โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โพลสถาบันพระปกเกล้าชี้ คนไทยยอมรอตั้งรัฐบาลช้า 5 เดือนเพื่อความถูกต้อง ดักทางรัฐบาลใหม่เร่งฟื้นเศรษฐกิจก่อนแก้ รธน.

THE STANDARD

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
โพลสถาบันพระปกเกล้าชี้ คนไทยยอมรอตั้งรัฐบาลช้า 5 เดือนเพื่อความถูกต้อง ดักทางรัฐบาลใหม่เร่งฟื้นเศรษฐกิจก่อนแก้ รธน.

วันนี้ (13 มีนาคม) สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน (KPI Poll) ครั้งที่ 12 ในหัวข้อทัศนะประชาชนต่อสถานการณ์การเมืองและภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลใหม่โดยมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนเสียงของประชาชนอย่างเป็นกลางและเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดทิศทางของประเทศ

ทั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll ระบุว่า โพลดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อเป็นคลังสมองทางประชาธิปไตย ให้แก่นักการเมืองและสาธารณชน โดยดำเนินการสำรวจกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 1,908 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2569

ผลสำรวจที่น่าสนใจที่สุดประเด็นหนึ่งคือ ท่าทีของประชาชนต่อความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยเมื่อตั้งสมมติฐานว่า หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง (เช่น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ) ซึ่งจะส่งผลให้การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ล่าช้าออกไปอีก 4-5 เดือน พบว่า กลุ่มตัวอย่างถึง 74.4% ระบุว่า ยอมรับได้ เนื่องจากมองว่าความชอบธรรมของกระบวนการประชาธิปไตยเป็นสิ่งสำคัญ แม้จะต้องแลกกับความล่าช้าในการบริหารประเทศก็ตาม ขณะที่กลุ่มตัวอย่างอีก 25.6% ระบุว่า ยอมรับไม่ได้ โดยมีความกังวลถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการบริหารงานภาครัฐ

เมื่อจำแนกตามภูมิภาค พบว่าประชาชนในภาคใต้ (75.7%) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (72.2%) มีสัดส่วนการยอมรับให้เลือกตั้งใหม่สูงที่สุด ตามมาด้วยภาคเหนือ (68.0%) กรุงเทพมหานคร (66.3%) และภาคตะวันออก (64.4%) อย่างไรก็ตาม ภาคกลางเป็นเพียงภูมิภาคเดียวที่มีสัดส่วนผู้ที่ ยอมรับไม่ได้ มากกว่า (56.3%) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลต่อความชะงักงันทางการเมืองในพื้นที่ดังกล่าว

สำหรับภารกิจเร่งด่วนที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการ ปรากฏว่าปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจนำมาเป็นอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน โดย 25.8% ต้องการให้เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้นและเพิ่มรายได้ และ 21.7% ต้องการให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะยาวพร้อมเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

ส่วนปัญหาอื่นๆ ที่รองลงมา ได้แก่ ปัญหาความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (16.4%) ปัญหาความปลอดภัยและอาชญากรรม (14.9%) และการปฏิรูประบบราชการเพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชัน (11.1%) ในขณะที่ประเด็นเรื่อง การแก้ปัญหาการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับอยู่ในลำดับรั้งท้ายที่ 10.1% ข้อมูลนี้สะท้อนชัดเจนว่า หากรัฐบาลใหม่มุ่งแต่ขับเคลื่อนวาระทางการเมืองโดยละทิ้งการแก้ปัญหาปากท้อง อาจสูญเสียความนิยมจากประชาชนอย่างรวดเร็ว

ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงความคาดหวังที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z: 18–27 ปี) ซึ่งกำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน ให้น้ำหนักไปที่การวางรากฐานเศรษฐกิจระยะยาวเพื่ออนาคตของประเทศ ในขณะที่กลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ (Gen Y, Gen X และ Baby Boomer: 28 ปีขึ้นไป) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องแบกภาระครอบครัว ต้องการนโยบายเศรษฐกิจระยะสั้นที่ช่วยบรรเทาค่าครองชีพและเพิ่มเม็ดเงินในกระเป๋าทันที เพื่อให้สามารถประคองวิถีชีวิตในแต่ละเดือนไปได้

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งนี้ เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังรัฐบาลชุดใหม่ว่า จะไม่มีช่วงเวลาฮันนีมูน รัฐบาลต้องเร่งผลักดันนโยบายเศรษฐกิจให้เกิดผลสัมฤทธิ์แบบ Quick Win ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว เสถียรภาพของรัฐบาลไม่ได้แขวนอยู่กับเกมการเมืองในสภาฯ แต่อยู่ที่ผลงานด้านเศรษฐกิจเป็นสำคัญ เพราะประชาชนได้แสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเขาพร้อมที่จะสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง (เช่น การเลือกตั้งใหม่) หากรัฐบาลไม่สามารถตอบสนองต่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับความชอบธรรมทางการเมืองได้

อ้างอิง : https://kpi.ac.th/wp-content/uploads/2026/03/รายงานผล-KPI-Poll-_-12-สำหรับเผยแพร่.pdf

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...