ไดร์เป่าผมช่วยรักษาโรค
กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ที่ทำเอาหลายคนสงสัยว่า"ไดร์เป่าผม" ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน จะกลายเป็น "อุปกรณ์บำบัดโรค" ได้จริงหรือ?
บล็อกเกอร์สายสุขภาพหลายคนเคลมว่า มันสามารถใช้แทนการ รมยา (Moxibustion) หรือการครอบแก้ว ได้เลยทีเดียว
นพ.หลี่ เจียโหลว หัวหน้าแพทย์แผนจีน ให้ข้อมูลว่า
1.ทฤษฎีเบื้องหลัง: ทำไมลมร้อนถึง "ช่วย" ได้?
ในทางแพทย์แผนจีน "ความเย็น" และ "ความชื้น" คือปัจจัยภายนอกที่ทำให้เกิดโรค โดยเฉพาะเมื่อมันแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายตามจุดสำคัญ ไดร์เป่าผมที่ปล่อย "ลมร้อน" ออกมาจึงมีกลไกคล้ายกับความร้อนจากการรมยา :
ความร้อนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและพลังชี่ (Qi)
ลมร้อนช่วยขยายเส้นเลือด และขับความเย็นที่สะสมตามกล้ามเนื้อ
2.จุดยุทธศาสตร์ 3 จุดที่มักถูกพูดถึง
แพทย์แผนจีนระบุว่า มีจุดฝังเข็มสำคัญบนแผ่นหลังที่เป็น "ประตู" ของพลังงาน หากใช้ลมร้อนเป่าอย่างเหมาะสม อาจช่วยบรรเทาอาการได้
จุดเฟิงฉี (Fengchi) : อยู่บริเวณท้ายทอย การเป่าจุดนี้ช่วยขับไล่ "ลม" (สาเหตุของไข้หวัด) และบรรเทาอาการปวดหัว
จุดเจียนจิง (Jianjing) : อยู่บนไหล่ ช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือดบริเวณคอและไหล่ ลดอาการบ่าแข็ง
จุดหมิงเหมิน (Mingmen) : อยู่บริเวณบั้นเอว (ตรงข้ามสะดือ) ถือเป็นรากฐานของพลังหยาง ช่วยให้อบอุ่นไปถึงภายใน
แม้ว่าลมร้อนจะดูมีประโยชน์ แต่แพทย์เตือนว่า"ไดร์เป่าผมไม่ใช่เครื่องมือแพทย์" และมีข้อควรระวังที่สำคัญมาก
เสี่ยงผิวไหม้ : ผิวหนังบริเวณคอและหลังบอบบางมาก หากจ่อใกล้เกินไป หรือเป่านานเกินไปอาจเกิดแผลพุพองได้
ความแห้ง : ลมจากไดร์จะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว ทำให้ผิวแห้งและระคายเคือง
ห้ามใช้ในบางกรณี : ผู้ที่มีไข้สูง หรือมีการอักเสบแดงร้อนในร่างกาย
ผู้ป่วยเบาหวาน (ซึ่งความรู้สึกที่ผิวหนังอาจช้ากว่าปกติ ทำให้โดนลวกโดยไม่รู้ตัว)
บริเวณที่มีบาดแผลเปิด
ไดร์เป่าผมสามารถช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้น เช่น อาการหนาวสั่นจากหวัดระยะแรก หรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากความเย็นได้จริงในระดับหนึ่ง แต่ ไม่สามารถทดแทนการรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญได้ 100%.
ที่มาและภาพ sohu, freepik