โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

งบกระแสเงินสด ฉบับเข้าใจง่าย

Stock2morrow

อัพเดต 12 ก.ย 2566 เวลา 02.30 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2566 เวลา 02.30 น. • Stock2morrow
งบกระแสเงินสด ฉบับเข้าใจง่าย

จากเหตุการณ์หุ้นกู้ตัวหนึ่งที่คาดว่าน่าจะผิดนัดชำระหนี้ อาจจะทำให้นักลงทุนสงสัยว่า
บริษัทมีกำไร แต่ทำไมถึงขาดสภาพคล่องจนกลายเป็นประเด็นเรื่องของการผิดนัดชำระหนี้ได้ ?
คำตอบ คือ บริษัทมีกำไรก็จริง แต่กำไรที่เกิดขึ้นไม่ได้เข้าบริษัทแบบจริงๆ แต่อยู่ในรูปแบบของ "ลูกหนี้การค้า"

พูดง่ายๆ คือ บริษัทมีกำไร แต่กลับไม่ได้มี "เงินสด" เข้าบริษัทมาจริงๆ
เลยเกิดเป็นคำถามว่า นักลงทุนจะรู้ได้อย่างไรว่า การทำธุรกิจของบริษัทมีเงินสดเข้าหรือออกบริษัทมากน้อยแค่ไหน ?
คำตอบ คือ การดูงบกระแสเงินสด

งบกระแสเงินสด คืออะไร ?
งบกระแสเงินสด เป็นเหมือนเครื่องมือที่ช่วยให้เห็นว่าบริษัท หาเงินสดได้มากเท่าไร มาจากช่องทางไหน นำเงินสดไปใช้กับอะไรบ้าง ซึ่งเป็นตัวชี้วัด “สภาพคล่อง” ของบริษัท
อาจจะวัดในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น 1 ไตรมาส หรือ 1 งวดบัญชี
โดยงบกระแสเงินสด จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ

1. Cashflow from Operations หรือ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัท
เป็นกระแสเงินสดจากการดำเนินธุรกิจ
หรือพูดง่ายๆ คือ การทำธุรกิจของบริษัท ได้รับเงินสดเข้ามา (หรือออกไป) จากบริษัทมากน้อยแค่ไหน เช่น การขายสินค้า ซื้อวัตถุดิบ เงินเดือนพนักงาน
ถ้า > 0 หรือเป็นบวก แสดงว่า บริษัทมีเงินสดจากการทำธุรกิจเข้าบริษัท
ถ้า < 0 หรือเป็นลบ แสดงว่า บริษัทมีเงินสดออกจากบริษัท
หรือพูดง่ายๆคือ มีรายจ่ายมากกว่ากระแสเงินสดเข้านั่นเอง

โดยปกติแล้ว กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ควรจะ "เป็นบวก"
เพื่อแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีเงินสดเข้าบริษัท ไม่ใช่การออกจากบริษัท

2. Cashflow from Investing หรือ กระแสเงินสดจากการลงทุนของบริษัท
เป็นกระแสเงินสดเพื่อแสดงให้เห็นว่า บริษัทมีการลงทุนซื้อสินทรัพย์ หรือขายสินทรัพย์ออกไปอย่างไร
ถ้า > 0 หรือเป็นบวก แสดงว่าบริษัทมีการขายสินทรัพย์ออกไป เช่น ขายโรงงาน ขายเครื่องจักร
ถ้า < 0 หรือติดลบ แสดงว่าบริษัทมีการลงทุนซื้อสินทรัพย์ เช่น ซื้อตึกหรืออาคาร ซื้อกิจการ ซื้อเครื่องจักรเพื่อการลงทุน

โดยส่วนใหญ่แล้ว เราจะเห็นกระแสเงินสดจากการลงทุน "ติดลบ"
สาเหตุเพราะว่าบริษัทมักจะมีการลงทุนอยู่เรื่อยๆ เพื่อรองรับการเติบโตในปีถัดๆไป

3. Cashflow from Financing หรือ กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน
เวลาบริษัทออกหุ้นกู้ กู้เงินธนาคาร การจ่ายปันผล การซื้อหุ้นคืน มักจะเกี่ยวข้องกับข้อนี้

ถ้า > 0 หรือเป็นบวก แสดงว่าบริษัทมีการหาเงินเข้าบริษัท เช่น การออกหุ้นกู้ กู้เงินจากะนาคาร หรือขอเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้น
ถ้า < 0 หรือติดลบ แสดงว่าบริษัทมีการคืนเงินกู้ การชำระหุ้นกู้ หรือแม้กระทั่งจ่านเงินปันผลให้กับผุ้ถือหุ้น ซื้อหุ้นคืน ก็จะแสดงเป็นตัวเลขติดลบ

โดยส่วนใหญ่แล้ว เราจะเห็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน "เป็นบวก"
สาเหตุเป็นเพราะว่า เมื่อบริษัทมีการลงทุน มักจะมีการกู้เงินมาลงทุน หรือออกหุ้นกู้ ทำให้กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินเป็นบวก
แต่ก็มีอยู่หลายครั้ง ที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินเป็นลบได้ด้วยเหมือนกัน แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีการจ่ายเงินปันผลออกมา

โดยสรุปแล้ว การดูงบกำไรขาดทุนเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพอที่จะสรุปได้แล้วว่าเป็นบริษัทที่ดีเหมาะแก่การลงทุน
เช่น บริษัทขายสินค้าออกไป และรับรู้เป็นกำไรในงบกำไรขาดทุน แต่ยังไม่ได้รับเงินสดจริงๆ เพราะกำไรที่เกิดขึ้นถูกบันทึกอยู่ในรูปของ "ลูกหนี้การค้า"
หากเป็นเช่นนี้ อาจจะทำให้บริษัทขาดสภาพคล่อง และมีปัญหาในการดำเนินธุรกิจต่อไป

สิ่งที่พอจะช่วยนักลงทุนได้ คือ การเข้าไปดุงบกระแสเงินสด ประกอบการตัดสิน ครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...