โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เกาะติดสงครามอิหร่าน 13 มี.ค. 69 “มุจตาบา” แถลงครั้งแรก เดินหน้าปิดฮอร์มุซ

PPTV HD 36

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
“มุจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน แถลงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกหลังรับตำแหน่ง โดยประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ของทางการอิหร่าน ซึ่งเป็นแถลงการณ์ครั้งแรกนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดอิหร่านแทน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี

โดยมุจตาบาประกาศว่า อิหร่านจะเดินหน้าปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป และจะไม่หยุดตอบโต้เพื่อปกป้องดินแดนอิหร่านพร้อมทั้งเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านอ่าวเปอร์เซียปิดฐานทัพอเมริกันทั้งหมด ไม่เช่นนั้นจะตกเป็นเป้าโจมตีของอิหร่าน

นอกจากนี้ผู้นำอิหร่านคนใหม่ยังย้ำว่าจะไม่ลังเลในการล้างแค้นให้ชาวอิหร่านที่เสียชีวิตจากการโจมตีของศัตรู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุโจมตีโรงเรียนที่เมืองมินาบ ซึ่งสหรัฐเป็นผู้โจมตีทำให้มีผู้เสียชีวิต 168 คน อีกทั้งยังขอบคุณกลุ่มติดอาวุธในเยเมน เลบานอน และอิรัก ที่ออกมาสนับสนุนอิหร่านในการตอบโต้อิสราเอล

อิหร่านจับผู้ต้องสงสัย ส่งข้อมูลลับ

สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า หน่วยบัญชาการตำรวจของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (FARAJA) ได้จับกุมบุคคล 4 คนที่ถูกกล่าวหาว่าส่งข้อมูลลับให้กับช่องโทรทัศน์ภาษาเปอร์เซีย Iran International ซึ่งตั้งอยู่ในอังกฤษ

ทัสนิมอธิบายว่า ช่องดังกล่าวเป็น “เครือข่ายที่เป็นปรปักษ์และต่อต้านอิหร่าน” โดยระบุว่า บุคคลที่ถูกจับกุม “เก็บข้อมูลลับเกี่ยวกับตำแหน่งที่ขีปนาวุธตกและระเบิดตกไว้ในโทรศัพท์ของตน และส่งข้อมูลนั้นไปยังเครือข่ายนี้”

“ทรัมป์” ขู่อิหร่าน เผยเป็นเกียรติที่ได้สังหารอิหร่าน

วันที่ 13 มี.ค. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำขู่ต่ออิหร่านอีกครั้ง โดยโพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า “คอยดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกสารเลววิกลจริตพวกนี้ในวันนี้”

ทรัมป์โพสต์ข้อความว่า “กองทัพเรือของอิหร่านล่มสลายไปแล้ว กองทัพอากาศของพวกเขาก็ไม่มีอีกต่อไป ขีปนาวุธ โดรน และทุกสิ่งทุกอย่างกำลังถูกทำลายล้าง และผู้นำของพวกเขาก็ถูกกำจัดไปจากหน้าโลกแล้ว”

เขาเสริมว่า “พวกเขาสังหารผู้บริสุทธิ์ทั่วโลกมา 47 ปีแล้ว และตอนนี้ ผมในฐานะประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐอเมริกา กำลังสังหารพวกเขา ช่างเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำเช่นนั้น!”

กองทัพอิหร่านเผย ทำลายฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางไปแล้ว 70%

วันที่ 13 มี.ค. พลตรี เอบราฮิม จาบารี ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) อ้างว่า กองกำลังอิหร่านได้ทำลายฐานทัพและกองบัญชาการทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางไปแล้ว 70%

เขากล่าวในการสัมภาษณ์กับสื่อ Al Mayadeen ว่า อิหร่านมีขีดความสามารถและทรัพยากรที่สำคัญในการทำสงครามยืดเยื้อ “อิหร่านมีขีดความสามารถและศักยภาพมากมายในการจัดการความขัดแย้งระยะยาว”

จาบารียังระบุด้วยว่า ฐานทัพและโครงสร้างทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคถูกทำลายไปแล้ว 70% โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม และเสริมว่าอิหร่านยังคงมีขีปนาวุธรุ่นใหม่ที่ยังไม่ได้นำมาใช้งาน

ตามคำกล่าวของเขา ผู้นำคนใหม่ของอิหร่านได้ยกย่อง “กลุ่มอักษะแห่งการต่อต้าน” ทั้งที่อยู่ในเลบานอน ไปจนถึงเยเมนและอิรัก โดยเน้นย้ำถึงความพร้อมที่จะเสียสละ

เขากล่าวว่า ข้อความล่าสุดของผู้นำได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในสังคมอิหร่าน

จาบารีเน้นย้ำเพิ่มเติมว่า การสนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างอิหร่านและกองกำลังต่อต้านในเลบานอนจะดำเนินต่อไป พร้อมเสริมว่าแนวร่วมต่อต้านในขณะนี้มีความพร้อมสูงสุดแล้ว

สหรัฐฯ อนุญาตให้ซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้

สหรัฐฯ ออกใบอนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อและนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียได้เป็นการชั่วคราว

สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า นี่เป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อ "ส่งเสริมเสถียรภาพในตลาดพลังงานโลก" ในช่วงสงคราม

ใบอนุญาตดังกล่าวมีผลบังคับใช้เฉพาะกับน้ำมันดิบหรือผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของรัสเซียที่บรรทุกบนเรือตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. เป็นต้นไปเท่านั้น และใบอนุญาตนี้อนุญาตให้ดำเนินการขนส่งได้จนถึงวันที่ 11 เม.ย.

"มาตรการระยะสั้นที่จำกัดนี้ใช้กับน้ำมันที่กำลังขนส่งอยู่แล้วเท่านั้น และจะไม่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญแก่รัฐบาลรัสเซีย" เบสเซนต์กล่าว

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันที่ 12 มี.ค. และตลาดหุ้นร่วงลงหลังจากเรือบรรทุกสินค้าอีก 3 ลำถูกโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย และผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านให้คำมั่นว่าจะยังคงปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญซึ่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลกมักผ่าน

เบสเซนต์กล่าวเสริมว่า "การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันชั่วคราวนี้เป็นการหยุดชะงักระยะสั้นและชั่วคราว ซึ่งจะส่งผลดีอย่างมหาศาลต่อประเทศและเศรษฐกิจของเราในระยะยาว"

ก่อนหน้านี้ เบสเซนต์กล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะเริ่มคุ้มกันเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ "ทันทีที่สามารถทำได้ในทางทหาร"

เขาบอกว่า "ความจำเป็นในการคุ้มกันทางทหารนั้นอยู่ในแผนของเรามาโดยตลอด"

เมื่อถูกถามว่าการคุ้มกันจะเริ่มได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหรือไม่ เบสเซนต์กล่าวว่า "ทันทีที่สามารถรับประกันความปลอดภัยในการแล่นเรือได้ เราจะทำ"

ด้าน คิริลล์ ดมิทรีฟ ทูตเศรษฐกิจของรัสเซีย กล่าวว่า ตลาดพลังงานโลก "ไม่อาจคงเสถียรภาพได้" หากปราศจากน้ำมันของประเทศตน

"สหรัฐฯ ได้ยอมรับความจริงที่ชัดเจนแล้วว่า หากปราศจากน้ำมันของรัสเซีย ตลาดพลังงานโลกไม่อาจคงเสถียรภาพได้" ดมิทรีฟระบุ

กาตาร์ประณามอิสราเอลโจมตีเลบานอน

วันที่ 13 มี.ค. กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ได้ออกแถลงการณ์ประณามอิสราเอล จากกรณีโจมตีพื้นที่เลบานอนตอนใต้อย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็น “การละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง”

แถลงการณ์ระบุว่า “รัฐกาตาร์ขอประณามการโจมตีทางตอนใต้ของเลบานอนโดยอิสราเอลอย่างรุนแรง โดยถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 1701 อย่างโจ่งแจ้ง”

กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศปฏิบัติตามหน้าที่ของตนโดยกดดันให้ทางการอิสราเอลยุติการโจมตีเลบานอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเคารพอนุสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ

แถลงการณ์บอกอีกว่า “กระทรวงฯ ยืนยันจุดยืนที่แน่วแน่ของรัฐกาตาร์ต่อสาธารณรัฐเลบานอน ความเป็นเอกภาพ อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน และให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อทุกความพยายามที่จะเสริมสร้างเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ”

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 687 รายในเลบานอนจากการโจมตีของอิสราเอล ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 98 คน นอกจากนี้ ประชาชนอีกประมาณ 750,000 คนต้องพลัดถิ่นจากการโจมตีของอิสราเอล

ทหารฝรั่งเศสเสียชีวิตในอิรัก

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง กล่าวว่า ทหารฝรั่งเศสเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บอีกหลายนายจากเหตุโจมตีในเคอร์ดิสถานของอิรัก

“จ่าสิบเอกอาร์โนด์ ฟริออน จากกองพันทหารราบภูเขาที่ 7 ในเมืองวาร์เซส เสียชีวิตเพื่อฝรั่งเศสระหว่างการโจมตีในภูมิภาคเออร์บิลของอิรัก” มาครงกล่าว

เขาเสริมว่า ทหารฝรั่งเศสอีกหลายนายได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งนี้ “การโจมตีต่อกองกำลังของเรา ซึ่งเข้าร่วมในการต่อสู้กับกลุ่มไอซิสมาตั้งแต่ปี 2015 นั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ การประจำการของพวกเขาในอิรักนั้นอยู่ภายใต้กรอบของการต่อสู้กับการก่อการร้ายอย่างเคร่งครัด สงครามในอิหร่านไม่สามารถเป็นข้ออ้างสำหรับการโจมตีเช่นนี้ได้”

เกิดเหตุเพลิงไหม้บนเรือ USS Gerald R Ford

กองทัพเรือสหรัฐฯ กองเรือที่ 5 แถลงว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ในห้องซักรีดหลักของเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดและใหม่ที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐฯ นั่นคือเรือ USS Gerald R Ford ส่งผลให้ลูกเรือได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

แถลงการณ์ระบุว่า เพลิงไหม้ถูกควบคุมแล้วและไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบ เรือบรรทุกเครื่องบินขนาด 100,000 ตันลำนี้ยังคงปฏิบัติการได้อย่างเต็มที่

กองทัพเรือสหรัฐฯ กล่าวว่า ลูกเรือที่ได้รับบาดเจ็บมีอาการคงที่และกำลังได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

เหตุเพลิงไหม้ในห้องซักรีดเป็นปัญหาล่าสุดที่เกิดขึ้นกับเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ระหว่างการปฏิบัติภารกิจในปัจจุบัน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้วเมื่อเรือออกจากท่าเรือนอร์ฟอล์ก รัฐเวอร์จิเนีย

ก่อนหน้านี้ในปีนี้ NPR รายงานปัญหาเรื้อรังเกี่ยวกับห้องน้ำของเรือ โดยมีการเรียกช่างประปาจากภายนอกมาซ่อมแซมหลายสิบครั้ง และอย่างน้อย 10 ครั้งเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติภารกิจในทะเลแคริบเบียนเมื่อเร็ว ๆ นี้

การปฏิบัติภารกิจปัจจุบันของเรือฟอร์ดคือการเดินทางจากนอร์ฟอล์ก ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน กลับข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังทะเลแคริบเบียนเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการในเวเนซุเอลา และขณะนี้กลับมายังตะวันออกกลางแล้ว

เรือบรรทุกเครื่องบินอีกหนึ่งลำของสหรัฐฯ คือ เรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ก็ถูกส่งไปประจำการในตะวันออกกลางเช่นกัน

สหรัฐฯ อ้าง โจมตีเป้าหมายในอิหร่านแล้ว 6,000 แห่ง

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายไปแล้ว 6,000 แห่งในอิหร่านระหว่างปฏิบัติการ Epic Fury ซึ่งรวมถึงเรือประมาณ 60 ลำ และเรือวางทุ่นระเบิด 30 ลำ ที่สหรัฐฯ ระบุว่าได้รับความเสียหายหรือทำลาย

เป้าหมายอื่น ๆ ได้แก่ ศูนย์บัญชาการ โรงงานผลิตอาวุธ ฐานยิงขีปนาวุธ เรือดำน้ำ และระบบป้องกันภัยทางอากาศในอิหร่าน

เครื่องบินกองทัพสหรัฐฯ ตกในอิรัก

วันที่ 13 มี.ค. ตามเวลาประเทศไทย กองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่า เครื่องบินลำหนึ่งตกในอิรัก

โดยเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง KC-135 ของกองทัพตกหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบิน 2 ลำ โดยไม่มีการยิงจากฝ่ายตรงข้ามหรือฝ่ายเดียวกันเข้ามาเกี่ยวข้อง

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) กล่าวว่า ปฏิบัติการกู้ภัยกำลังดำเนินอยู่ในอิรักตะวันตก ซึ่งกองทัพอธิบายว่าเป็น "น่านฟ้าที่เป็นมิตร"

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า เครื่องบินลำที่สองที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลงจอดได้อย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม กลุ่มต่อต้านอิสลาม (Islamic Resistance) ในอิรัก ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรของกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบว่าเป็นผู้ยิงเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง KC-135 ของสหรัฐฯ ตกในอิรักตะวันตก

ในแถลงการณ์ที่โพสต์ในช่องเทเลแกรมอย่างเป็นทางการของกลุ่ม กลุ่มดังกล่าวอ้างว่า เครื่องบินรบของพวกเขายิงเครื่องบินลำดังกล่าวด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศ ทำให้เครื่องบินตก

คำกล่าวอ้างนี้ขัดแย้งกับรายงานของ CENTCOM

อิหร่านยังไม่เสี่ยงล่มสลาย

แหล่งข่าว 3 แห่งรายงานอ้างข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า สถานภาพของผู้นำอิหร่านยังคงมีเสถียรภาพเป็นส่วนใหญ่และรัฐบาลเตหะรานไม่ได้มีความเสี่ยงที่จะล่มสลายในเร็ววันนี้ แม้จะเผชิญการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 2 สัปดาห์

หนึ่งในแหล่งข่าว ระบุว่า รายงานข่าวกรองจำนวนมากให้การวิเคราะห์ที่สอดคล้องกันว่า รัฐบาลเตหะรานไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายที่จะล่มสลายและยังคงควบคุมสังคมอิหร่านได้อยู่อย่างมั่นคง

แม้จะเผชิญแรงกดดันทางการเมืองจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูง ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่า อาจยุติปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง นับตั้งแต่สงครามอิรักเมื่อปี 2023 ในเร็ววันนี้ อย่างไรก็ตาม การหาทางยุติสงครามที่ทุกฝ่ายยอมรับได้อาจเป็นเรื่องยาก หากผู้นำสายเหยี่ยวของอิหร่านยังคงกุมอำนาจไว้ได้โดยไม่สั่นคลอน

รายงานข่าวกรองดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพของผู้นำศาสนาของอิหร่าน แม้ว่าจะเกิดเหตุสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด เมื่อวันที่ 28 ก.พ. วันแรกของการปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล

ความเห็นนี้สอดคล้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลที่ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ในการหารือแบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะก็ยอมรับเช่นกันว่า ยังไม่มีความแน่นอนว่าสงครามครั้งนี้จะนำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลศาสนาในอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าว ย้ำว่าสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงเปลี่ยนแปลงได้ และพลวัตภายในอิหร่านอาจเปลี่ยนไปได้ทุกเมื่อ

โรงงานนิวเคลียร์อิหร่านถูกถล่ม

บริษัทด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่านที่คาดว่าได้รับความเสียหายจากระเบิดทำลายบังเกอร์น้ำหนัก 30,000 ปอนด์ หรือมากกว่า 10 ตัน

จุดที่เกิดเหตุโจมตีถูกระบุว่าเป็นโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดิน "เทลกาน 2" (Taleghan 2) ภายในศูนย์การทหารปาร์ชิน (Parchin) ของอิหร่าน

จากภาพจะเห็นร่องรอยของหลุมขนาดใหญ่จำนวน 3 หลุม ที่มีความเป็นไปได้สูงว่าเกิดจากการโจมตีด้วยอาวุธขนาดใหญ่ทะลุทะลวงแนวป้องกัน GBU-57 Massive Ordnance Penetrator ซึ่งเป็นระเบิดเจาะทำลายบังเกอร์ (Bunker Buster) ขนาด 30,000 ปอนด์ หรือประมาณ 13,600 กิโลกรัม

โดยระเบิดทำลายบังเกอร์ GBU-57 ขนาด 30,000 ปอนด์นี้ เคยถูกกองทัพสหรัฐฯ นำมาใช้โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อปี 2025 ระหว่างปฏิบัติการที่ใช้ชื่อว่า "โอเปอเรชัน มิดไนต์ แฮมแมอร์"

อาวุธชนิดนี้เหมาะกับการโจมตีเป้าหมายที่อยู่ใต้ดินหรือมีแนวป้องกันหนานแน่น ซึ่งไม่กี่เดือนก่อนเกิดสงคราม โรงงานนิวเคียร์เทลกาน 2 เพิ่งสร้างกำแพงคอนกรีตล้อมรับพื้นที่และใช้ดินอำพรางสถานที่ไว้

ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า ได้ทำการโจมตีฐานพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เทลกานของอิหร่าน ในกรุงเตหะราน ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

กองทัพอิสราเอลระบุรายละเอียดว่า อิหร่านใช้ฐานดังกล่าวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ อาทิ ทำการทดสอบการระเบิด ในโครงการที่ถูกปกปิดในช่วงทศวรรษที่ 2000

เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปธน.อิหร่านกาง 3 เงื่อนไข ยุติสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล

เปิดอาการบาดเจ็บ “มุจตาบา คาเมเนอี” จากการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอล

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกาะติดสงครามอิหร่าน 13 มี.ค. 69 “มุจตาบา” แถลงครั้งแรก เดินหน้าปิดฮอร์มุซ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...