โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดปมขัดแย้งสหรัฐฯ โจมตีเวเนฯ “เปรโตรดอลลาร์”ถูกท้าทาย? จุดชนวนทรัมป์“เชือดไก่ให้ลิงดู”

Thairath Money

อัพเดต 06 ม.ค. เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 11.29 น.
ภาพไฮไลต์

การเผชิญหน้าครั้งล่าสุดระหว่างสหรัฐอเมริกากับเวเนซุเอลา ไม่ได้เป็นเพียงปฏิบัติการด้านความมั่นคงหรือการเมืองระหว่างประเทศตามปกติ หากแต่สะท้อนเส้นแดงที่สหรัฐฯ ไม่ต้องการให้ประเทศใดก้าวข้าม นั่นคือ ความพยายามลดอำนาจผูกขาดของ “สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ” ในตลาดพลังงาน ที่สั่นคลอนไปถึงอำนาจทางการค้าและการเมืองในระบบโลก

เวเนซุเอลา ในฐานะประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กลับกลายเป็นสนามทดลองให้โลกได้เห็นว่า การท้าทายอำนาจทางการเงินของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ต้องแลกมาด้วยต้นทุนระดับใด ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคง

เบื้องหลังความตึงเครียดนี้ คือ ความเคลื่อนไหวที่เชื่อมโยงกันเป็นทอด ๆ ตั้งแต่การหันไปใช้เงินหยวนและสกุลเงินทางเลือก ไปจนถึงการใช้ Stablecoin ในการค้าพลังงาน การเข้าหากลุ่ม BRICS และการพูดถึงระเบียบการเงินโลกใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกตีความว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ De-Dollarization ที่ไม่ได้คุกคามแค่เศรษฐกิจ แต่กระทบโดยตรงต่ออำนาจเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ฉายภาพให้เห็นว่าทำไม“น้ำมัน” ถึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับการอยู่รอดของ “สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ” สองสิ่งนี้ผูกโยงกันมาอย่างยาวนานจนก่อร่างสร้างระบบที่เรียกว่า“ระบบเปโตรดอลลาร์” (Petrodollar) เครื่องมือที่ผลักดันให้สหรัฐอเมริกาก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจโลก และเป็นเหตุผลหลักของการโจมตีเวเนซุเอลาเพื่อรักษาอิทธิพลของตนเอง

ความเชื่อมโยงของ “น้ำมัน” และการอยู่รอดของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

ผศ.ดร.มาโนชญ์ กล่าวว่า ทั้งสองเรื่องนี้มีความผูกโยงเชื่อมโยงกันมาอย่างยาวนาน หากย้อนกลับไปดูระเบียบการค้าและการเงินของโลกในยุคก่อนจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งแกร่งขึ้นพร้อมๆ กับสถานะความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐอเมริกา

ย้อนกลับไปในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐอเมริกาได้สร้างระบบการเงินโลกขึ้นมา ซึ่งเรียกกันว่า“ระบบเบรตตันวูดส์” (Bretton Woods System) โดยนำเงินดอลลาร์สหรัฐไปผูกกับทองคำและให้สกุลเงินอื่นๆ ของโลกผูกกับเงินดอลลาร์สหรัฐอีกทอดหนึ่ง ระบบนี้ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐกลายเป็นศูนย์กลางของระบบการเงินโลก

อย่างไรก็ตามระบบดังกล่าวสิ้นสุดลงในช่วงต้นทศวรรษ 1970 เมื่อสหรัฐอเมริกาตัดสินใจยกเลิกการผูกเงินดอลลาร์สหรัฐกับทองคำ ซึ่งทำให้โลกเข้าสู่ยุคเงินลอยตัว แต่หลังจากนั้นสหรัฐอเมริกาก็ได้สร้างหลักประกันใหม่ให้กับสกุลเงินของตนเอง นั่นคือการนำเงินดอลลาร์สหรัฐไปผูกโยงกับ“น้ำมัน”

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังวิกฤตราคาน้ำมันในปี 1973 ซึ่งมีสาเหตุจากสงครามระหว่างอิสราเอลกับประเทศอาหรับหรือที่เรียกว่า สงครามยมคิปปูร์ (Yom Kippur War) โดยสหรัฐฯ และชาติตะวันตกไปสนับสนุนอิสราเอล ทำให้กลุ่มประเทศอาหรับไม่พอใจจึงประกาศไม่ขายน้ำมันให้และขึ้นราคาน้ำมันจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจตะวันตกอย่างรุนแรง จากนั้นเพื่อตอบสนองต่อวิกฤตดังกล่าว สหรัฐฯ จึงแก้ปัญหาด้วย 3 วิธีหลัก คือ

  • การจัดทำคลังน้ำมันสำรอง (Strategic Petroleum Reserve) สหรัฐฯ เก็บน้ำมันภายในประเทศไว้จำนวนมาก ไม่เอาออกมาขาย เพื่อใช้พยุงต้นทุนหรือใช้ในยามสงคราม
  • ดึงเงินลงทุนกลับ สหรัฐฯ ชักชวนประเทศอาหรับที่ร่ำรวยให้เอาผลกำไรจากน้ำมันมาลงทุนในอเมริกาและโลกตะวันตก ทำให้เศรษฐกิจอเมริกาผูกโยงกับรายได้ของอาหรับ เมื่อกลุ่มโอเปก (OPEC) จะตัดสินใจเพิ่มหรือลดกำลังการผลิต จึงต้องระวังไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจตะวันตกที่เป็นแหล่งลงทุนของพวกเขา
  • สร้างข้อตกลงสำคัญ (Petrodollar) สหรัฐฯ ไปเจรจากับกลุ่มประเทศอาหรับ โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียให้ตกลงขายน้ำมันเป็นสกุลเงินดอลลาร์เท่านั้น โดยแลกกับการที่สหรัฐฯ จะรับประกันความมั่นคงให้กับประเทศเหล่านั้น ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นที่มาของแนวคิดที่เรียกว่า “Oil for Security” และเป็นรากฐานของระบบที่เรียกว่า “เปโตรดอลลาร์ (Petrodollar)” ซึ่งระบบนี้ทำให้ ตราบใดที่น้ำมันถูกซื้อขายด้วยดอลลาร์ ดอลลาร์ก็จะมีอิทธิพลครอบงำระบบเศรษฐกิจโลก

จากนั้นการค้าขายน้ำมันระดับโลกจึงถูกกำหนดด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ประเทศต่างๆ ต้องถือเงินดอลลาร์เพื่อซื้อขายน้ำมัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สร้างให้ความต้องการเงินดอลลาร์ยังคงมีอย่างมหาศาลและทำให้อำนาจทางการเงินของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ เพราะตราบใดที่น้ำมันถูกซื้อขายด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ สกุลเงินนี้ก็จะยังมีมีอิทธิพลครอบงำระบบเศรษฐกิจโลก

สถานการณ์ปัจจุบัน ความท้าทายจากจีน รัสเซีย และกลุ่ม BRICS

ผศ.ดร.มาโนชญ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามปัจจุบันภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โลกไม่ได้มีมหาอำนาจเพียงขั้วเดียวอีกต่อไป นำโดย “จีน” และ “รัสเซีย” ที่ก้าวขึ้นมาท้าทายอำนาจของสหรัฐอเมริกาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในมิติของระบบการเงินและสกุลเงิน ตัวอย่างเช่น จีนและรัสเซียที่พยายามส่งเสริมการค้าขายโดยใช้สกุลเงินอื่นที่ไม่ใช่ดอลลาร์สหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเงินหยวน เงินรูเบิล หรือสกุลเงินท้องถิ่น

กระบวนการนี้ส่งผลกระทบต่อเงินดอลลาร์โดยตรงและทำให้หลายประเทศเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ ซึ่งนำไปสู่การรวมกลุ่มของประเทศใน“กลุ่ม BRICS” กลุ่มความร่วมมือระหว่างรัฐบาลของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่หลัก 5 ประเทศ ได้แก่ Brazil (บราซิล), Russia (รัสเซีย), India (อินเดีย), China (จีน), และ South Africa (แอฟริกาใต้) โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การเมือง การทูต และคานอำนาจกับมหาอำนาจตะวันตก ซึ่งที่ผ่านมาได้มีความพยายามในการสร้างระเบียบการเงินและการค้าทางเลือกใหม่ ตลอดจนการพัฒนาสกุลเงินใหม่ในอนาคต

“เวเนซุเอลา” กรณีศึกษา De-Dollarization ท้าทายอำนาจ

สำหรับปฏิบัติการพิเศษเพื่อเปิดฉากโจมตีเวเนซุเอลาของสหรัฐอเมริกาผ่านคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ผศ.ดร.มาโนชญ์ มองว่า เหตุผลหลักในการแทรกแซงครั้งนี้ไม่ใช่เพราะสหรัฐฯ ต้องการเข้าคุมน้ำมันรวมถึงระบบห่วงโซ่อุปทานในเวเนซุเอลาเพียงอย่างเดียว แต่คือการ “สกัดกั้นอิทธิพลของจีน” และ “ป้องกันการบั่นทอนระบบเปโตรดอลลาร์” ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของอำนาจ หลังจากเวเนซุเอลาในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีน้ำมันสำรองจำนวนมหาศาลมีท่าทีชัดเจนใน การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ (De-Dollarization)

รวมไปถึงการหันไปพึ่งพารัสเซียและจีน โดยเฉพาะจีนที่เป็นผู้ซื้อน้ำมันอันดับหนึ่งของเวเนซุเอลา และในหลายกรณีที่มีการใช้สกุลเงินอื่นๆ เช่น เงินหยวน ยูโร หรือรูเบิล รวมถึงสกุลเงินคริปโตเคอเรนซีในการชำระเงินแทนเงินดอลลาร์สหรัฐ ตลอดจนการพัฒนาช่องทางชำระเงินโดยตรงกับจีน โดยไม่พึ่งพาระบบชำระเงินระหว่างประเทศอย่าง SWIFT

ท่าทีเหล่านี้ทำให้สะท้อนความพยายามลดการพึ่งพาการชำระด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐโดยตรง และทำให้เวเนซุเอลากลายเป็นประเด็นสำคัญในสายตาของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าเวเนซุเอลาอยู่ในภูมิภาคลาตินอเมริกา ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าเป็น “หลังบ้าน” ของตนเอง

ผศ.ดร.มาโนชญ์ กล่าวว่า กรณีนี้มีความคล้ายคลึงอย่างมากกับ "กรณีของลิเบีย" ในยุคของมูอัมมาร์ กัดดาฟี ซึ่งเป็นผู้นำที่พยายามผลักดันการสร้างระบบการเงินใหม่ รวมถึงแนวคิดเรื่องสกุลเงินร่วมของแอฟริกาที่มีทองคำหนุนหลังอย่าง “ดีนาร์ทองคำ” สำหรับใช้ในการค้าขายน้ำมันเพื่อลดอิทธิพลของเงินดอลลาร์ในทวีปแอฟริกา แต่ท้ายที่สุดก็ถูกโค่นล้มลง ซึ่งนักวิเคราะห์จำนวนมากเชื่อว่าหนึ่งในสาเหตุสำคัญ คือ ความพยายามท้าทายระบบดอลลาร์สหรัฐ

ในกรณีของเวเนซุเอลา แม้จะไม่ได้พยายามสร้างระบบการเงินใหม่โดยตรง แต่เป็นความพยายามเอาตัวรอดจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ผ่านการใช้สกุลเงินทางเลือก การเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรใหม่อย่าง BRICS และการเป็นพันธมิตรกับประเทศที่เป็นแกนนำของกระบวนการ De-Dollarization ในระดับโลก

โดยข้ออ้างที่สหรัฐฯ ใช้ในการปฏิบัติการกับเวเนซุเอลา คือ เรื่องยาเสพติดและการก่อการร้าย ซึ่งในความเป็นจริงแทบไม่มีความเกี่ยวข้องกับน้ำมัน แต่ข้ออ้างนี้ทำหน้าที่เป็น “ใบเบิกทาง” ให้สหรัฐฯ สามารถใช้กำลังทหารได้โดยไม่ต้องขออนุมัติจากรัฐสภา ภายใต้กฎหมายพิเศษเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย

เปโตรดอลลาร์ถึงทางตัน?

ผศ.ดร.มาโนชญ์ มองว่า การใช้เครื่องมือทางทหาร คือ การใช้อำนาจแข็ง (Hard Power) ซึ่งมักถูกใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย หากสหรัฐฯ มีทางเลือกอื่นก็คงไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้ ซึ่งนั่นสะท้อนให้เห็นชัดว่า ระบบเปโตรดอลลาร์กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักและกำลังอยู่ในภาวะเสื่อมถอย และอาจเป็นสัญญาณว่า “น้ำมัน” คือ หลักค้ำสุดท้ายของเงินดอลลาร์ในระบบโลกปัจจุบัน

“สหรัฐฯ อาจไม่มีทางเลือกอื่นในการแข่งกับจีนและรัสเซียแล้ว จึงต้องใช้วิธีนี้เพื่อพยุงระบบเปโตรดอลลาร์ต่อไป แม้ภาพลักษณ์จะติดลบเรื่องการรุกราน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการแสดงแสนยานุภาพ ความแม่นยำ และความรวดเร็วของปฏิบัติการทางทหารเพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ไม่ให้ประเทศอื่นเดินตามเวเนซุเอลา”

การบุกเวเนซุเอลาในครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนถึงแสนยานุภาพทางทหารของสหรัฐฯ แต่ยังสะท้อนถึงความเปราะบางของอิทธิพลทางการเงินที่สหรัฐฯ เคยครอบงำโลกมาอย่างยาวนาน

อำนาจที่แท้จริงของเงินดอลลาร์สหรัฐ ไม่ได้อยู่แค่การเป็นเงินสำรอง แต่อยู่ที่การควบคุมระบบชำระเงินโลก เช่น SWIFT ธนาคารตัวกลาง หรือระบบเคลียร์ริ่งระหว่างประเทศ ทำให้สหรัฐฯ สามารถคว่ำบาตรประเทศภายใต้ระบบเหล่านี้ได้ ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศจำนวนมากหันมาสร้างทางเลือกชำระเงินเพื่อป้องกันตัวเอง เร่งหาทางหนีจากดอลลาร์และลดการสำรองเงินดอลลาร์สหรัฐ

ยกตัวอย่าง ระบบ CIPS (Cross-Border Interbank Payment System) ระบบชำระเงินระหว่างธนาคารข้ามพรมแดนของประเทศจีน ซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการโอนเงินและชำระบัญชีในสกุลเงินหยวน (RMB) รวมถึงการรวมกลุ่มกันเพื่อจัดระเบียบการเงินและการค้าใหม่อย่าง BRICS ที่หลายประเทศเริ่มมองว่าเป็นพื้นที่ทดลองของระบบโลกใหม่ กล่าวคือ ยิ่งมีทางเลือกมากเท่าไร พลังคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ก็ยิ่งลดลง

ทั้งนี้สิ่งที่น่ากังวล คือ“ปรากฏการณ์โดมิโน” ที่อาจเกิดขึ้นในแถบลาตินอเมริกา ซึ่งหลายประเทศเริ่มโน้มเอียงไปทางกลุ่ม BRICS รวมถึงประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน แร่ หรือทองคำ กำลังยืนอยู่บนจุดตัดสินใจสำคัญของระเบียบโลกใหม่

ผศ.ดร.มาโนชญ์ กล่าวว่า ประเทศจำนวนมากไม่ได้เลือกเดินออกจากเงินดอลลาร์แบบตรงไปตรงมา แต่ควรพิจารณายุทธศาสตร์ถ่วงดุลมากกว่าการเลือกข้าง ใช้เงินดอลลาร์ควบคู่กับสกุลเงินทางเลือก โดยไม่ผูกตัวเองกับสหรัฐฯ เพียงขั้วเดียว รวมถึงขยายความสัมพันธ์ไปยังจีนและรัสเซีย เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง ตัวอย่างที่เห็นชัด คือ ประเทศในแถบตะวันออกกลาง จากเดิมที่พึ่งพาสหรัฐฯ เกือบเบ็ดเสร็จ วันนี้หลายประเทศไม่ได้ตัดขาดสหรัฐฯ แต่ก็ไม่ฝากอนาคตไว้กับสหรัฐฯ เพียงฝ่ายเดียว

อย่างไรก็ตามใครจะหนีจากดอลลาร์ ต้องมีหลักประกันความมั่นคงเพราะ บทเรียนสำคัญจากเวเนซุเอลา ทำให้เห็นแล้วว่าการท้าทายระบบดอลลาร์นั้นเท่ากับท้าทายอำนาจความมั่นคงของสหรัฐฯ ใครก็ตามที่คิดจะหลุดออกจากระบบดอลลาร์ ต้องเตรียมรับแรงกระแทกทางการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคง

ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว การขยายบทบาทของ BRICS การผลักดันเงินหยวนในตลาดพลังงาน และความพยายามลดบทบาทของระบบเปโตรดอลลาร์ จากจุดนี้เองคำถามจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าโลกจะเดินสู่ De-Dollarization หรือไม่ แต่คือ ประเทศอื่นๆ จะวางตัวอย่างไรต่อในวันที่การเปลี่ยนขั้วทางการเงินกลายเป็นประเด็นความมั่นคงระดับมหาอำนาจ

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดปมขัดแย้งสหรัฐฯ โจมตีเวเนฯ “เปรโตรดอลลาร์”ถูกท้าทาย? จุดชนวนทรัมป์“เชือดไก่ให้ลิงดู”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...