โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘เสถียร’ ประกาศปี 69 เบียร์คาราบาวหยุดขาดทุน 2 ปีเจ็บ 1,000 ล้าน ดันชูกำลังบุกจีน

The Bangkok Insight

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 02.12 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 02.12 น. • The Bangkok Insight

"เสถียร" เปิดใจทำเบียร์ 2 ปีขาดทุน 1,000 ลานบาท ปักหมุดปี 2569 หยุดขาดทุน เผยดีลชิงเต่า เพิ่มรายได้โรงงาน เจรจาชิงเต่า-กว่างโจว ฟาร์มาซูติคอล โฮลดิงส์ ดันชูกำลังลุยตลาดจีน พร้อมเล็งปรับโมเดลใหม่บุกตลาดโลก

นับเป็นครั้งแรกที่เสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคาราบาว ออกมาเปิดใจว่า การก้าวสู่สมรภูมิเบียร์ในไทยมูลค่า 2 แสนล้านบาท ไม่สวยหรูแถมยังเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนาม จนส่งผลให้ตลอดระยะ 2 ปีที่ผ่านมา ต้องแบกตัวเลขขาดทุนหลัก 1,000 ล้านบาท

เสถียร

อุปสรรคสำคัญของเบียร์คาราบาว-เบียร์ตะวันแดง อยู่ที่การไม่สามารถขยายช่องทางจำหน่ายได้มากนัก โดยเฉพาะในช่องทางค้าปลีกรายใหญ่ เนื่องจากกลุ่มคาราบาวมีธุรกิจค้าปลีกที่ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งโดยตรง ประกอบกับเบียร์รายเดิมในตลาด มีเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ที่แทรกซืมเข้าไปยากทำให้เบียร์ของกลุ่มคาราบาว มีช่องทางจำหน่ายจำกัดและส่งผลให้ยอดขายไม่ดีเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม เสถียร มั่นใจว่า ในปี 2569 เบียร์ของกลุ่มคาราบาว จะหยุดภาวะขาดทุนได้อย่างแน่นอน เนื่องจากใช้เวลา 2 ปีที่ผ่านมา เรียนรู้ปัญหาและแก้ปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขยายช่องทางจำหน่ายใหม่ ๆ ได้เพิ่มมากขึ้น เช่น ช่องทางออนพรีมิส ผับ บาร์ ร้านอาหาร จนทำให้เห็นได้ชัดว่า ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นทุกเดือน

เปิดกว้างโออีเอ็ม สร้างอีโคโนมี ออฟ สเกล ประเดิมผลิตเบียร์ชิงเต่า

อีกก้าวสำคัญของกลุ่มคาราบาวคือ การเปิดรับจ้างผลิตเบียร์ให้กับแบรนด์อื่น เพื่อสร้างรายได้และเปิดโอกาสให้ตลาดเบียร์ในไทยมีการแข่งขันมากขึ้น เพื่อลดการผูกขาดตลาดโดยผู้ประกอบการไม่กี่ราย เห็นได้จากดีลล่าสุดคือ การรับจ้างผลิตเบียร์ชิงเต่า จากประเทศจีน ที่ต้องการเข้ามาบุกตลาดในไทย และที่สำคัญคือ เป็นการสร้างเครือข่ายคู่ค้าเพื่อนำสินค้าเครื่องดื่มชูกำลัง คาราบาวแดง ไปจำหน่ายในประเทศจีนอย่างจริงจัง

จีนเป็นตลาดใหญ่ เราพยายามบุกตลาดมาหลายปีแล้วแต่ยังไม่เป็นไปอย่างที่หวัง ดังนั้น การเป็นพันธมิตรกับ ชิงเต่า ซึ่งเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในจีน มีเครือข่ายกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง จะเป็นโอกาสสำคัญของคาราบาวแดงในการเปิดประตูบุกตลาดจีนอย่างจริงจัง โดยจะเริ่มในปี 2569 ทั้งการรับจ้างผลิต และการขยายตลาดจีน

นอกจากการเจรจา ชิงเต่า เพื่อขยายตลาดจีนแล้ว ยังได้เจรจากับ Guangzhou Wanglaoji Great Health Industry เจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพร แบรนด์ หวังเหล่าจี๋ (Wang Laoji) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของนัฐวิสาหกิจจีน Guangzhou Pharmaceutical Holdings Ltd. ที่นับว่าเป็นยักษ์ใหญ่ในจีน เพื่อหาลู่ทางขยายตลาดในจีนด้วย

ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ทำรายได้ส่งออกชูกำลังหล่นวูบ

ปัจจุบัน กัมพูชา เป็นตลาดส่งออกหลักของเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดง สร้างรายได้ปีละ 4,000-5,000 ล้านบาท เมื่อเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ส่งผลให้รายได้ในส่วนนี้หายไปทันที จากการบอยคอตสินค้าไทย ซึ่งเขาเชื่อมั่นว่า สถานการณ์จะค่อย ๆ ดีขึ้น แต่การที่ยอดขายหดหายหลักพันล้าน จึงต้องเร่งแก้เกมด้วยการขยายตลาดใหม่ ๆ เช่น ประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน ยุโรป และจีนที่จะบุกตลาดอย่างจริงจังในปีหน้า

นอกจากนี้ การที่กลุ่มคาราบาว มีสินค้าเครื่องดื่มหลากหลาย และมีเป้าหมายก้าวสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดง ที่ปูทางสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกด้วยการต่อสัญญา Carabao Cup ฟุตบอลถ้วยชื่อดังของอังกฤษ อีก 3 ปี กับ English Football League (EFL) จากเดิมที่จะสิ้นสุดในปี 2567 จะทำให้คาราบาวเป็นสปอนเซอร์หลักฟุตบอล Carabao Cup ไปจนถึงปี 2570

ดังนั้น อีกแผนงานสำคัญที่จะเดินเครื่องปีหน้าคือ การปรับโมเดลธุรกิจต่างประเทศใหม่ เพื่อบุกตลาดอย่างจริงจัง และสร้างการเติบโตในระยะยาว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมทุน การให้สิทธิทำตลาดในประเทศนั้น ๆ ไปจนถึงการแต่งตั้งดีลเลอร์ โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปี 2569

ซีเจโตไม่หยุด ยอดขายทะยานแสนล้านปี 2570

ในส่วนของธุรกิจค้าปลีกภายใต้ชื่อ ซีเจ ที่มีทั้งซีเจ มอร์, ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต และซีเจ เอ็กซ์เพรส เสถียร เล่าอย่างภาคภูมิใจว่า เป็นขาธุรกิจที่เติบโตทุกปีไม่ต่ำกว่า 30% และมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ขยายสาขาเพิ่มกว่า 450 สาขา และในปีหน้าตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 600 สาขา

จากเป้าหมายดังกล่าว ทำให้ยอดขายของซีเจ เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2568 นี้คาดว่าจะมียอดขาย 6 หมื่นล้านบาท และเพิ่มเป็น 8 หมื่นล้านบาทในปี 2569 จากนั้นคาดว่าจะแตะหลักแสนล้านบาทได้ในปี 2570

สำหรับภาพรวมของกลุ่มคาราบาวในปีนี้ คาดว่าจะมีรายได้จากกลุ่มธุรกิจค้าปลีกประมาณ 1 แสนล้านบาท เครื่องดื่มชูกำลัง 2 หมื่นล้านบาท สุราข้าวหอม 1 หมื่นล้านบาท และกลุ่มเบียร์ 4,000-5,000 ล้านบาท

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...