“สหรัฐ” แบนวีซ่า “อดีตกรรมาธิการอียู” ปมถูกกล่าวหาเซ็นเซอร์โซเชียลมีเดีย
"สหรัฐ" แบนวีซ่า "อดีตกรรมาธิการอียู" และนักเคลื่อนไหวอีก 4 ราย ปมถูกกล่าวหาเซ็นเซอร์โซเชียลมีเดีย ท่ามกลางความตึงเครียดด้านเสรีภาพการแสดงออกข้ามพรมแดน
วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 15.51 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งห้ามออกวีซ่าให้แก่ เธียร์รี เบรอตง อดีตกรรมาธิการสหภาพยุโรปซึ่งอยู่เบื้องหลังกฎหมาย Digital Services Act (DSA) รวมถึงนักเคลื่อนไหวต่อต้านข้อมูลบิดเบือนอีก 4 ราย โดยกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในการเซ็นเซอร์แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของสหรัฐ
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่า “กระทรวงการต่างประเทศกำลังดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อบุคคล 5 ราย ที่เป็นผู้นำความพยายามอย่างเป็นระบบในการบีบบังคับแพลตฟอร์มของสหรัฐให้เซ็นเซอร์ ตัดรายได้ และกดทับมุมมองของชาวอเมริกันที่พวกเขาไม่เห็นด้วย”
รูบิโอเสริมว่า “นักเคลื่อนไหวหัวรุนแรงและองค์กรพัฒนาเอกชนที่ถูกทำให้เป็นเครื่องมือเหล่านี้ ได้ผลักดันการปราบปรามการแสดงออกโดยรัฐต่างชาติ ซึ่งในทุกกรณีล้วนพุ่งเป้าไปที่ผู้พูดและบริษัทสัญชาติอเมริกัน”
รูบิโอกล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ การอนุญาตให้บุคคลเหล่านี้เดินทางเข้าสหรัฐจึงอาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านนโยบายต่างประเทศที่ร้ายแรง พร้อมระบุว่า “จากการประเมินดังกล่าว กระทรวงฯ ได้ดำเนินการออกมาตรการจำกัดวีซ่าต่อผู้ที่เป็นตัวแทนของ ‘อุตสาหกรรมการเซ็นเซอร์ระดับโลก’ ซึ่งจะถูกห้ามเดินทางเข้าสหรัฐโดยทั่วไป”
ด้านเธียร์รี เบรอตง ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมาธิการสหภาพยุโรประหว่างปี 2562–2567 ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ตอบโต้ว่า “ขอเตือนความจำว่า 90% ของรัฐสภายุโรป ซึ่งเป็นองค์กรที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน และประเทศสมาชิกทั้ง 27 ประเทศ ได้ลงมติรับรองกฎหมาย DSA อย่างเป็นเอกฉันท์” พร้อมกล่าวถึงชาวอเมริกันว่า “การเซ็นเซอร์ไม่ได้อยู่ในที่ที่คุณคิด”
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการที่ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่มความเข้มงวดด้านข้อจำกัดการเดินทางสำหรับชาวต่างชาติ และวิพากษ์วิจารณ์ยุโรปอย่างต่อเนื่อง
รูบิโอไม่ได้เปิดเผยรายชื่อบุคคลที่ถูกสั่งห้ามวีซ่าในเบื้องต้น อย่างไรก็ตามซาราห์ โรเจอร์ส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศด้านการทูตสาธารณะ ได้เปิดเผยชื่อผู้ได้รับผลกระทบผ่าน X ในเวลาต่อมา
หนึ่งในนั้นคือ โจเซฟิน บอลลง ผู้นำร่วมขององค์กร HateAid และสมาชิกสภาที่ปรึกษาด้านดิจิทัลของเยอรมนี ซึ่งมีบทบาทในการรณรงค์ต่อต้านข้อมูลบิดเบือน โดย อันนา-เลนา ฟอน โฮเดนเบิร์ก ผู้นำร่วมของ HateAid ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ทั้งนี้ CNBC ระบุว่าได้ติดต่อขอความคิดเห็นจากทั้งสองรายแล้ว
มาตรการแบนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามบังคับใช้สิ่งที่โรเจอร์สเรียกว่า “เส้นแดง” ของสหรัฐ ในประเด็นการ “เซ็นเซอร์ชาวอเมริกันข้ามพรมแดน”
ในการให้สัมภาษณ์กับ GB News เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม โรเจอร์สได้วิพากษ์วิจารณ์กฎหมาย Online Safety Act (OSA) ของสหราชอาณาจักร โดยกล่าวว่ากฎหมายดังกล่าวถูกนำมาใช้ในลักษณะข้ามพรมแดน และกระทบต่อการแสดงความเห็นของพลเมืองสหรัฐเกี่ยวกับการเมืองอเมริกันบนแพลตฟอร์มที่ตั้งอยู่ในสหรัฐ
ทั้งกฎหมาย DSA ของสหภาพยุโรป และ OSA ของสหราชอาณาจักร ถือเป็นหนึ่งในกฎหมายไม่กี่ฉบับที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมอำนาจของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็กบนโลกออนไลน์
โดย DSA กำหนดให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Google และ Meta ต้องจัดการกับเนื้อหาที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด มิฉะนั้นอาจเผชิญบทลงโทษทางการเงินจำนวนมาก ขณะที่ OSA บังคับใช้มาตรการยืนยันอายุผู้ใช้งานบนเว็บไซต์สำหรับผู้ใหญ่ และแพลตฟอร์มอื่น ๆ อีกหลายประเภท
อ้างอิง : cnbc.com