โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รับตัวคนไทย 103 คนถูกหลอกบังคับทํางาน ผิด กม. สั่งขยายผลเอาผิดทั้งขบวนการ

สวพ.FM91

อัพเดต 24 พ.ย. 2564 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2564 เวลา 10.50 น.

พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผู้อํานวยการ ศพดส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม รอง ผบช.ปส. พล.ต.ท.ปัญญา  ปิ่นสุข  ผบช. ประจำ  สง.ผบ.ตร./หน.ชป.TATIP. ,น.ส.ดลยา โรจนะหัสดิน,น.ส.ญาณิศา ผ่องจิตต์ นักสังคมสงเคราะห์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย กระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรายละเอียดพร้อมทั้งสั่งการในที่ประชุมให้เร่งรัดดำเนินการในส่วนข้อกฏหมายต่างๆ กับผู้เกี่ยวข้องในกระทำความผิด กรณีที่คนไทยถูกหลอกลวงและบังคับให้ไปทำงานผิดกฎหมายในประเทศกัมพูชา และได้ร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการไทย ซึ่งมีการประสานกับเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในกัมพูชาให้ช่วยเหลือเดินทางกลับประเทศไทย 

เวลา ต่อมา รอง ผบ.ตร.พร้อมคณะได้เดินทางไปกลางสะพานมิตรภาพไทย - กำพูชา เพื่อรับการส่งมอบ ผู้เสียหายทั้ง 103 คนโดยมี พล.ต.ท.ยี เพียลี รองธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา เป็นหัวหน้าคณะในการส่งมอบ ทั้งนี้ รอง ผบ.ตร.ได้กล่าวขอบคุณคณะเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลกัมพูชา 

พล.ต.อ. รอย เปิดเผยว่า ภายหลังการส่งมอบผู้เสียหายว่า จากกรณีปรากฏข่าวทางสื่อโซเชียลมีเดียและสื่อโทรทัศน์ต่างๆ ว่ามีคนไทยถูกหลอกลวงและบังคับให้ ทำงานผิดกฎหมายในประเทศกัมพูชา และได้ร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการไทยให้ช่วยเหลือเดินทางกลับ ประเทศไทย ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย ตามที่ทราบแล้ว นั้น  ซึ่งกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การ ช่วยเหลือเหยื่อคนไทยเป็นการเร่งด่วน พร้อมทั้งขยายผลถึงเครือข่ายผู้กระทาผิดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกลุ่มองค์กร อาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ถือโอกาสที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจในช่วงโควิด 19 ซ้ำเติมประชาชนหลอกลวงไปบังคับใช้แรงงานทำงานผิดกฎหมายในต่างประเทศ ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์ กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปในสังคม

โดยได้ประสานงานกับสถานทูตไทย ประจำประเทศกัมพูชา และผู้ช่วยทูตตำรวจไทย ประจำประเทศกัมพูชา จนกระทั่งสามารถช่วยเหลือคนไทยซึ่งถูกหลอกลวงกลับมาได้อย่างปลอดภัย จำนวน 103 คน หลังจากได้รับสั่งการจาก ผบ.ตร. ทางศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) ได้ประสานงานไปยังสถานทูตไทย ประจำประเทศกัมพูชา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การช่วยเหลือคนไทยกลุ่มนี้เป็นการด่วน  

จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่าขบวนการ ดังกล่าวมีชาวต่างชาติ เป็นหัวหน้า เคลื่อนไหวอยู่ที่ จว.โพธิสัตย์ ตรงข้ามเกาะกงประเทศกัมพูชา โดยพฤติการณ์จะมีการลงโฆษณารับสมัครงานบนสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก กลุ่มไลน์ หลอกลวงว่ามีงานในประเทศกัมพูชา จ่ายค่าตอบแทนในอัตราที่สูงเดือนละ 20,000-30,000. บาท หลังจากมีผู้หลงเชื่อมาสมัคร ได้มีการว่าจ้างขบวนการ นำพาคนเดินทางเข้า-ออกประเทศโดยผิดกฎหมายทางช่องทางธรรมชาติ 

ทั้งนี้กลุ่มผู้เสียหายให้การว่า พวกตนต้องเดินเท้าผ่านป่าตามแนวตะเข็บชายแดนข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา หลังจากนั้นจะมีรถมารับไปกักตัวที่โรงแรมแห่ง หนึ่งไม่ทราบชื่อ ต่อมามีการส่งตัวต่อให้กับนายทุนชาวต่างชาติ ในพื้นที่ จว.โพธิสัตย์ ประเทศกัมพูชา บังคับให้ทางานใน แก๊งคอลเซ็นเตอร์, แก๊ง SMS หลอกลวง, เว็บไซด์รับพนันผิดกฎหมาย ซึ่งผู้ที่ถูกหลอกไป หลังจากทราบว่าไม่เป็นไป ตามที่ตกลงกัน ทั้งในส่วนลักษณะงาน สวัสดิการและค่าตอบแทน จึงแจ้งกับนายจ้างขอเดินทางกลับ แต่ได้ถูก นายจ้างปฏิเสธ มีการทาร้ายร่างกาย ข่มขู่เอาทรัพย์ กักขัง ให้อดอาหาร พวกตนจึงได้ติดต่อไปที่ญาติในประเทศไทย โดยประสานงานกับ ศพดส.ตร. และ สน.ปทก.จว.สระแก้ว หลังจากทราบเรื่องจึงได้ประสานกับหน่วยงานความ มั่นคงในใน จว.โพธิสัตย์ และสถานทูตไทย ในประเทศกัมพูชา วางแผนช่วยเหลือ จนกระทั่ง เช้าวันที่ 23 พ.ย.64 เจ้าหน้าที่ สห.จว.โพธิสัต์ ได้บุกทลายบริษัทเถื่อน ช่วยเหลือคนไทย จานวน 103 ออกมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งควบคุมตัวนายจ้าง และผู้ดูแลสถานที่ ทั้งชาวต่างชาติและชาวกัมพูชา

พล.ต.อ.รอย  กล่าวอีกว่า ในเบื้องต้นหลังจากที่คนไทยกลุ่มนี้กลับเข้ามาแล้วจะต้องเข้ากักตัวตามของมาตรการสาธารณสุข หลังจากนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการสอบปากคำผู้เสียหายทุกรายอย่างละเอียด เพื่อขยายผลดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งหมด ทั้งในส่วนของผู้ชักชวน นายหน้า ผู้นำพาพร้อมทั้งประสานกับทางการกัมพูชาเพื่อดำเนินคดีกับนายจ้าง ชาวจีนต่อไป 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...