นดอกเบี้ย 3 เดือนและจะกลับมาต้องจ่ายอีกครั้งเดือน มี.ค.
เราคาด MTC จะมีกำไรสุทธิ 7,530 ลบ. โต 12% YoY หนุนจากการขยายสินเชื่อใหม่ที่เร่งตัวขึ้น ตามความต้องการใช้สินเชื่อนอนแบงก์ที่เพิ่มขึ้น และการเปิดสาขาใหม่ที่ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการมากขึ้น ขณะที่การตั้งสำรองเรายังคงประเมินว่ามีโอกาสที่ Credit Cost จะปรับลดลงได้ YoY ในปี 2026 เพราะบริษัทลดสัดส่วนสินเชื่อไม่มีหลักประกันลง และปัจจุบันราคารถจักรยานยนต์ และรถยนต์ 4 ล้อมือสองเริ่มปรับตัวดีขึ้น ช่วยลดผลขาดทุนจากการขายรถยึด ขณะที่ NIM เราคาดปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 13.9% จาก 13.7% ในปี 2025 จากผลของต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
เรามอง MTC เป็นตัวแทนที่ดีสำหรับหุ้นในกลุ่มที่จะได้อานิสงส์บวก จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาลชุดใหม่ ช่วยปิดความเสี่ยงจากการตั้งสำรอง และช่วยให้การปล่อยสินเชื่อปรับตัวดีขึ้น ราคาหุ้นปัจจุบันแม้ฟื้นตัวขึ้นดี แต่ยังมี Upside 37.7% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2026 เดิมของเราที่ 52 บาท จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ทั้งนี้บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิปี 2025 หุ้นละ 0.29 บาท คิดเป็น Div. Yield 0.8% (XD วันที่ 28 เม.ย. และจ่ายปันผลวันที่ 15 พ.ค.)