“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดไร้ทิศทาง นักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานสหรัฐ ชี้ทิศดอกเบี้ยเฟด
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดไร้ทิศทาง นักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานสหรัฐ ตลาดคาดหวังตัวเลขจ้างงานอ่อนแรงลง อาจเปิดทางเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยราว 2 ครั้งในปีนี้
วันที่ 7 มกราคม 2569 ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ (7 ม.ค.) ในทิศทางที่ยังไร้ปัจจัยชี้นำชัดเจน โดยนักลงทุนส่วนใหญ่เลือกชะลอการตัดสินใจและรอดูข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงาน ซึ่งจะถูกใช้เป็นตัวแปรสำคัญในการประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตลอดปี 2569
ในฝั่ง ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนีนิกเกอิ เปิดที่ระดับ 52,144.64 จุด เพิ่มขึ้น 373.44 จุด หรือ 0.71% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มส่งออกและเทคโนโลยี ขณะที่ ตลาดหุ้นฮ่องกง ยังเผชิญแรงขาย โดย ดัชนีฮั่งเส็ง เปิดที่ 26,601.83 จุด ลดลง 108.62 จุด หรือ 0.41% สะท้อนความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต เปิดทรงตัวที่ระดับ 4,083.84 จุด เพิ่มขึ้นเพียง 0.17 จุด หรือ 0.004% แสดงถึงภาวะรอดูท่าทีของนักลงทุนอย่างชัดเจน
*ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปรับตัวโดดเด่นกว่าภูมิภาค โดย ดัชนี KOSPI พุ่งขึ้น 1.89% จากแรงซื้อในหุ้นขนาดใหญ่ ขณะที่ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวขึ้น 0.38% หลังการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาต่ำกว่าคาด ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัวของธนาคารกลางออสเตรเลีย*
สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤศจิกายน ปรับตัวขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 3.7% และชะลอลงจากระดับ 3.8% ในเดือนตุลาคม สะท้อนแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เริ่มผ่อนคลาย ซึ่งช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นและเพิ่มความหวังว่าธนาคารกลางอาจไม่จำเป็นต้องคงนโยบายการเงินตึงตัวเป็นเวลานาน
ขณะเดียวกัน นักลงทุนทั่วโลกยังจับตาข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยวันนี้จะมีการเปิดเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ก่อนที่จะตามมาด้วยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ที่ 9 ม.ค. ท่ามกลางความคาดหวังว่าหากตัวเลขแรงงานออกมาต่ำกว่าคาด จะเป็นปัจจัยหนุนให้เฟดมีพื้นที่ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
นักวิเคราะห์ประเมินว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมจะเพิ่มขึ้นราว 57,000 ตำแหน่ง ลดลงจาก 64,000 ตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่อัตราว่างงานคาดว่าจะปรับลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 4.5% จาก 4.6% ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจุบันตลาดการเงินคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยราว 2 ครั้งในปีนี้ หากสัญญาณเศรษฐกิจและเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวตามที่คาดไว้