3 หุ้นปูนใหญ่ ปี 2568 กำไรโต- คุมต้นทุนเข้ม
The Bangkok Insight
อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 09.49 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 09.44 น. • The Bangkok Insight3 หุ้นปูนใหญ่ ปี 2568 กำไรโต- คุมต้นทุนเข้ม จึงไม่ใช่เรื่องของการไล่ล่าการเติบโตหวือหวา
ท่ามกลางปี 2568 ที่เศรษฐกิจยังเต็มไปด้วยแรงกดดันรอบด้าน ทั้งการฟื้นตัวที่เชื่องช้าของเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาทแข็งค่า และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ กลุ่มบริษัท "ปูนซีเมนต์ไทย" เลือกเดินเกมแบบไม่เร่งเครื่อง แต่เน้นตั้งรับอย่างมีวินัย ประกอบไปด้วย
SCC: บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
SCGP: บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
SCGD: บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน)
ปูนใหญ่ โชว์ผลงาน 3 ธุรกิจ
ภาพสรุปผลงานปีที่ผ่านมาของทั้ง 3 ธุรกิจ จึงไม่ใช่เรื่องของการไล่ล่าการเติบโตหวือหวา หากเป็นการรักษากำไร คุมต้นทุนอย่างเข้มงวด และเสริมความแข็งแรงทางการเงิน เพื่อปูฐานให้พร้อมเร่งตัวในรอบถัดไป เมื่อจังหวะเศรษฐกิจเปิดกว้างอีกครั้ง
SCC โชว์จุดแข็งกระแสเงินสด 5 หมื่นล้าน
เริ่มกันที่พี่ใหญ่อย่าง SCC ธุรกิจการลงทุน (Holding company) ของกลุ่มซีเมนส์ ก่อสร้าง และเคมีคอลส์ รายได้รวมปี 2568 ที่ 496,925 ล้านบาท ลดลง 3% แต่มีกำไรสุทธิ 14,075 ล้านบาท พลิกจากงวดปี 2567 ที่มีผลขาดทุน โดยบริษัทมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยใช้ AI & Robotics ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างการเติบโตให้องค์กรในระยะยาว
อีกทั้งยังแสดงจุดแข็งด้วยการมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ (Adjusted EBITDA) 55,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน จากการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นที่ช่วยให้หนี้สินสุทธิลดลงกว่า 14,800 ล้านบาท ประกอบกับการปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ SCC ควบคุมเงินลงทุน (CAPEX) เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท
คณะกรรมการ SCC จึงมีมติจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังของปี 2568 อีก 2.50 บาท และรวมที่บริษัทได้จ่ายเป็นเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกไปแล้วทั้งหมดเป็น 5.0 บาท
SCGP ปรับปรุงต้นทุนเยี่ยม กำไรโต 10%
ด้าน SCGP ประกอบธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร ปี 2568 รายได้รวม 124,374 ล้านบาท ลดลง 6% แต่สามารถทำกำไรสุทธิ 4,069 ล้านบาท เติบโต 10% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
แม้รายได้จากการขายลดลงจากแรงกดดันด้านราคาขาย แต่สามารถชดเชยด้วยปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงกำไรควบรวมกิจการในประเทศอินโดนีเซีย โดยเฉพาะไตรมาส 4/2568 ที่กำไรฟื้นตัวชัดเจน
สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้ทะลุ 1.3 แสนล้านบาท และ EBITDA 1.83 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้าลงทุน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจในเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย วางหมากเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเป็น 2 ใน 3 ภายในปี 2572
นอกจากนี้ คณะกรรมการ SCGP ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังของปี 2568 อีก 0.35 บาท และรวมที่บริษัทได้จ่ายเป็นเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกไปแล้วทั้งหมดเป็น 0.6 บาท
SCGD ใช้เวียดนามเป็นแกนหลัก
ขณะที่ SCGD ธุรกิจกระเบื้องปูพื้น บุผนัง ทั้งในไทยและต่างประเทศ ธุรกิจสุขภัณฑ์ในไทย และธุรกิจให้บริการนิคมอุตสาหกรรม ภาพรวมปี 2568 รายได้รวม 23,130 ล้านบาท ลดลง 12% กำไรสุทธิ 932 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เพราะการลดต้นทุนจากการใช้พลังงานทดแทน และการเติบโตของธุรกิจในประเทศเวียดนาม
ดังนั้น SCGD ปักธงปี 2569 เติบโตต่อเนื่องโดยใช้เวียดนามเป็นแกนหลักในการขยายกำลังการผลิตและทำกำไร ท่ามกลางตลาดไทยที่ยังชะลอตัว บริษัทเตรียมงบลงทุน 2,500 ล้านบาท เน้นขยายกระเบื้องเกรซ พอร์ซเลน พลังงานชีวมวล และลดต้นทุนการผลิต พร้อมเล็งดีล M&A ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในเวียดนาม
โดยคณะกรรมการ SCC จึงมีมติจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังของปี 2568 อีก 0.19 บาท และรวมที่บริษัทได้จ่ายเป็นเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกไปแล้วทั้งหมดเป็น 0.34 บาท
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- หุ้นปูนใหญ่ SCC ผ่านจุดที่ต่ำสุดแล้วหรือยัง?
- วิเคราะห์หุ้นกลุ่มแบงก์ ผลประกอบการดีกว่าคาด กำไรเพิ่ม
- วิเคราะห์ไตรมาส 3 หุ้นTTW ธุรกิจน้ำประปายังโตได้แค่ไหน ?
ติดตามเราได้ที่