โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

โพสต์เดียวสะเทือน! “วิโรจน์” เปิดจุดยืน ทำงานกับกองทัพแบบตรงไปตรงมา พร้อมสนับสนุนทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์

สยามรัฐ

อัพเดต 4 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โพสต์เดียวสะเทือน! “วิโรจน์” เปิดจุดยืน ทำงานกับกองทัพแบบตรงไปตรงมา พร้อมสนับสนุนทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์

เมื่อวันที่ 1 ม.ค.69 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อธิบายจุดยืนและแนวทางการทำงานร่วมกับกองทัพ ในช่วงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร โดยยืนยันสนับสนุนกองทัพในทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ แต่พร้อมตรวจสอบอย่างถึงที่สุดหากพบความไม่โปร่งใส การทุจริต และการละเมิดสิทธิมนุษยชน

"…ตลอดระยะเวลาที่ทำหน้าที่ ผมเชื่อว่ากองทัพเองย่อมทราบดีว่า ผมไม่ใช่คนที่มองทหารในแง่ลบ และไม่เคยเหมารวม หากสิ่งใดที่กองทัพทำถูกต้อง เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ผมพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกัน หากพบความไม่ชอบธรรม โดยเฉพาะเรื่องการซ้อมทรมานทหารเกณฑ์ การเอาเปรียบทหารชั้นผู้น้อย การทุจริตคอร์รัปชัน หรือความไม่โปร่งใส ผมก็ไม่เคยนิ่งเฉย และไม่เคยลดราวาศอกกับเรื่องเหล่านี้เลย…"

นายวิโรจน์ ยกตัวอย่างกรณีการจัดหาเครื่องบินขับไล่ทดแทนของกองทัพอากาศ ตามสมุดปกขาวแผนพัฒนากองทัพ ในปีงบประมาณ 2568 วงเงินประมาณ 19,500 ล้านบาท ซึ่งมีข้อสรุปเป็นเครื่องบิน Gripen E/F (ไม่ใช่ Gripen C/D ที่ใช้อยู่ในภารกิจปัจจุบัน) ตนได้หารือกับกองทัพอากาศอย่างตรงไปตรงมา และมีความเข้าใจร่วมกันว่า การจัดซื้อครั้งนี้ต้องมาพร้อม “นโยบายชดเชย (Offset Policy)” อย่างแท้จริง

พร้อมระบุว่า ประเทศไทยควรได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และมีสิทธิในการปรับแก้ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Tactical Data Link) เพื่อให้เครื่องบินรบของกองทัพ สามารถปฏิบัติการร่วมกับยุทโธปกรณ์อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงต้องมีความยืดหยุ่นในการปรับปรุงซอฟต์แวร์ด้วยตนเอง นอกจากนี้ ยังต้องมีนโยบายชดเชยทางอ้อมที่เป็นประโยชน์ต่อภาคพลเรือน หากเป็นไปในทิศทางนี้ ตนก็พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่

เช่นเดียวกับกรณีการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือ เดิมทีในปีงบประมาณ 2567 มีการเสนอแผนเข้ามา แต่ถูกตัดงบประมาณไป ตนเห็นว่าหากกองทัพเรือสามารถต่อเรือฟริเกตในประเทศได้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย และตนก็พร้อมสนับสนุนในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ

นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า จำได้ว่ามีการอภิปรายกันในสภา ถึงขั้นมีการท้าทายว่า หากเสนอเข้ามาใหม่เป็น 2 ลำ อย่าค้าน ซึ่งตนก็ยืนยันชัดเจนว่า หากเป็นการต่อเรือในประเทศ ตนไม่คัดค้านอยู่แล้ว ต่อมาในปีงบประมาณ 2569 มีการเสนอจัดหาเรือฟริเกตเข้ามาใหม่ โดยเริ่มต้นที่ 1 ลำ ตนจึงเสนอแนะว่า หากจะต่อเรือให้คุ้มค่า ควรต่อเป็น “คู่” หรือเป็นกองเรือ เพราะการต่อเพียงลำเดียวจะทำให้ต้นทุนการเตรียมกำลังพล การซ่อมบำรุง และค่าใช้จ่ายโดยรวมสูงมาก ซึ่งไม่มีประเทศไหนเขาทำกัน

ทั้งนี้ ประเทศไทยเองเคยประสบปัญหานี้มาแล้วกับกรณีเรือหลวงภูมิพล ที่มีเพียงลำเดียวในชั้น ทำให้ต้องถูกใช้งานอย่างหนัก และต้องเข้าซ่อมบำรุงเป็นระยะเวลานาน ในที่สุดจึงมีมติคณะรัฐมนตรีผูกพันโครงการจัดหาเรือฟริเกตจำนวน 2 ลำ ซึ่งถือเป็นทิศทางที่เหมาะสมกว่า

นายวิโรจน์ ระบุว่า ตลอดการทำงานของตน หากเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล หรือมีประเด็นให้สังคมตั้งคำถาม ตนจะติดตามตรวจสอบอย่างจริงจัง เช่น กรณีโครงการเรือดำน้ำ ยืนยันมาโดยตลอดว่าเป็นโครงการที่ไม่คุ้มค่า และประเทศไทยตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ควรยกเลิก และจัดทำสัญญาใหม่ให้เหมาะสม มีนโยบายชดเชยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ไม่ใช่นำเงินภาษีประชาชนไปแลกกับยุทโธปกรณ์เพียงอย่างเดียว โดยที่ประเทศไม่ได้อธิปไตยทางเทคโนโลยีใดๆ เลย ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดซื้อแบบเก่า ที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีก

หรือการพยายามแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร เพื่อให้ทหารที่ทุจริต และทหารที่ก่อคดีอาญา กางเขตกระสุนจริง ใช้อาวุธสงครามสังหารประชาชนใจกลางเมือง ต้องถูกพิจารณาคดีที่ศาลยุติธรรม เพื่อให้กองทัพมีความโปร่งใส และลูกหลานของพวกเราในอนาคต จะได้ไม่ถูกเข่นฆ่าอย่างไม่เป็นธรรมอีก ตนก็มีความชัดเจนในเรื่องนี้มาโดยตลอด

เช่นเดียวกับกรณีการจัดหาโดรนของกองทัพ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นการจัดซื้อที่ยังขาดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ ยังไม่มีการจัดทำหลักนิยม (Doctrine) รองรับอย่างครอบคลุมโดรนทุกประเภท ยังไม่มีการกำหนดอัตราการจัดยุทโธปกรณณ์ (อจย.) ที่ชัดเจน ตนจึงย้ำมาโดยตลอดว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาระบบ Flight Control ที่เกี่ยวข้องกับโดรน ด้วยตนเอง เพราะการใช้งานจริงทางยุทธวิธี จำเป็นต้องมีการปรับแก้ซอฟต์แวร์ และคลื่นความถี่อยู่ตลอดเวลา หากต้องรอการอนุญาตจากผู้ผลิตต่างประเทศ จะไม่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ทันท่วงที ที่สำคัญหากเราไม่มีอธิปไตยเหนือซอฟต์แวร์ ก็มีความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงระบบ หรือถูกล่วงรู้พิกัดการควบคุม ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตทหารโดยตรง

นายวิโรจน์ กล่าวต่อไปว่า ในทำนองเดียวกัน งบประมาณซ่อมบำรุงยานเกราะของกองทัพบกที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้สภาพความพร้อมรบต่ำกว่ามาตรฐาน ตนก็พยายามผลักดันให้มีการจัดหายานเกราะจากผู้ผลิตภายในประเทศ เพื่อให้การซ่อมบำรุงทำได้รวดเร็ว ลดต้นทุน และสามารถ Upgrade ยุทโธปกรณ์ประจำยานเกราะได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพาต่างชาติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพในระยะยาวอย่างแท้จริง

นายวิโรจน์ ย้ำว่า โดยสรุปสิ่งใดที่โปร่งใส เป็นไปตามสมุดปกขาว เป็นการลงทุนอย่างมีเหตุผล และช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ตนสนับสนุนมาโดยตลอด แต่หากเป็นเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล เกี่ยวข้องกับการทุจริต การซ้อมทรมาน การเอาเปรียบทหารชั้นผู้น้อย ตนก็พร้อมติดตามตรวจสอบอย่างถึงที่สุด อย่างไม่ประนีประนอม เพราะเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ทหารที่เคยทำงานร่วมกับผม ย่อมรู้ดีว่าตนมี “เส้นในการทำงาน” ชัดเจน และไม่เคยเปลี่ยน และถ้าใครทำงานกับตนที่ กมธ.ทหาร ก็จะทราบดี ว่าตนเป็นคนที่ไม่เคยจะลืมที่จะติดตามเรื่องปัญหาหนี้สินทหาร และการคิดดอกเบี้ยอย่างไม่เป็นธรรมมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งติดตามในเรื่องการดูแลในเรื่องสวัสดิการ การชดเชย และการดูแลในเรื่องอาชีพให้กับทหารผู้สูญเสียกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นระยะๆ เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับ พลทหารมังกร ต้องเกิดขึ้นซ้ำอีก

"…ส่วนคำถามที่มักถามกันอยู่ขณะนี้ว่า "รู้หรือยังว่าทหารมีไว้ทำไม" ผมคิดว่า คนที่ควรตอบคำถามนี้มากที่สุด ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น นายทหารระดับสูงบางคน ที่นำเอาพลทหารไปใช้เป็นแรงงานส่วนตัว ไปเป็นคนรับใช้ ไปเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ ไปขับแกร็บหาเงินให้นาย นายทหารชั้นยศสูงๆ ที่ซ้อมทรมานพลทหารจนเสียชีวิตในค่ายทหาร แทนที่ทหารหาญจะพลีชีพจากคมอาวุธของอริราชศัตรู กลับต้องมาตายอย่างไม่เป็นธรรมจากทหารฝ่ายเดียวกัน รวมถึงนายพลคนใหญ่คนโตบางกลุ่มที่ไปพัวพันกับการค้ามนุษย์ และธุรกิจผิดกฎหมาย รวมทั้งไปหาผลประโยชน์จากการทุจริตคอร์รัปชั่นในการจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพ

คนเหล่านี้นี่ล่ะครับ ที่ควรจะเป็นผู้ตอบคำถามว่า ทหารมีไว้ทำไม…"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...