โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แอร์เอเชีย-บางกอกแอร์เวย์ส ขยับเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 พ.ย. 2564 เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2564 เวลา 08.00 น.

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA ระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน 2564) ที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกมีอัตราการเติบโตของปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (revenue passenger kilometers : RPK) เพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 67.3 มีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (passenger load factor : PLF) อยู่ที่ร้อยละ 67.6 เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 6.6 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

โดยสายการบินภูมิภาคตะวันออกกลาง มีอัตราการเติบโตของปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้นสูงสุดอยู่ที่ประมาณร้อยละ 184.1 รองลงมาคือ สายการบินในภูมิภาคอเมริกาเหนือและละตินอเมริกา

ส่วนปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (available seat kilometers : ASK) เพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 51.1 โดยสายการบินในภูมิภาคละตินอเมริกา มีอัตราเพิ่มขึ้นสูงสุดอยู่ที่ประมาณร้อยละ 133.3 รองลงมาคือ สายการบินในภูมิภาคตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือ

ขณะที่สายการบินในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนั้นเป็นภูมิภาคเดียวที่มีปริมาณการขนส่งผู้โดยสารและปริมาณการผลิตผู้โดยสารลดลง ในอัตราร้อยละ 16.0 และร้อยละ 3.4 ตามลำดับ

9 เดือน ต่างชาติเที่ยวไทย 8.5 หมื่น

สำหรับภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 85,845 คน หรือลดลงร้อยละ 99.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

และมีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อยภายหลังการเปิดโครงการ sandbox ในเดือนกรกฎาคม 2564 แต่ภาพรวมการเติบโตด้านการท่องเที่ยวยังคงอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากหลายประเทศยังคงมีมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ โดยในไตรมาส 3 ที่ผ่านมามีจำนวน 45,398 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 100.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์การควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่ดีขึ้น จำนวนผู้เสียชีวิตลดลง ขณะที่จำนวนผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนมีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลปลดล็อกมาตรการการเดินทางทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวได้มากขึ้น

โดยเฉพาะมาตรการเปิดประเทศรับชาวต่างชาติจาก 63 ประเทศเข้ามาโดยไม่กักตัวนั้น ทำให้ภาพรวมของการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศเริ่มทยอยมีความชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

และล่าสุดสายการบินภายในประเทศของไทยอย่าง “บางกอกแอร์เวย์ส” และ “ไทยแอร์เอเชีย” ได้ทยอยกลับมาเปิดให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนนโยบาย Thailand’s Reopening ของประเทศไทย

BA เปิดบินสิงคโปร์-พนมเปญ

“พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (BA) บอกว่า หลังจากที่สายการบินได้เปิดให้บริการเส้นทางบินระหว่างสมุย-สิงคโปร์ไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดนี้ได้แจ้งกลับมาให้บริการเส้นทางบินต่างประเทศระหว่างเส้นทางกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-พนมเปญ (กัมพูชา) เพิ่มอีก 1 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 นี้เป็นต้นไป โดยจะทำการบินด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส 320 ให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (จันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์)

ทั้งนี้ คาดว่าการกลับมาเปิดให้บริการในเส้นทางบินดังกล่าวภายใต้มาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของทั้ง 2 ประเทศ จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นทั้งภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจของประเทศไทย

ขณะที่เส้นทางภายในประเทศนั้น ปัจจุบัน “บางกอกแอร์เวย์ส” มีเที่ยวบินให้บริการทั้งสิ้น 10 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ-สมุย ให้บริการวันละ 6 เที่ยวบิน และเที่ยวบินพิเศษเฉพาะผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศ วันละ 2 เที่ยวบิน เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ให้บริการวันละ 3 เที่ยวบิน เส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต ให้บริการวันละ 3 เที่ยวบิน

เส้นทางกรุงเทพฯ-ลำปาง ให้บริการวันละ 2 เที่ยวบิน เส้นทางกรุงเทพฯ-สุโขทัย ให้บริการวันละ 1 เที่ยวบิน เส้นทางสมุย-ภูเก็ต ให้บริการวันละ 2 เที่ยวบิน เส้นทางสมุย-สิงคโปร์ ให้บริการสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน เส้นทางกรุงเทพฯ-ตราด ให้บริการวันละ 1 เที่ยวบิน เส้นทางภูเก็ต-หาดใหญ่ ให้บริการวันละ 1 เที่ยวบิน และเส้นทางกรุงเทพฯ-พนมเปญ ให้บริการสัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน

“แอร์เอเชีย” ขยับเปิดมัลดีฟส์

ด้าน “ไทยแอร์เอเชีย” นั้น “สันติสุข คล่องใช้ยา” ซีอีโอ บอกว่า หลังจากรัฐบาลมีนโยบายเปิดประเทศ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเเละเศรษฐกิจ โดยรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบเข้าไทย โดยไม่ต้องกักตัว ถือเป็นสัญญาณที่ดีของบรรยากาศการท่องเที่ยว

โดย “ไทยแอร์เอเชีย” พร้อมกลับมาให้บริการระหว่างประเทศเเล้ว โดยเลือก “มัลดีฟส์” เป็นจุดหมายปลายทางเเรก เพราะเป็นเมืองที่เปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่กักตัวเช่นเดียวกับประเทศไทย และเป็นเมืองที่อยู่ในรายชื่อ 63 ประเทศที่เดินทางเข้าไทยแบบไม่กักตัวด้วย

จึงเชื่อว่าจะตอบโจทย์ด้านการท่องเที่ยวของคนไทยอย่างมาก หลังจากที่ทุกคนอัดอั้นไม่สามารถท่องเที่ยวต่างประเทศมานาน โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 22 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป สัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน (พุธ, อาทิตย์)

จ่อเปิดเส้นทางที่ 2 สู่พนมเปญ

“สันติสุข” บอกด้วยว่า นโยบายเปิดประเทศของไทยในช่วงที่ผ่านมาส่วนใหญ่ยังเป็นการเปิดประเทศฝ่ายเดียว ทำให้ตัวเลขการเดินทางเข้ามาแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวา เพราะส่วนใหญ่ต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยยังถูกกักตัวเมืองเดินทางกลับประเทศของเขา ดังนั้น “ไทยแอร์เอเชีย” จะมองหาประเทศปลายทางที่มีนโยบายเปิดเหมือนกับประเทศไทยเป็นหลัก

ทั้งนี้ คาดว่าเส้นทางต่อจากมัลดีฟส์คือ เส้นทางสู่พนมเปญ (กัมพูชา) เนื่องจากขณะนี้กัมพูชาเริ่มเปิดประเทศและให้ต่างชาติเข้าประเทศได้โดยไม่กักตัวเช่นกัน

ต้นปี’65 ตลาดใน ปท.ฟื้น 100%

สำหรับเส้นทางบินภายในประเทศนั้น “สันติสุข” ระบุว่า ปัจจุบันให้บริการทั้งหมด 36 เส้นทาง ครบทุกเส้นทางเหมือนช่วงก่อนวิกฤตโควิดแล้ว และภาพรวมของการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมามีจำนวนเที่ยวบินประมาณ 40-50 เที่ยวบินต่อวัน มีปริมาณการใช้เครื่องบินประมาณ 20 ลำ หรือประมาณ 20% ของคาพาซิตี้ เดือนพฤศจิกายนมีจำนวนเที่ยวบินเฉลี่ยกว่า 100 เที่ยวบินต่อวัน มีปริมาณการใช้เครื่องบินเฉลี่ยที่ประมาณ 15-20 ลำ หรือประมาณ 40% ของคาพาซิตี้

และคาดว่าในเดือนธันวาคมนี้จะมีเที่ยวบินประมาณ 150-160 เที่ยวบินต่อวัน หรือประมาณ 70-80% ของคาพาซิตี้ และกลับมาแตะ 100% หรือเท่ากับช่วงก่อนวิกฤตโควิดได้ภายในต้นปีหน้า

ทั้งนี้ ประเมินว่าตลอดทั้งปีนี้ “ไทยแอร์เอเชีย” น่าจะมีจำนวนผู้โดยสารที่ประมาณ 3 ล้านคน

คาดธุรกิจพลิกฟื้นปี’66

สำหรับ 2565 นั้น “สันติสุข” ประเมินว่าภาพรวมของเส้นทางการบินภายในประเทศจะกลับมาได้ 100% ตั้งแต่ต้นปี ดังนั้น ตัวแปรหลักที่มีผลต่อการฟื้นตัวของธุรกิจสายการบินในปีหน้าคือ ตลาดต่างประเทศ

โดยประเมินว่าในช่วงไตรมาส 1 ตลาดต่างประเทศน่าจะกลับมาได้ประมาณ 5-10% ตลาดเป้าหมายคือ มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฮ่องกง และอินเดีย

และขยับเป็นประมาณ 20-30% ในช่วงไตรมาส 2 หากจีนเปิดประเทศและให้นักท่องเที่ยวเดินทางออกและกลับเข้าประเทศโดยไม่กักตัว จากนั้นในไตรมาส 3 ตลาดญี่ปุ่นน่าจะเริ่มกลับมา และน่าจะเริ่มกลับมาได้เกือบทั้งหมดในช่วงไตรมาส 4 หรืออย่างต่ำน่าจะได้ประมาณ 60-70% ของเส้นทางเดิมที่เคยให้บริการในปี 2562 (ก่อนโควิด)

เรียกว่าปี 2565 จะเป็นปีของการฟื้นฟูธุรกิจ โดยคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารรวมที่ประมาณ 13.5 ล้านคน จากนั้นปี 2566 จะเป็นปีที่ธุรกิจกลับมาดี มีการเติบโต และมีผลการดำเนินงานเป็น “บวก” ได้แล้ว…

Q3 แอร์ไลน์หยุดบิน รายได้ร่วง-แบกขาดทุนอ่วม

จากรายงานของกระทรวงการท่องเที่ยวฯระบุว่า ภาคการท่องเที่ยวของไทยในช่วง 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน 2564) มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 85,845 คน ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 40.6 ล้านคน-ครั้ง

ปรับตัวลดลงกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

แต่หากดูเฉพาะช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดอย่างหนัก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้ประกาศให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศยานในเส้นทางการบินภายในประเทศห้ามปฏิบัติการบินรับส่งผู้โดยสารเข้าหรือออกพื้นที่ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม กระทั่งถึงสิ้นเดือนสิงหาคม

ทำให้มีนักท่องเที่ยวคนไทยเพียงแค่ 4.1 ล้านคน-ครั้ง ลดลงกว่าร้อยละ 87 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมของสายการบินต่าง ๆ ประสบกับภาวะขาดทุนอย่างหนัก

“ไทยแอร์เอเชีย” มีผู้โดยสารในช่วงไตรมาส 3 เพียง 79,767 คน หรือลดลงร้อยละ 96 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากทำการระงับการดำเนินงานเที่ยวบินภายในประเทศเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 จนถึงวันที่ 2 กันยายน 2564

โดยกลับมาให้บริการเส้นทางภายในประเทศอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2564 จากการผ่อนปรนของหน่วยงานกำกับดูแล โดยกำหนดมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมบนเที่ยวบิน ส่งผลให้ในไตรมาสดังกล่าวมีอัตราการขนส่งผู้โดยสารร้อยละ 60

ทำให้ผลการดำเนินงานของ บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น ในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 457.5 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 2,098.3 ล้านบาท

และหากดูตัวเลขผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรก พบว่า บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น มีรายได้รวมทั้งสิ้น 2,888.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 76 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มีขาดทุนสุทธิสำหรับงวดในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท 5,654.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 3,649.6 ล้านบาท และขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวดในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท 5,522.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 4,064.7 ล้านบาท ใน 9 เดือนปี 2563

ด้านบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ผู้บริหารสายการบิน “บางกอกแอร์เวย์ส” ได้หยุดปฏิบัติการบินชั่วคราวในกลางเดือนกรกฎาคม 2564 และกลับมาทำการบินในเดือนกันยายน 2564 บน 5 เส้นทาง ประกอบด้วย กรุงเทพฯ-สมุย กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-สุโขทัย กรุงเทพฯ-ลำปาง และกรุงเทพฯ-ภูเก็ต

ทำให้ในไตรมาส 3 ของปี 2564 มีจำนวนผู้โดยสารลดลงร้อยละ 85.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีอัตราขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ร้อยละ 35.4 ส่งผลให้มีรายได้รวม 672.3 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 25.3 และขาดทุนสำหรับงวด 6,987.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 340.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

และสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 3,472.4 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 57.5 และขาดทุนสำหรับงวด 8,441.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 71.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ขณะที่ “การบินไทย” นั้นพบว่า ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทการบินไทยและบริษัทย่อย ขาดทุนจากการดำเนินงานไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 21,491 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 14,990 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 29,230 ล้านบาท หรือ 66.1%

มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 36,481 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 41,695 ล้านบาท (53.3%) เนื่องจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่แปรผันตามปริมาณการผลิตและปริมาณการขนส่งลดลง ตลอดจนการดำเนินมาตรการเพื่อลดค่าใช้จ่ายตามแผนปฏิรูปธุรกิจ

อย่างไรก็ดี บริษัทการบินไทยและบริษัทย่อย มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ จำนวน 73,084 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการ อาทิ การปรับโครงสร้างหนี้ การขายทรัพย์สินและเงินลงทุน การปรับโครงสร้างองค์กร เป็นต้น ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 จำนวน 51,115 ล้านบาท

จากตัวเลขผลประกอบการดังกล่าวชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ธุรกิจสายการบินในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ล้วนมีรายได้ลดลงและประสบกับตัวเลขขาดทุนหนักหนาสาหัสอย่างมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...