ส่องปัจจัยหนุนหุ้น BEM ลุ้นกำไรทุบสถิติ คุมต้นทุนดีต่อเนื่อง
The Bangkok Insight
อัพเดต 09 พ.ย. 2568 เวลา 07.55 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2568 เวลา 07.49 น. • The Bangkok Insightปัจจัยหนุนหุ้น BEM ลุ้นกำไรทุบสถิติ คุมต้นทุนดีต่อเนื่อง เผย 4 ปัจจัยหลักที่หนุน BEM ขณะที่ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ที่ได้ให้ความเชื่อมั่นและจัดอันดับความน่าเชื่อถือ A (tha)
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่น่าจับตามองอย่างมากในช่วงประกาศผลประกอบการ (Earning Seasin) ของงวดไตรมาส 3 ปี 2568 เนื่องด้วยมีหลายปัจจัยหนุน เช่น การคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ถึงโอกาสการทำ New High ของกำไรประจำไตรมาส การกลับมาของโครงการทางด่วน 2 ชั้น มาตรการสนับสนุนค่าเดินทางรถไฟฟ้า รวมถึงการถูกคงอันดับเครดิตเรทติ้งที่สะท้อนพื้นฐานอันแข็งแกร่งระยะยาว
ทั้งนี้ ล่าสุด "ฟิทช์ เรทติ้ง" จัดอันดับความน่าเชื่อถือภายในประเทศระยะยาวที่ระดับ "A (tha)" ให้แก่ BEM แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงิน คุณภาพสินทรัพย์ และศักยภาพในการดำเนินธุรกิจที่มั่นคงระยะยาว ถือเป็นผู้นำธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานทั้งรถไฟฟ้าและทางพิเศษที่สำคัญของประเทศ
อีกทั้งยังมอง 4 ปัจจัยหลักที่หนุน BEM ได้แก่
BEM มีสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานที่ดี ทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า
BEM มีความหลากหลายของสินทรัพย์ทั้งทางพิเศษและรถไฟฟ้า
แม้ว่าการลงทุนในโครงการต่างๆ จะมีการใช้เงินลงทุนสูง แต่เชื่อว่าการลงทุนดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมากในการส่งเสริมการเติบโตในระยะยาวของปริมาณผู้ใช้ทางด่วนและจำนวนผู้โดยสาร
การบริหารหนี้ของ BEM อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โครงสร้างหนี้ BEM คล้ายกับบริษัทขนาดใหญ่ทั่วไป
ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM กล่าวว่า ขอขอบคุณฟิทช์ เรทติ้งส์ ที่ได้ให้ความเชื่อมั่นและจัดอันดับความน่าเชื่อถือ A (tha) ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของ BEM ที่มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดESG Finance คำนึงถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน เป็นการตอกย้ำความเชี่ยวชาญ ความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การรักษามาตรฐานทางด้านการเงิน การจัดการความเสี่ยง ที่บริษัทยึดถือเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจBEM มีความพร้อมในการลงทุนในโครงการใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ด้านมุมมองจากบทวิเคราะห์ บล. กสิกรไทย คาดว่าBEM จะทำกำไรสูงสุดในไตรมาส 3/2568 ด้วยกำไรปกติที่ 1.08 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากช่วงปีก่อน และเพิ่มขึ้น 8.8% จากไตรมาสที่ผ่านมา โดยการเติบโตมีแรงหนุนจากอัตราค่าโดยสารเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลงตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ให้ราคาเป้าหมายที่ 10.86 บาทต่อหุ้น แนะนำ "ซื้อ" เนื่องจาก BEM ยังคงมีความทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพราะลักษณะธุรกิจทางด่วนและรถไฟฟ้ามีความยืดหยุ่นค่อเศรษฐกิจ อีกทั้งนโยบายต่างๆ คาดว่าจะออกมาในอนาคต ยังคงเป็น Upside เพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน บทวิเคราะห์ บล. กรุงศรี แนะนำ "ซื้อ" หุ้น BEM ด้วยราคาเป้าหมายเดิมที่ 8 บาทต่อหุ้น แต่อย่างไรก็ตาม แนวคิดในการซื้อหุ้น BEM ไม่ได้มาจากผลประกอบการ แต่มาจากมูลค่าในการซื้อขายที่ต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด-19 โดยมีกำไรต่อหุ้นที่สูงขึ้นมาก และมีสินทรัพย์ที่ใหญ่กว่า ทำให้ราคาหุ้นมีความน่าสนใจ
นอกจากนี้ ปัจจัยเร่งราคาหุ้นในระยะสั้นดูเหมือนจะมาจากการกลับมาของโครงการทางด่วน 2 ชั้น เนื่องจากรัฐบาลต้องการลดค่าผ่านทางด่วนลงเหลือ 50 บาทต่อเที่ยวสำหรับทางด่วน (ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (FES) และทางพิเศษศรีรัช ส่วน A, B (SES A, B) ประกอบกับการต่ออายุสัมปทานและส่วนแบ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นสำหรับ BEM เป็นที่มาของมูลค่าซึ่งจะเพิ่ม 1 บาท จากราคาเป้าหมายปัจจุบัน
ในขณะที่กำไรในปี 2568 คาดว่าจะสูงกว่าในปี 2563-2565 มาก เพราะฉะนั้น เชื่อว่าสิ่งนี้ดูไม่สมเหตุสมผล ยิ่งไปกว่านั้น BEM มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอีก 2 รายการเมื่อเทียบกับในอดีต ได้แก่ส่วนต่อขยายของสายสีน้ำเงินและสายสีส้ม หากเทียบราคาในปัจจุบันจะสะท้อนว่ารายได้จากสายสีส้มไม่มีมูลค่าใดๆ รวมถึงมีส่วนลดสำหรับสายสีน้ำเงินในระดับที่สูง ซึ่งเรามองว่าไม่สะท้อนความเป็นจริง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ตอกย้ำความแข็งแกร่ง 'BEM' คว้าอันดับ 'A' ฟิทช์ เรทติ้งส์
- 'BEM' คว้ารางวัลจากเวที 'ASEAN Energy Awards 2025'
- 'BEM' กำไรโตต่อเนื่อง รับ Fitch Rating : A Stable พร้อมลดค่าทางด่วนตามนโยบายรัฐ
ติดตามเราได้ที่