โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม.รับทราบ 8 มาตรการรับมือฤดูแล้งปี 68/69 เร่งบริหารน้ำ-ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 15.14 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 08.14 น.

ครม.รับทราบ 8 มาตรการรับมือฤดูแล้งปี 68/69 เร่งบริหารน้ำ-ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศหลังประเมินปริมาณน้ำต้นทุนทั่วประเทศกว่า 1.2 แสนล้านลูกบาศก์เมตร

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบมาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569 รวม 8 มาตรการ และมอบหมายหน่วยงานดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว โดยรายงานให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ทราบ พร้อมทั้งสรุปผลการดำเนินงานรายงาน ครม.เพื่อทราบต่อไป ตามที่ กนช. เสนอ

น.ส.อัยรินทร์ กล่าวว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันดำเนินการถอดบทเรียนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฤดูแล้งปี 2567/2568 และนำผลการถอดบทเรียนไปวางแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวมถึงจัดทำมาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569 เพื่อให้บริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพ และเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฤดูแล้ง ตามปฏิทินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. กรอบแนวทางการวางแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฤดูแล้ง ปี 2568/2569 ดังนี้

1) ด้านประมาณน้ำต้นทุน ได้มีการคาดการณ์ปริมาณน้ำต้นทุนในเขตชลประทาน และนอกเขตชลประทาน ปริมาณน้ำที่นำมาใช้ได้ และแหล่งน้ำบาดาลตามข้อมูลศักยภาพน้ำบาดาล ซึ่งพบว่ามีปริมาณน้ำต้นทุน ณ วันที่ 1 พ.ย. 68 จำนวน 120,723 ล้านลูกบาศก์เมตร

2) ด้านความต้องการใช้น้ำ ได้มีประเมินความต้องการใช้น้ำรายกิจกรรมการใช้น้ำสำหรับวางแผนจัดสรรน้ำ ประกอบด้วย (1) การอุปโภคบริโภค (2) การเกษตร (3) รักษาระบบนิเวศ (4) อุตสาหกรรม และ (5) พาณิชยกรรม/การท่องเที่ยว โดยให้เป็นไปตามลำดับความสำคัญที่คณะกรรมการลุ่มน้ำกำหนด โดยได้มีแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งทั้งประเทศ จำนวน 46,983 ล้านลูกบาศก์เมตร และแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งประเทศ จำนวน 15.60 ล้านไร่

3) พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ ได้การประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ ณ เดือนพ.ย. 68 ซึ่งพบว่ามีพื้นที่คาดว่าจะเสี่ยงในช่วงฤดูแล้ง ปี 2568/2569 ดังนี้

  • ด้านอุปโภคบริโภค ได้พบว่าอยู่ในพื้นที่ในเขตบริการของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) 16 จังหวัด และพื้นที่นอกเขตบริการของ กปภ. (ประปาท้องถิ่น) 25 จังหวัด
    • ด้านการเกษตร โดยจากการวิเคราะห์สมดุลน้ำรายตำบล พบว่ามีพื้นที่เสี่ยง 3 จังหวัด และการประเมินโดย Drought Risk Index (DRI) พบว่ามีพื้นที่ 9 จังหวัด
    • ด้านคุณภาพน้ำ ได้มีการเฝ้าระวังแม่น้ำสายหลักในพื้นที่ 22 ลุ่มน้ำ รวมทั้งพื้นที่ในเขตบริการของ กปภ. 5 จังหวัด และพื้นที่ในเขตบริการของการประปานครหลวงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ฝั่งตะวันออก จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ

2. มาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569 ดังนี้

มาตรการที่ 1 คาดการณ์ ชี้เป้า และแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง) ประกอบด้วย

1) ด้านน้ำต้นทุน (Supply) จำนวน 2 มาตรการ ได้แก่

(1) เพิ่มประสิทธิภาพการคาดการณ์ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อบริหารจัดการน้ำได้อย่างต่อเนื่องทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง และจัดทำข้อมูลพื้นที่ที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ รวมถึงการประยุกต์ใช้ภาพดาวเทียมในการคาดการณ์ พร้อมทั้งติดตามเฝ้าระวัง และประเมินสถานการณ์ตลอดฤดูแล้ง ได้แก่ ด้านอุปโภค บริโภค ด้านการเกษตร และด้านคุณภาพน้ำ

(2) จัดทำระบบฐานข้อมูลกลางที่มีมาตรฐาน เพื่อใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ได้แก่ ความต้องการใช้น้ำและแนวโน้มการขาดแคลน แหล่งน้ำ (ผิวดิน/บาดาล) รวมถึงจัดทำแนวทางการรองรับการขาดแคลนน้ำ และการช่วยเหลือ

มาตรการที่ 2 สร้างความมั่นคงน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง) ได้แก่

(1) พัฒนาระบบประปา ปรับปรุง บำรุงรักษาระบบประปาเดิม และเป่าล้างทำความสะอาดบ่อบาดาล

(2) ซ่อมแซมและเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำแหล่งน้ำเดิม พัฒนาแหล่งน้ำใหม่ และระบบกระจายน้ำ พร้อมเชื่อมโยงโครงข่ายน้ำและแหล่งน้ำในจุดที่มีศักยภาพ เช่น ขุดลอกแหล่งน้ำหรือลำน้ำ เพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำเดิม เจาะบ่อบาดาล

(3) จัดทำแผนปฏิบัติการฝนหลวง รองรับพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ และปฏิบัติการเติมน้ำให้กับแหล่งน้ำ พื้นที่เกษตร และพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำตามสภาพอากาศที่เหมาะสม

(4) จัดทำแผนปฏิบัติการและปฏิบัติการสูบผันน้ำในพื้นพื้นที่ที่มีศักยภาพ

(5) เตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และเข้าช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำได้ทันสถานการณ์

มาตรการที่ 3 กำหนดแผนจัดสรรน้ำและพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้ง บริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามลำดับความสำคัญการใช้น้ำที่คณะกรรมการลุ่มน้ำกำหนด (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง)

(1) กำหนดแผนการจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน และเกณฑ์ปริมาณน้ำต้นทุนฤดูฝน ปี 2569 ให้สอดคล้องกับการคาดการณ์สถานการณ์เอลนีโญ และลานีญา พร้อมบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามลำดับความสำคัญการใช้น้ำที่คณะกรรมการลุ่มน้ำกำหนด โดยให้คำนึงถึงกิจกรรมการใช้น้ำด้านท้ายน้ำร่วมด้วย เช่น การเลี้ยงปลาในกระชัง เป็นต้น รวมถึงทำแผนปฏิบัติการส่งน้ำ และควบคุมการใช้น้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนให้เป็นไปตามแผน พร้อมทั้งแจ้งแผนให้กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

(2) กำหนดแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง และขึ้นทะเบียนเกษตรกร โดยระบุพื้นที่คาดการณ์เพาะปลูก และแหล่งน้ำที่นำมาใช้ให้ชัดเจนในรูปแบบแผนที่ เพื่อให้การเพาะปลูกสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขการเพาะปลูกพืชพื้นที่นอกแผน และพื้นที่ที่ไม่สามารถสนับสนุนน้ำเพื่อการเพาะปลูกได้ โดยมอบหมายหน่วยงานที่รับผิดชอบประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

(3) กำหนดแผนและควบคุมการจัดสรรน้ำในพื้นที่ลุ่มที่ 11 ทุ่ง และลุ่มน้ำเจ้าพระพระยา สำหรับการเพาะปลูกเพื่อให้เก็บเกี่ยวได้ทันก่อนฤดูน้ำหลาก พร้อมทั้งจัดทำมาตรการเสริม เพื่อส่งน้ำไปยังพื้นที่ลุ่มต่ำเป้าหมาย

(4) สำรวจ ตรวจสอบความมั่นคง คันคลอง เขื่อนป้องกันตลิ่ง ถนนที่เชื่อมต่อกับทางน้ำในพื้นที่ที่อาจจะเกิดการทรุดตัวจากระดับน้ำในทางน้ำที่อาจจะลดต่ำกว่าปกติ

มาตรการที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ประหยัดน้ำ และลดการสูญเสียน้ำในทุกภาคส่วน (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง) ดังนี้

(1) สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ ถ่ายทอด เผยแพร่ผลการวิจัยและพัฒนา เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภาคการเกษตร และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืช เพื่อลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำและเพิ่มรายได้ในพื้นที่ เช่น ปลูกพืชใช้น้ำน้อย หรือพืชที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการน้ำ

(2) วางแผนการประหยัดน้ำของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์รณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัด และส่งเสริมสนับสนุนให้โรงงานอุตสาหกรรม ใช้ระบบ 3R เพื่อลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำต่าง ๆ

(3) ลดการสูญเสียน้ำในระบบประปา และระบบชลประทาน ได้แก่ ลดการสูญเสียน้ำในระบบประปา เพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำในระบบชลประทาน โดยการปรับรอบเวรการส่งน้ำให้สอดรับกับปริมาณความต้องการน้ำของพื้นที่ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ และจัดทำปฏิทินรอบเวรการส่งน้ำในพื้นที่เกิดวิกฤติขาดแคลนน้ำ

มาตรการที่ 5 เฝ้าระวังและแก้ไขคุณภาพน้ำ (ตลอดฤดูแล้ง) ดังนี้

(1) เฝ้าระวัง ตรวจวัด ควบคุม และแก้ไขคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก และสายรอง แหล่งน้ำที่รับน้ำจากภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และชุมชน รวมถึงปริมาณน้ำระบาย จากทุ่งรับน้ำและพื้นที่น้ำท่วมในช่วงปลายฤดูฝนที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และคุณภาพน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา รวมทั้งเตรียมแผนปฏิบัติการรองรับ กรณีเกิดปัญหาและแจ้งเตือนพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งรายงานผลการแก้ไข คุณภาพน้ำ

(2) สำรวจและจัดทำแผนติดตั้งสถานีตรวจวัดอัตโนมัติเพิ่มเติมในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงปัญหาคุณภาพน้ำ

(3) จัดทำแผนที่เฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายสำคัญ

มาตรการที่ 6 เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการน้ำของชุมชน/องค์กรผู้ใช้น้ำ (ตลอดฤดูแล้ง)

(1) เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการน้ำของชุมชน และองค์กรผู้ใช้น้ำที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ โดยสร้างความรู้ความเข้าใจในการวางแผนการใช้น้ำจากแหล่งน้ำที่มีอยู่ การเตรียมจัดหาน้ำสำรอง และการกักเก็บให้มีน้ำเพียงพอตลอดฤดูแล้ง รวมทั้งพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำชุมชน และส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำ การใช้ทรัพยากรน้ำร่วมกันระหว่างตำบล และองค์กรผู้ใช้น้ำที่อยู่ใกล้เคียงกัน

(2) เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านเทคนิคในการซ่อมแซม และบำรุงรักษาอาคารบังคับน้ำ เครื่องสูบน้ำ ระบบประปาท้องถิ่น เครื่องจักรเครื่องมืออื่น ๆ

(3) ขับเคลื่อนผ่านกลไกองค์กรผู้ใช้น้ำ โดยการส่งเสริมองค์ความรู้ แนวคิด วิธีการ การใช้น้ำอย่างประหยัดน้ำ เช่นการจัดทำคู่มือการใช้อย่างรู้คุณค่าและประหยัดน้ำ

มาตรการที่ 7 สร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง) สร้างการรับรู้ประชาสัมพันธ์ สถานการณ์การวางแผนบริหารจัดการน้ำ และการควบคุมการใช้น้ำ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการใช้น้ำอย่างประหยัด และเป็นไปตามแผนที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพการจัดทำแผนประชาสัมพันธ์อย่างเป็นระบบ

มาตรการที่ 8 ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน (ตลอดและหลังจากสิ้นสุดฤดูแล้ง)

(1) ติดตามผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน พร้อมจัดทำระบบการติดตาม มาตรการโดยพัฒนาฐานข้อมูล เช่น พื้นที่เสี่ยง แหล่งน้ำ เครื่องจักรเครื่องมือ และการให้ความช่วยเหลือ เป็นต้น ในรูปแบบออนไลน์ หน่วยงานรายงานผล /การให้ความช่วยเหลือ และหากพบการขาดแคลนน้ำหรือภัยแล้งให้รายงานมายัง สทนช. และคณะกรรมการลุ่มน้ำ

(2) ประเมินผลงานตามมาตรการ พร้อมสรุปบทเรียน

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...