ทภ.2 เผย ‘ทหารกัมพูชา’ ใช้ ‘อาคารกาสิโน’ แนวชายแดน เป็นฐานที่ตั้ง ‘โดรน’ ใช้บินสอดแนมไทย ด้านแม่ทัพภาคที่ 2 ขอประชาชนเชื่อมั่นทหารป้องอธิปไตยและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น
ทภ.2 เผย ‘ทหารกัมพูชา’ ใช้ ‘อาคารกาสิโน’ แนวชายแดน เป็นฐานที่ตั้ง ‘โดรน’ ใช้บินสอดแนมไทย
เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยความเคลื่อนไหวชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า มีการตรวจพบฝ่ายกัมพูชาใช้อาคารกาสิโนตามแนวชายแดนเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร โดยใช้เป็นฐานที่ตั้งของโดรนเพื่อปฏิบัติการกับฝ่ายไทย ซึ่งปัจจุบันนี้พบว่าฝ่ายกัมพูชาใช้โดรนในการบินสอดแนมฝ่ายไทย อีกทั้งอาคารกาสิโนเป็นคอนกรีตแข็งแรง จึงใช้เป็นที่กำบังทางทหารอีกด้วย
ขณะที่ ”แม่ทัพภาคที่ 2“ ขอประชาชน เชื่อมั่น ทหารป้องอธิปไตย และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น
เมื่อวันที่ 24 พ.ย.68 พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวขอบคุณประชาชนทุกภาคส่วนที่ให้กำลังใจทหาร และขอบคุณมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ที่มอบอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน โดยจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการป้องกันประเทศชาติ โดยกองทัพบก และกองทัพภาคที่ 2 ขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า จะทำหน้าที่ในการปกป้องประเทศชาติด้วยความตั้งใจ เพื่อแผ่นดิน และเพื่อพี่น้องของเรา
พล.ท.วีระยุทธ กล่าวต่อว่า ขอให้มั่นใจใน กองทัพภาคที่2 และกองกำลังสุรนารี รวมถึงพี่น้องทหารทุกคน ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ โดยยืนยันจะปฎิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด
“มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน” มอบอีกโดรนฝีมือคนไทย 100 ลำ ให้กองทัพบกปกป้องประเทศ
เมื่อวันที่ 24 พ.ย.68 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และคณะมอบอากาศยานไร้คนขับ (Drone) 100 ระบบ รวมมูลค่า 19 ล้านบาท ให้กับกองทัพบก เพื่อสนับสนุนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีพลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นตัวแทนผู้รับมอบ และมีพลโท บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีฯ
นายปานเทพ กล่าวว่า สำหรับโดรนที่ทำ รุ่นนี้ขออนุญาตไม่เปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากเป็นความลับทางราชการ ซึ่งเราได้รับภารกิจ และปรึกษาหารือที่ต้องมีการพัฒนาโดรน และแอนตี้โดรนอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่า ไม่ใช่เห็นว่า กองทัพไม่มีงบฯ แต่สถานการณ์โดรน และแอนตี้โดรนในยุคปัจจุบันเป็นการแข่งขันแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงในสงครามคลื่นความถี่ได้ทุกสัปดาห์ ซึ่งสิ่งที่เคยใช้มาได้ในสัปดาห์หนึ่ง แต่สัปดาห์ถัดไปอาจจะใช้ไม่ได้ เพราะแอนตี้โดรนมีการพัฒนามากขึ้น เพราะฉะนั้นการทำสงครามเช่นนี้ จึงต้องทำความเร็วต่อสารสถานการณ์ ดังนั้นลำพังเพียงแค่งบประมาณอย่างเดียว อาจจะไม่ทันต่อสถานการณ์ ซึ่งเราจะปิดข้อมูลรายละเอียดทุกอย่างเป็นความลับทางราชการ ซึ่งโดรนทุกตัวเป็นของคนไทย และไม่อาจเปิดเผยวิธีการทำงานได้แต่ใช้การพูดคุยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดพัฒนาโดยฝีมือคนไทย
นานปานเทพ กล่าวอีก โดรนรุ่นที่พัฒนาอยู่ขณะนี้มั่นใจว่า จะเป็นประโยชน์ต่อกองทัพ เพราะเราผลิตมาได้จำนวนหนึ่งฝูง หรือ 100 ลำ และมั่นใจว่า จะเพิ่มศักยภาพ และแสนยานุภาพของกองทัพในการปกป้องชีวิตทหาร และปกป้องพลเรือน และสามารถเป็นประโยชน์ต่อกองทัพอย่างแน่นอน
นอกจากนี้นายปานเทพ ยังมอบหนังสือ 3 ชิ้นให้กับอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบัน คือ หนังสือชื่อแผ่นดินของเรา, เอกสารที่สำคัญ ซึ่งเป็นคำแปลของบรรพบรรพบุรุษไทย ในการต่อสู้เรื่องปราสาทเขาพระวิหาร และเอกสารที่อยู่ในคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU2543-2544 สภาผู้แทนราษฎร
ด้านพล.ท.บุญสิน กล่าวว่า กองทัพบกต้องขอขอบคุณมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ที่ได้มุ่งมั่นในการที่จะช่วยเหลือ และเป็นส่วนหนึ่งในการหาอุปกรณ์ต่าง ๆ มาช่วยเหลือด้านความมั่นคงให้กับประเทศชาติในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งถือว่า โดรนที่ได้รับมอบครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งครั้งในหลาย ๆ ครั้งที่มูลนิธิฯ ได้มามอบ ซึ่งจะเป็นการเสริมอุปกรณ์ให้กับฝ่ายความมั่นคง รวมถึงฝ่ายวิชาการที่จะไปทำหน้าที่ตัวเองให้ดี ซึ่งวันนี้แม่ทัพภาคที่ 2 ก็ได้มารับด้วยตัวเอง และเจ้ากรมการทหารสื่อสารฝ่ายเทคนิคที่ได้ร่วมกันพัฒนาอุปกรณ์เหล่านี้ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อเสริมความมั่นคง และแข็งแกร่งให้ประเทศชาติ