โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เอาแล้ว "รมต.กัมพูชา" ออกโรงเชียร์พรรคเพื่อไทย-ปชน. ลั่นถ้า "อนุทิน" แพ้เลือกตั้ง เสี่ยงน้อยลง ทหารไทยจะออกรบรอบใหม่

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

นายแก้ว เรมี รัฐมนตรีอาวุโส และ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชา (CHRC)ออกมาชี้ว่าถ้านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้ง โอกาสการเปิดศึกรอบ 3 ระหว่างกัมพูชาและไทยจะลดต่ำลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย ไม่ได้กระหายทำสงครามเหมือนพรรคภูมิใจไทย ในข้อความที่โพสต์บนเฟซบุ๊กเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับศึกเลือกตั้งของไทย ที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า โดยเขาเขียนเป็นภาษาเขมรระบุว่า "สำหรับมุมมองของผม ถ้าอนุทินแพ้ด้วยการได้คะแนนเสียงที่ต่ำมาก จะไม่มีสงคราม เพราะการบุกรุกกัมพูชาของทหารไทย ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลไทยที่นำโดยนายอนุทิน ซึ่งเปรียบเสมือนการเดินหน้าไปพร้อมกัน ทั้งกลองทั้งฉาบระหว่างฝ่ายการเมืองและกองทัพ""ดังนั้น ถ้านายอนุทินหมดอำนาจ ทหารไทยไม่สามารถออกรบได้เพียงลำพัง ถ้าอนุทินแพ้เลือกตั้ง จะไม่มีสงคราม ถ้าพรรคประชาชนหรือพรรคเพื่อไทย ได้รับชัยชนะในเดือนกุมภาพันธ์ จะไม่มีการเล่นเกมสงครามเหมือนพรรคอื่น เพราะทั้ง 2 พรรค เน้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การลงทุน และยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากกว่าไปรบกับประเทศเพื่อนบ้าน" "แม้มีนโยบายเปิดรับความร่วมมือกับกองทัพไทยเหมือนกัน แต่สันดานของทั้ง 2 พรรคก็ไม่โน้มเอียงไปในทางสู้รบ เพื่อความมั่นคงและสันติภาพในระยะยาวในปัญหาชายแดนกัมพูชา-ไทยในอนาคต จําเป็นต้องพึ่งพาคนไทยโหวตให้พรรคประชาชนหรือพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทยของนายอนุทิน ต่างจากสองพรรค จะนําไฟสงครามและหายนะมายัง 2 ประเทศมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด" นายแก้ว เรมี เขียน ความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา อันเนื่องจากประเด็นพิพาทด้านชายแดน ได้โหมกระพือเหตุปะทะนองเลือด 2 รอบเมื่อปีที่แล้ว รอบแรกในช่วงปลายเดือนกรกฏาคมและรอบ 2 ในช่วงต้นเดือนธันวาคม สังหารผู้คนใน 2 ฟากฝั่งหลายสิบราย(ตามคำกล่าวอ้างอย่างเป็นทางการ) และประชาชนหลายแสนคนต้องพลัดถิ่นฐาน ก่อนที่ทั้งไทยและกัมพูชาได้ตกลงหยุดยิงกันอีกรอบในช่วงปลายเดือนธันวาคม ทั้งนี้ความเห็นของนายแก้ว เรมี มีขึ้นก่อนที่ไทยจะมีการจัดเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยที่หัวข้อความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา กลายมาเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของการรณรงค์หาเสียง

ก่อนหน้านั้น นายแก้ว เรมี รัฐมนตรีอาวุโส และ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชา (CHRC) เขียนบนเพจเฟซบุ๊กว่า ทางการไทยจะต้องไม่บิดเบือนแผนที่ ประวัติศาสตร์ หรือยกระดับความตึงเครียดระหว่างกัน การตัดสินใจเรื่องใดก็ตาม จะต้องคำนึงผลกระทบชีวิตพลเรือนและเศรษฐกิจท้องถิ่น นอกจากนี้ ทางการไทยยังควรหลีกเลี่ยงการใช้พื้นที่ชายแดน เป็นสนามทดสอบอาวุธของจีนกับอาวุธอเมริกัน และว่า ขณะที่ รัสเซีย-ยูเครน กลายสนามทดลองอาวุธระหว่างมหาอำนาจไปแล้ว จีนยังคงมองหาสถานที่สำหรับการทดสอบอาวุธ วันเดียว องค์กรสนองตอบมนุษยธรรม หรือ HRF ( Humanitarian Response Forum) ออกรายงาน สถานการณ์มนุษยธรรมที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างวันที่ 13 กันยายน ถึง 3 ตุลาคม 2568 พบว่า ภาพรวมดีขึ้นตามลำดับหลังการหยุดยิง 9 สัปดาห์ แต่จำนวนชาวบ้านพลัดถิ่นที่อยู่ กลับเพิ่มขึ้น หลังจากที่องค์กรการกุศลหลายแห่งเพิ่งลดการบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าลง หันไปเน้นสนับสนุนการฟื้นฟู ศูนย์ให้ความช่วยเหลือต้องรับมือกับความต้องการที่พักพิงเพิ่มขึ้น และปัญหาขาดแคลนน้ำ รายงานระบุว่า ชาวบ้านไร้ที่อยู่ ลดลงต่อเนื่องจนถึง 22 กันยายน ที่ระดับ 1 หมื่น 1 พัน 151 คน แต่หลังจากนั้นเพิ่มขึ้นตามลำดับจนอยู่ที่ 1 หมื่น 6 พัน 49 คน ณ วันที่ 2 ตุลาคม เท่ากับเพิ่มขึ้นมา 44% / ในจำนวนนี้ กว่า 1 หมื่น 7 พันคน อยู่ในที่พักพิงชั่วคราว 25 แห่ง อีกราว 1,300 คน พักอยู่กับเพื่อนหรือญาติ ผู้พลัดถิ่นระลอกใหม่กระจุกตัวในจังหวัดพระวิหาร อย่างน้อย 1 หมื่น 400 คน เสียมเรียบ 3 พัน 990 คน และอุดรมีชัย 1 พัน 650 คน HRF ทำงานใกล้ชิดกับคณะกรรมการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของกัมพูชา กับทางการจังหวัดต่าง ๆ เพื่อประสานความช่วยเหลือมนุษยธรรม แต่นายลี สุวรรณริธ รองผู้ว่าราชการและโฆษกจังหวัดบันเตียเมียนเจย บอก คัมโบเดีย เดลีย์ ว่า จำนวนผู้พลัดถิ่นไม่ได้สูงเหมือนกับที่ HRF รายงาน แต่ไม่มีการให้ตัวเลข กระนั้น รายงานล่าสุดสะท้อนปัญหาการรักษาสมดุล ระหว่างการยกระดับสภาพความเป็นอยู่ด้านมนุษยธรรม กับจำนวนผู้อพยพที่เพิ่มมากขึ้น จำเป็นต้องติดตามและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทยอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...