โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“สวีเดน” ประกาศ “นกฮูกหิมะ” สูญพันธุ์แล้ว หลังไร้ร่องรอยลูกนกเกิดใหม่นานนับสิบปี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“สวีเดน” ประกาศให้ “นกฮูกหิมะ” สูญพันธุ์แล้วในระดับประเทศ หลังไร้ร่องรอยรังและลูกนกเกิดใหม่มานานนับสิบปี สะท้อนถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนในภูมิภาคอาร์กติกจนอยู่แทบไม่ได้ กระทบต่อความอยู่รอดของสัตว์เมืองหนาวและมีแนวโน้มเสี่ยงสูญพันธุ์อีกหลายชนิด

“นกฮูกหิมะ” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “นกฮูกขั้วโลก” โดดเด่นด้วยขนสีขาวและดวงตาสีเหลืองสด พร้อมความสามารถอันโดดเด่นด้านการล่าเหยื่ออย่างน่าทึ่ง แถมยังทนต่อสภาพอากาศหนาวจัดได้นาน ซึ่งพบได้มากทางตอนเหนือของสวีเดน

แต่ล่าสุดสวีเดนได้ประกาศให้ “นกฮูกหิมะ” สูญพันธุ์ในระดับประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว หลังไม่พบร่องรอยของการทำรัง และการให้กำเนิดลูกนกฮูกมานานกว่า 10 ปี นับเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีของสวีเดนที่มีการประกาศการสูญพันธุ์ของสัตว์ สะท้อนให้เห็นว่าภูมิภาคอาร์กติกเปราะบางและกำลังถูกคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนอย่างรุนแรง สั่นคลอนระบบนิเวศในอนาคต

องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ หรือ IUCN จัดให้ “นกฮูกหิมะ” อยู่ในสถานะ “เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์” นับตั้งแต่มีการประเมินครั้งล่าสุดในปี 2021 ซึ่งคาดว่าประชากรนกฮูกหิมะทั่วโลกเหลือเพียง 14,000-28,000 ตัวตามธรรมชาติและมีแนวโน้มลดลงอย่างรวดเร็ว

ในช่วงทศวรรษ 1970 มีรายงานนกฮูกหิมะผสมพันธุ์และทำรังในพื้นที่ทางตอนเหนือของสวีเดน ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาและมีอากาศหนาวเย็น การพบเห็นนกฮูกหิมะบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในแถบขั้วโลก แต่ล่าสุด BirdLife ซึ่งเป็นเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติ ระบุว่าไม่พบหลักฐานการทำรังของนกฮูกหิมะเลยตลอดระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2015 ทำให้ทางการต้องประกาศสถานะให้นกฮูกหิมะ “สูญพันธุ์ในระดับภูมิภาค”

แม้ว่าพวกมันจะเผชิญกับการถูกล่า และคุกคามถิ่นที่อยู่อาศัยจากกิจกรรมของมนุษย์และการขยายตัวของเมือง แต่เหตุผลนี้อาจไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริงของการสูญพันธุ์ นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศคือภัยคุกคามระดับรุนแรงมากที่สุด เนื่องจากภาวะโลกร้อนทำให้ฤดูหนาวอุ่นขึ้นจนหิมะลดลงกระทบกับประชากร “เลมมิง” สัตว์ฟันแทะขนาดเล็กที่เป็นอาหารหลักของนกฮูกหิมะลดลง เมื่อแหล่งอาหารหายไปนกฮูกหิมะก็ไม่สามารถอยู่รอดได้

การสูญพันธุ์ของสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งแม้จะเป็นเพียงแค่ระดับภูมิภาค แต่ก็ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างมาก สะท้อนถึงความเปราะบางของธรรมชาติที่กำลังถูกคุกคามจากภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งล้วนแล้วแต่มาจากกิจกรรมของมนุษย์ทั้งสิ้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องสัตว์ป่าและระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาสมดุลของโลกให้กับคนรุ่นต่อไปอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...