“กรมสรรพสามิต” จับเรือลักลอบขนน้ำมันเถื่อน 250,000 ลิตร สั่งปรับภาษีอ่วม 5.7 ล้านบาท
วันนี้ ( 13 มี.ค.69 ) ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ได้มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต และนายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม กำกับการปฏิบัติงาน ซึ่งมอบหมายให้ฝ่ายป้องกันและปราบปราม 3 สำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม ร่วมกับสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 และสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ชลบุรี 2 บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับกองทัพเรือโดยทัพเรือภาคที่ 1 และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาคที่ 1 เพื่อดำเนินการตรวจสอบเรือชื่อ “บี มารุ 3” โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบของเหลวภายในระวางบรรทุกมีลักษณะคล้ายน้ำมันดีเซล และไม่สามารถระบุที่มาของน้ำมันได้ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บตัวอย่างน้ำมันส่งให้กลุ่มวิเคราะห์สินค้าและของกลาง กรมสรรพสามิต เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอน โดยจากการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเบื้องต้นพบว่ามีปริมาณประมาณ 250,000 ลิตร ต่อมากรมสรรพสามิตได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์ชนิดของน้ำมันและตรวจวัดปริมาณอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบยืนยันว่าเป็นน้ำมันดีเซล ซึ่งเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการครอบครองสินค้าที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิตตามกฎหมาย จึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยประเมินค่าปรับรวมภาษีเป็นเงินประมาณ 5.7 ล้านบาท “การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และข้อสั่งการของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมทั้ง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ที่กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปราบปรามการลักลอบน้ำมันในช่วงที่สถานการณ์ราคาพลังงานมีความผันผวนโดยมีการกำกับติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด” อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวด้วยว่า กรมสรรพสามิตจะเดินหน้าปราบปรามการลักลอบน้ำมันอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี รักษาผลประโยชน์ของรัฐ และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดด้านพลังงานและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน