โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หายไปกว่า 30 ปี! ‘พญาแร้ง’ ห้วยขาแข้งวางไข่ใบที่ 2 ฟื้นฟู ‘นักกำจัดขยะแห่งพงไพร’

เดลินิวส์

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 20.05 น. • เดลินิวส์
พญาแร้งคู่ผสมพันธุ์ในโครงการฟื้นฟูฯ วางไข่ใบที่ 2 ของฤดูกาลสำเร็จ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตอกย้ำความสำเร็จในการคืนชีพสัตว์ป่าที่หายไปกว่า 30 ปี เพื่อสร้างสมดุลระบบนิเวศมรดกโลกอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.69 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และภาคีเครือข่าย เผยข่าวดีรับต้นปี หลังพญาแร้งคู่ผสมพันธุ์ในโครงการฟื้นฟูฯ วางไข่ใบที่ 2 ของฤดูกาล นับเป็นความสำเร็จอย่างต่อเนื่องจากการวางไข่ใบแรก เมื่อปลายปีที่ผ่านมา มุ่งเป้าคืนสมดุลสู่ระบบนิเวศมรดกโลก

นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) เปิดเผยข้อมูลจาก นายเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ระบุว่า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.30 น. พญาแร้งคู่ผสมพันธุ์ ณ หน่วยพิทักษ์ป่าซับฟ้าผ่า ได้วางไข่ใบที่ 2 เป็นผลสำเร็จ ซึ่งถือเป็นไข่ใบที่ 4 นับตั้งแต่เริ่มโครงการฯ โดยครั้งนี้ทางโครงการได้ตัดสินใจให้พ่อแม่นกเป็นผู้ฟักไข่เองตามธรรมชาติ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ผ่านระบบกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อส่งเสริมสัญชาตญาณสัตว์ป่าให้สมบูรณ์ที่สุด
ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ต่อเนื่องมาจากความหวังเมื่อปลายปี 2568 (24 ธันวาคม 2568) ที่พญาแร้งคู่ "พ่อป๊อก-แม่มิ่ง" ได้สร้างประวัติศาสตร์วางไข่ครั้งที่ 3 หลังจากเคยประสบความสำเร็จในการฟักและเลี้ยงลูกพญาแร้งตัวแรกที่ชื่อว่า "51" จนเติบโตแข็งแรงมาแล้ว

นางชยาภร กล่าวเสริมว่า "การวางไข่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความสำเร็จทางชีววิทยา แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังในการคืนชีวิตให้สัตว์ป่าที่สูญหายไปจากธรรมชาติของไทยนานกว่า 3 ทศวรรษ พญาแร้งในฐานะ "นกเทศบาลประจำป่า'" มีบทบาทสำคัญในการตัดวงจรโรคระบาดในระบบนิเวศ ความสำเร็จนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าความมุ่งมั่นของทุกหน่วยงานสามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับการอนุรักษ์ได้จริง"

สำหรับโครงการฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในประเทศไทย เป็นการทำงานเชิงบูรณาการระหว่าง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โดยใช้พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ เนื่องจากมีความเหมาะสมทางภูมิศาสตร์และความปลอดภัยสูง
ปัจจุบัน ทีมเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์กำลังติดตามพัฒนาการของไข่ใบใหม่อย่างใกล้ชิด และมุ่งหวังว่าสมาชิกใหม่ตัวนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการเติมเต็มประชากรพญาแร้ง ซึ่งถูกจัดสถานะเป็นสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) ตามบัญชีแดงของ IUCN ให้กลับมาสอยบินสง่างามบนท้องฟ้าเมืองไทยอย่างยั่งยืนอีกครั้ง"

ขอบคุณข้อมูล-ภาพ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...