โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนไทยแห่เที่ยวเมืองรองจีน “ฉงชิ่ง” โตอันดับ 1 จีนปรับมาตรฐานดึงนักท่องเที่ยวชิงส่วนแบ่งแข่งอาเซียน

Thairath Money

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 09.33 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 06.57 น.
ภาพไฮไลต์

Trip.com Group ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก เผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในงานTrip.Best Roadshow: Southeast Asia Travel Trends Unpacked โดยข้อมูลชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของคนไทยที่หันมาสนใจท่องเที่ยวไปยังเมืองรองของจีนมากขึ้นจนแซงหน้าญี่ปุ่น นำโดย “ฉงชิ่ง เฉิงตู กวางโจว” เปลี่ยนสไตล์มาเน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมากขึ้นเพื่อรับประสบการณ์ใหม่ๆ

คนไทยแห่เที่ยวเมืองรองจีน “ฉงชิ่ง” โตอันดับ 1

ข้อมูลจาก Trip.Best ในปี 2568 พบว่า จีน ขึ้นแท่นเป็นดาวรุ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไทยที่เติบโตในระดับตัวเลขสามหลัก นำโดย “เซี่ยงไฮ้” ครองอันดับ 1 ด้วยยอดการเข้าชมที่เติบโต 334% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามด้วย “ฮ่องกง” ที่เติบโต 52% โดยข้อค้นพบที่น่าสนใจ คือ เมืองรองของจีน (China second-tier cities) ที่ได้กลายเป็นตัวเลือกจุดหมายปลายทางที่เติบโตเร็วที่สุดในปีนี้ แซงหน้าเมืองยอดนิยมในญี่ปุ่นอย่างโตเกียวและโอซาก้า

“ฉงชิ่ง” ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่เติบโตเร็วที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยวไทย โดยมียอดการเข้าชมบน Trip.Best เพิ่มขึ้นถึง 395% เมื่อเทียบกับปีก่อน ยอดจองพุ่งสูงถึง 828% ขณะที่ “เฉิงตู” ยอดเข้าชมเติบโต 427% ตามด้วย “ปักกิ่ง” และ “กวางโจว” ที่มียอดเข้าชมเติบโต 252% และ 209% ตามลำดับ

Edmund Ong ผู้อำนวยการอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้จัดการทั่วไป ประเทศสิงคโปร์ ระบุว่า เมืองรองอย่างฉงชิ่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสจัดคล้ายอาหารไทย โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ จึงกลายเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังมองหาประสบการณ์อย่างแท้จริง ซึ่งนักท่องเที่ยวไทยกำลังให้คำนิยามใหม่ๆ สำหรับการท่องเที่ยวในอาเซียนจากการเที่ยวชมสถานที่แบบเดิมๆ มาสู่การดื่มด่ำและมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมมากขึ้น

ขณะเดียวกันข้อมูลระบุให้เห็นว่าแนวโน้มความสนใจในเมืองรองของจีนในหมู่นักท่องเที่ยวอาเซียนก็เติบโตในทิศทางเดียวกัน ยกตัวอย่าง มาเลเซียที่มียอดจองที่พักในฉงชิ่ง เติบโตถึง 599% นอกจากนี้สิงคโปร์เองก็มียอดจองที่พักในฉงชิ่ง เติบโตถึง 381% เช่นเดียวกัน จากนโยบายยกเว้นวีซ่าของจีนกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทำให้ จีน ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ได้มากยิ่งขึ้น
จีนกำลังฮิตขึ้นทั่วภูมิภาค

ความนิยมของฉงชิ่งในหมู่นักท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นยังมาจากแรงหนุนจากกระแสโซเชียลมีเดียที่ภาพและคลิปไวรัลของสถานที่ต่างๆ ทั้งธรรมชาติและสถาปัตยกรรมล้ำอนาคตผสมผสาน รถไฟโมโนเรลวิ่งทะลุอาคารที่พักอาศัยหรือตึกสูงที่ตั้งลดหลั่นเรียงรายอยู่บนภูเขา ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ทำให้ฉงชิ่งเป็นจุดหมายที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ในอาเซียนที่สามารถเดินทางเข้าจีนได้แบบไม่ต้องขอวีซ่า

มากไปกว่านั้นข้อมูลจากหลายแห่งรายงานในทิศทางเดียวกันว่าช่วงหนึ่งถึงสองปีที่ผ่านมา “จีน” กำลังได้รับการยกย่องว่าเป็นจุดหมายปลายทางดาวรุ่งของเอเชีย ไม่ใช่แค่ฉงชิ่ง แต่นักท่องเที่ยวกำลังหลั่งไหลสู่เมืองต่างๆ ในจีนแผ่นดินใหญ่

ด้านKlook Travel Pulse รายงานว่า จีนติดอันดับ “จุดหมายที่ต้องไปให้ได้” สำหรับนักท่องเที่ยว Millennials และ Gen Z เป็นอันดับสองรองจากญี่ปุ่น โดยแรงดึงดูดส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์ทางวัฒนธรรม เช่น การถ่ายภาพชุดโบราณ และโชว์การแสดงที่ผสมผสานละคร เพลง และการเต้น

ยกตัวอย่าง การถ่ายภาพแนวธีมโบราณ (Hanfu photoshoot) ที่กำลังเป็นกระแสในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งจีนและต่างชาติที่เปิดโอกาสให้คนได้สวมชุดฮั่นฟูพร้อมวิกและแต่งหน้าจัดก่อนที่จะโพสต์ภาพลงโซเชียล หรือกิจกรรมกงเอี้ยน (Gong yan) ของเซี่ยงไฮ้ มักจะจัดงานเลี้ยงอาหาร พร้อมบริการให้ลูกค้าแต่งชุดโบราณร่วมกิจกรรม ชมการแสดง เป็นต้น โดยรายงานระบุอีกว่า ไม่ได้มีเพียงกระแสโซเชียล แต่คุณภาพบริการด้านการท่องเที่ยวของจีนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกและราคาจับต้องได้

คู่แข่งใหม่ ชิงส่วนแบ่งนักท่องเที่ยวอาเซียน

ความน่าสนใจ คือ แนวโน้มดังกล่าวกำลังสะท้อนให้เห็นว่า “จีน” กำลังก้าวขึ้นมาเป็น “คู่แข่งรายใหม่” ของจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวในอาเซียน และอาจกระทบหนักที่สุดต่อประเทศเล็กที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก

ตลอดสิบปีที่ผ่านมา อาเซียนได้รับประโยชน์อย่างมากจากกระแสนักท่องเที่ยวจีน โดยไทย เวียดนาม กัมพูชา และลาว ล้วนมีรายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวจีนเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญ แต่เมื่อความต้องการเดินทางเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่กำลังพุ่งขึ้น จากกระแสไวรัลในโซเชียล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับมาตรฐานบริการ และนโยบายวีซ่าที่ผ่อนคลาย จีนจึงเริ่มกลายเป็น “แม่เหล็ก” ดึงดูดนักท่องเที่ยวในภูมิภาค ไม่ใช่แค่จุดส่งออกนักท่องเที่ยวแบบเดิม

การเติบโตของจีนในฐานะจุดหมายปลายทาง อาจดึงส่วนแบ่งการท่องเที่ยวจากประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์แปลกใหม่ เมืองอย่างฉงชิ่ง เฉิงตู ซีอาน และฉางซา ต่างนำเสนอสิ่งที่ Gen Z ต้องการ ประสบการณ์เชิงวัฒนธรรม สถานที่ “ไวรัล” ระบบขนส่งที่สะดวก และค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า

แน่นอนว่าสำหรับประเทศในอาเซียนที่เคยแข่งขันกันเป็นหลัก การที่จีนยกระดับข้อเสนอด้านท่องเที่ยวจึงเป็นการเปิดศึกใหม่ในตลาดท่องเที่ยวเอเชีย ประเทศที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนสูง เช่น ไทย กัมพูชา และลาว อาจเผชิญความเสี่ยงมากขึ้นจากหลายปัจจัย ได้แก่

ส่วนหนึ่งของการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวมหาศาลของชาวจีน อาจไหลกลับสู่ตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น และขณะเดียวกันที่นักท่องเที่ยวอาเซียนเองก็เริ่มเดินทางไปจีนมากขึ้น ทำให้ประเทศในภูมิภาคต้องรับมือการแข่งขันทั้งสองทาง จากการสูญเสียจำนวนนักท่องเที่ยวจีน และจากกระแสการเดินทางออกนอกประเทศของประชากรของตนเอง

ตลาดที่พึ่งพาการท่องเที่ยวแบบปริมาณสูง และมีการกระจายความเสี่ยงน้อย อาจได้รับผลกระทบมากที่สุด อาเซียนอาจต้องเร่งคิดใหม่ ปรับจุดขายของตนไปสู่ประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น วัฒนธรรม สุขภาพ หรือธรรมชาติ เพื่อแข่งขันกับระบบท่องเที่ยวของจีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วหลังจากนี้

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนไทยแห่เที่ยวเมืองรองจีน “ฉงชิ่ง” โตอันดับ 1 จีนปรับมาตรฐานดึงนักท่องเที่ยวชิงส่วนแบ่งแข่งอาเซียน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...