โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

‘วัน แบงค็อก’ กรีน-สมาร์ท-ซิตี้ ปักหมุดกรุงเทพเดสติเนชั่นมิกซ์ยูสโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ต.ค. 2566 เวลา 01.59 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2566 เวลา 01.59 น.

จัดเป็นปีที่ 4 แล้ว งาน Sustainability Expo 2023 (SX 2023) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ปีนี้กำหนดจัดระหว่าง 2-8 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

หนึ่งในไฮไลต์อยู่ที่การออกบูทของอภิโปรเจ็กต์ภาคเอกชน “วัน แบงค็อก” โครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนครอบคลุมทุกมิติ มูลค่าโครงการ 1.2 แสนล้านบาท ของตระกูลสิริวัฒนภักดี บนที่ดินเช่าระยะยาวจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ขนาด 104 ไร่ ใจกลางมหานครกรุงเทพ พิกัดถนนวิทยุตัดกับถนนพระรามที่ 4

ความคืบหน้าของการพัฒนาโครงการล่าสุด วัน แบงค็อก เตรียมอวดโฉมให้ได้สัมผัสโครงการภายในปลายปี 2567 นี้

เปิดโมเดล Realestate-as-a-Service

“ปณต สิริวัฒนภักดี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ขึ้นเวทีเสวนาหัวข้อ “The Future of Sustainability and Smart City Living for Better Community-ความยั่งยืนและการใช้ชีวิตในสมาร์ทซิตี้ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของชุมชน”

ปัจจุบัน เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด หรือ FPL สั่งสมประสบการณ์การลงทุน 30 ปี ขยายเครือข่ายแล้ว 20-22 ประเทศ ใน 130 เมือง ได้เห็นประสบการณ์ในโลกที่จะนำมาผูกโยงต่อการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทย

โดย FPL ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาฯระดับโลก มีวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการตอบแทนให้กับสังคมและผู้คน เป็นกรอบสำคัญในการพัฒนาโครงการเสมอมา

“เรามีหน้าที่ปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน เพราะอุตสาหกรรมอสังหาฯเป็นผลกระทบต่อภาวะเรือนกระจกมากกว่า 40% ของการสร้างผลกระทบทุกภาคส่วนในโลก ดังนั้น หน้าที่เรา นอกจากเป็นผู้ที่จะสร้างพื้นที่ (พัฒนาโครงการ) เป็นแล้ว เรามีหน้าที่ทำความเข้าใจ สร้างให้คนใช้พื้นที่เป็นอีกด้วย มีการกำหนดเป้าหมาย หรือ purpose องค์กร ต้องการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ยังคงอยู่

ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะทำงานร่วมกับผู้ใช้อาคาร และเป็นแนวคิดที่เราจะพัฒนา สร้างโปรดักต์ควบคู่การให้บริการ ภายใต้โมเดล Realestate-as-a-Service เพราะมุมมองความยั่งยืนของ FPL เรามองความยั่งยืนทุกรูปแบบที่ครบวงจร”

ทุกโครงการเริ่มต้นที่ “คน-ชุมชนรอบข้าง”

ถอดรหัสแนวคิด Realestate-as-a-Service คือ สร้าง สร้าง placemaking สร้างสิ่งแวดล้อมที่จะสนับสนุนให้คนใช้กรีนลิฟวิ่ง โดยเฉพาะในโครงการที่อยู่อาศัย FPL เป็นผู้พัฒนาคาร์บอน 0% แห่งแรก โดยมีตัวแบบจากการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ในประเทศอังกฤษ โดยนำมาปรับใช้กับการพัฒนาโครงการสามย่านมิตรทาวน์ ที่มีการเช่าที่ดินระยะยาวจากสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสแนวใหม่

“สามย่านมิตรทาวน์ นำเสนอการใช้พื้นที่แบบ inclusive space ให้คนทุกระดับสามารถเข้าใช้พื้นที่ได้ เราไม่ได้มองการสร้างพื้นที่เพื่อรายได้เป็นหลัก แต่เราสร้างสเปซทำเป็น cospace samyan ขึ้นมา”

กล่าวสำหรับโครงการ “วัน แบงค็อก” ขั้นตอนปฏิบัติสิ่งแรก ๆ ที่ทำก่อนจะลงมือก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจกับสังคมและชุมชนโดยรอบบริเวณโครงการ ว่าจะสามารถ connect กันได้ยังไงบ้าง

จุดเน้นอยู่ที่ FPL มีหลักคิด การทำธุรกิจวันแรกที่เริ่มต้น แม้แต่การควบรวมกิจการเข้ามา มีการนำแนวคิดของทุก ๆ ประสบการณ์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างรูปแบบ (ที่อยู่อาศัย คอมเมอร์เชียล อุตสาหกรรม) มาสานต่อ มาพัฒนา และมาพัฒนาต่อชุมชน หนึ่งในตัวอย่างที่เป็น proudly present ของกลุ่ม FPL ก็คือโครงการ วัน แบงค็อก ที่เริ่มต้นจากการศึกษาด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมและชุมชน ก่อนที่คิดจะมาสร้างการพัฒนาปูนกับเหล็ก

“วัน แบงค็อก เราเน้นพื้นที่สีเขียว ในการออกแบบโครงการเราสามารถสร้างพื้นที่สีเขียวที่ลึกไปจากถนน 40-45 เมตร ซึ่งนโยบายในการพัฒนาเรื่องนี้ ตรงกับนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ชัชชาติ สิทธิพันธุ์) ที่สนับสนุนการพัฒนาโครงการที่มีฟุตปาทให้คนเชื่อมโยงกับเมืองได้มากขึ้น สร้างร่มเงาด้วยต้นไม้ สร้างศักยภาพเชื่อมโยงของผู้คนกับเมืองที่ดีขึ้น”

จะเห็นว่าเบื้องหลังการทำงาน การจะพัฒนาสิ่งเหล่านี้ให้มีศักยภาพได้ มีความท้าทายด้านวิศวกรรมเยอะมาก แต่ วัน แบงค็อก ได้สร้างสีเขียวในโครงการ สร้างเทคโนโลยีทันสมัย และระบบควบคุมความปลอดภัย ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาซีเคียวริตี้ ที่เป็นต้นทางไปสู่คุณภาพชีวิตของคน ลงลึกไปสู่วัฒนธรรมและครอบครัว เพราะ FPL เล็งเห็นว่าการสร้างความยั่งยืนครบวงจร นอกจากทำเรื่องคาร์บอนต่ำแล้ว การยกระดับทุกชนชั้นก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะมีส่วนสร้างสังคมไปด้วยกัน

จุดเน้น “การออกแบบคุณภาพชีวิตที่ดี”

“ปณต” กล่าวถึงความสำเร็จของการสร้างความยั่งยืนทุกมิติ ไม่สามารถสำเร็จได้โดยลำพัง หากแต่ต้องเกิดจากความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งรัฐในฐานะผู้ออกนโยบาย ภาคเอกชนที่มีความสามารถในการทำและสนับสนุน ลูกค้าและประชาชนในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่เป็นผู้ใช้อาคาร

“วัน แบงค็อก จากความตั้งใจเราที่จะทำงานร่วมกับผู้ใช้อาคาร เราทำงานกับองค์กรขนาดใหญ่ เรามีแรงซัพพอร์ต แต่ถ้าเราไม่มีเป้าหมายใหญ่ ก็ยากที่จะไปทิศทางเดียวกัน FPL สร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ เข้าใจว่าเมื่อเปิดบริการแล้วจะมีคนมาใช้ออฟฟิศมหาศาล

คุยกับทีมงานเราต้องทำงานเพื่ออนาคต เราออกแบบเพื่อให้คนจำนวนมากมีคุณภาพชีวิตในออฟฟิศที่ดีได้ยังไง ไม่ใช่มีแต่แมเนจเมนต์อยู่หน้ากระจกที่ออกแบบมาอย่างดี แต่ไม่ได้ออกแบบคุณภาพชีวิตในโครงการ จะอยู่กันยังไง ดังนั้น โจทย์ใหญ่คือเราต้องหาคนที่คิดเหมือนกัน และพร้อมจะทำเพื่อประโยชน์ที่ใหญ่ขึ้นให้กับโลก”

บทสรุปอยู่ที่ สหประชาชาติตั้งเป้าหมาย 10 ปีแห่งการลงมือทำในด้านความยั่งยืนทุกมิติ เป็นแรงบันดาลใจทำร่วมกันเพื่อรักษาโลกนี้ให้คงอยู่ตลอดไป รวมทั้งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้ใช้อาคารของ FPL ด้วย

ตั้งเป้าคว้าทุกมาตรฐานระดับโลก

ทั้งนี้ FPL เล็งเห็นถึงความสำคัญของการรวมพลังเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตจากองค์กรทั่วโลก โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ด้วยการกำหนดเป้าหมายโดยอิงหลักวิทยาศาสตร์ (Science Based Targets initiative : SBTi) ทั้งระยะสั้น และระยะยาว

นำมาสู่ วัน แบงค็อก โครงการที่มีการพัฒนาในรูปแบบ Themed Project ที่ต้องการสร้างภาพจำว่าเป็นโครงการต้นแบบกรีนสมาร์ทซิตี้ ที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

ด้วยการประสานแนวคิดของ Smart City และ Smart Living เข้าด้วยกัน มุ่งสู่การเป็นโครงการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED for Neighborhood Development ระดับ Platinum แห่งแรกในประเทศไทย และมาตรฐานรับรองอาคาร WELL เพื่อสุขอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Inspiring experience. Creating places for good. ของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งมุ่งมั่นต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกที่มีความหมายต่อผู้คน การพัฒนาเมืองและสังคม ควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับการก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

Themed Project ครอบคลุม 3 มิติ

สำหรับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของ วัน แบงค็อก นำเสนอใน 3 แง่มุม ประกอบด้วย

1.“Smart Technologies” นำเสนอผ่าน CUP-Central Utility Plant ศูนย์กลางของระบบอัจฉริยะที่เปรียบเสมือนหัวใจของ วัน แบงค็อก เป็นอาคารสาธารณูปโภคแบบรวมศูนย์ที่ล้ำสมัย รวบรวมการทำงานทุกระบบไว้ในที่เดียว เพื่อการบริหารและจัดการโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง

โดยมี District Command Center หรือศูนย์บัญชาการกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบควบคุม บริหารจัดการ และทำงานร่วมกันกับแพลตฟอร์ม Smart Estate ควบคู่กับระบบ AI ขั้นสูง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการระบบการใช้น้ำและพลังงานไฟฟ้าของโครงการ

ติดตั้งระบบเซ็นเซอร์และจุดควบคุมอัจฉริยะ 250,000 ตัว กล้องวงจรปิด 5,000 จุด ที่สามารถตรวจสอบและบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อประสิทธิภาพของระบบรักษาความปลอดภัย และระบบ Traffic Control ตรวจสอบและรายงานสภาพการจราจรภายในโครงการ

นอกจากนี้ มี Smart Pole ให้แสงสว่างและกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วทุกพื้นที่ เป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน WiredScore Platinum ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดจาก WiredScore ตอกย้ำความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้อาคารในการเชื่อมโยงดิจิทัล (digital connectivity) ทั้งเชิงกายภาพและทางไซเบอร์

ต่อจิ๊กซอว์ความยั่งยืนครบทุกมิติ

2.“Sustainable Development” วัน แบงค็อก ถูกพัฒนาขึ้นให้สอดคล้องกับ SDGs-Sustainable Development Goals เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ Electric Power Saver ระบบกักเก็บไฟฟ้าสำรองสำหรับการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง บริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าให้คุ้มค่าสูงสุด

District Cooling System ระบบปรับอากาศแบบรวมศูนย์ เพิ่มประสิทธิภาพการส่งพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, Smart Water Management ระบบบริหารจัดการน้ำแบบหมุนเวียน, Construction Waste Management ตั้งเป้านำขยะจากการก่อสร้างมากกว่า 75% กลับมาใช้ใหม่ และรีไซเคิล อาทิ การนำเทคโนโลยีบดย่อยเศษขยะคอนกรีตจากหัวเสาเข็ม เพื่อนำไปสร้างผนังอาคาร, การนำเศษอิฐมวลเบาที่เหลือใช้จากการก่อสร้างมาผลิตเป็นแผ่นผนังกันเสียงในอุโมงค์ทางลอดเข้าโครงการ เป็นต้น

รวมถึง Food Waste Management เทคโนโลยีการจัดการเปลี่ยนขยะเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ย, การใช้เครื่องบดอัดขยะ (Smart Compactor) ช่วยลดพื้นที่และเพิ่มสุขอนามัยในการจัดเก็บขยะ

3.“Unparalleled Experiences in One Bangkok” จัดให้มีพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่สีเขียวมากกว่า 50 ไร่ คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมดของโครงการ เป็นจุดพักผ่อนใจกลางเมือง และเป็นพื้นที่สันทนาการ มีสวนสาธารณะแนวยาว (Linear Park) ขนาดกว้างจากทางเท้าถึงหน้าโครงการถึง 35-45 เมตร อยู่ระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ, มีทางเท้าที่สะดวกและกว้างขวาง สามารถเดินเข้าถึงทุกพื้นที่ในโครงการได้เพียง 15 นาที สอดคล้องกับแนวคิด 15-Minute Walking City เทรนด์ใหม่ของการพัฒนาเมืองที่ใส่ใจคุณภาพชีวิตของผู้คน

ฟังก์ชั่นที่ว้าวสุด ๆ ยังมี Art Loop โดยรอบโครงการกว่า 2 กิโลเมตร เชื่อมโยงผลงานศิลปะสาธารณะ เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์สำหรับทุกคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...