โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจไทยถูกโจมตีด้วย ‘สปายแวร์’ มากกว่า 2.1 หมื่นครั้งในครึ่งปีแรก 2568

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 01.48 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 01.48 น. • The Bangkok Insight

แคสเปอร์สกี้ เผยธุรกิจไทยถูกโจมตีด้วยสปายแวร์มากกว่า 2.1 หมื่นครั้งในครึ่งปีแรก 2568 พบการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

รายงานแคสเปอร์สกี้เปิดเผยว่า พบการโจมตีด้วยสปายแวร์แบบเจาะจงเป้าหมายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แพร่กระจายไปทั่วองค์กรธุรกิจในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับเป็นสัญญาณเตือนให้บริษัทต่าง ๆ ให้ตื่นตัว

สปายแวร์

ตั้งแต่เดือนม.ค.ถึง มิ.ย. 2568 โซลูชันสำหรับองค์กรของแคสเปอร์สกี้ตรวจพบและบล็อกสปายแวร์ได้มากที่สุดในเวียดนามจำนวน 191,976 ครั้ง ตามมาด้วยมาเลเซีย 96,539 ครั้ง และอินโดนีเซีย 85,560 ครั้ง

สำหรับประเทศไทยอยู่ในอันดับที่สี่ พบการโจมตีด้วยสปายแวร์ที่พุ่งเป้าไปที่ธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ ในประเทศจำนวนทั้งสิ้น 21,014 ครั้ง

รายงานของแคสเปอร์สกี้ระบุว่า จำนวนการโจมตีด้วยสปายแวร์ต่อธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่งสูงถึง 427,265 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้น 70.73% จากจำนวนเพียง 250,260 ครั้งในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

ทั้งนี้ สปายแวร์ คือซอฟต์แวร์ประเภทหนึ่งที่ติดตั้งอย่างลับๆ บนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูล ซึ่งแตกต่างจากมัลแวร์ สปายแวร์มักจะไม่สร้างความเสียหายต่อระบบปฏิบัติการ โปรแกรม และไฟล์ต่างๆ โปรแกรมนี้ทำงานบนอุปกรณ์เพื่อติดตามกิจกรรมต่างๆ (เช่น การบันทึกการกดแป้นพิมพ์ การจับภาพหน้าจอ) สามารถติดตั้งได้ทางออนไลน์ แต่การทำงานสอดส่องจะเกิดขึ้นภายในเครื่อง

ขั้นตอนการทำงานของสปายแวร์

  • แทรกซึม ผ่านแพ็คเกจติดตั้งแอป เว็บไซต์ที่เป็นอันตราย หรือไฟล์แนบ
  • ตรวจสอบและบันทึกข้อมูล ผ่านการกดแป้นพิมพ์ การจับภาพหน้าจอ และรหัสติดตามอื่นๆ
  • ส่งข้อมูลที่ถูกขโมย ไปยังผู้สร้างสปายแวร์ เพื่อนำไปใช้โดยตรงหรือขายให้กับบุคคลอื่น

กล่าวโดยสรุป สปายแวร์จะสื่อสารข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นความลับไปยังผู้โจมตี ข้อมูลที่รวบรวมได้อาจรายงานพฤติกรรมการท่องเว็บหรือการซื้อของผู้ใช้ แต่โค้ดของสปายแวร์ยังสามารถถูกปรับเปลี่ยนเพื่อบันทึกกิจกรรมที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นได้

ข้อมูลที่สปายแวร์บุกรุกมักเกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลลับ เช่น ข้อมูลการเข้าสู่ระบบ อย่างชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน รหัส PIN บัญชี หมายเลขบัตรเครดิต การตรวจสอบการกดแป้นพิมพ์ การติดตามพฤติกรรมการท่องเว็บ การรวบรวมที่อยู่อีเมลฯลฯ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สปายแวร์เชิงพาณิชย์ได้ปรากฏขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ มัลแวร์ที่ถูกกฎหมาย ที่ขายให้กับรัฐบาลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งกลายเป็นภัยคุกคามเร่งด่วนต่อองค์กรต่างๆ ทั่วโลก

สปายแวร์เชิงพาณิชย์ทำงานคล้ายกับมัลแวร์ที่พัฒนาโดยบริษัทเอกชน ซึ่งออกแบบมาเพื่อติดตามอุปกรณ์อย่างลับๆ โดยการขโมยข้อความ ดักฟังการโทร ติดตามตำแหน่ง และลบร่องรอยการมีอยู่ของมัน การติดตั้งมักใช้ประโยชน์จากช่องโหว่แบบไม่ต้องคลิก ซึ่งหมายความว่าเหยื่อไม่จำเป็นต้องคลิกอะไรเลยก็ติดสปายแวร์ได้

เปกาซัส (Pegasus) เป็นหนึ่งในสปายแวร์ที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักในการติดเชื้อแบบไม่ต้องคลิกผ่าน iMessage WhatsApp และแพลตฟอร์มอื่นๆ และสามารถตรวจสอบอุปกรณ์ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงข้อความ การโทร และตำแหน่ง

ในปี 2567 ทีมวิจัยและวิเคราะห์ระดับโลกของแคสเปอร์สกี้ (ทีม GReAT) ได้สร้างเทคนิคที่ใช้งานง่ายเพื่อตรวจจับร่องรอยของสปายแวร์ iOS ขั้นสูง เช่น Pegasus, Reign และ Predator โดยการตรวจสอบ Shutdown.log ซึ่งเป็นเส้นทางการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็นในช่วงเวลานั้น

ไซมอน เติ้ง ผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคอาเซียนและกลุ่มประเทศเกิดใหม่ของเอเชีย แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า สปายแวร์ทำงานอย่างเงียบ ๆ ขโมยข้อมูลที่เป็นความลับที่สุดอย่างเงียบๆ ตั้งแต่ข้อมูลการเข้าสู่ระบบและรหัส PIN บัญชี รวมถึงการกดแป้นพิมพ์และข้อมูลสำคัญขององค์กร

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่พุ่งเป้าไปที่ธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น ถือเป็นภาวะฉุกเฉินด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับภูมิภาค รายงานของเรายืนยันว่าไม่มีตลาดใดปลอดภัยจากภัยคุกคามร้ายกาจเหล่านี้

สิ่งสำคัญคือ การเกิดขึ้นของสปายแวร์เชิงพาณิชย์ หมายความว่าองค์กรอาจถูกโจมตีได้โดยที่พนักงานไม่ได้คลิกลิงก์อันตรายแม้แต่ลิงก์เดียว ธุรกิจจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การป้องกันขั้นพื้นฐาน ธุรกิจต่าง ๆ ต้องมองว่านี่เป็นความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ที่เกิดขึ้นทันที ไม่ใช่ปัญหาไอทีทั่วไป และต้องก้าวข้ามมาตรการพื้นฐานไปสู่การป้องกันเชิงรุกแบบหลายชั้น

แคสเปอร์สกี้ขอแนะนำคำแนะนำดังต่อไปนี้

  • อัปเดตซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นประจำ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ระบบปฏิบัติการ เบราว์เซอร์ และแอปส่งข้อความ
  • ไม่คลิกลิงก์ที่น่าสงสัย การเข้าชมเว็บไซต์เพียงครั้งเดียวอาจเพียงพอที่จะทำให้อุปกรณ์ติดมัลแวร์ได้
  • ใช้ VPN เพื่อปกปิดการรับส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังเว็บไซต์อันตรายขณะเรียกดูหน้า HTTP
  • รีบูตเครื่องเป็นประจำ บ่อยครั้งที่สปายแวร์ไม่สามารถคงอยู่ในระบบที่ติดมัลแวร์ได้ตลอดไป ดังนั้นการรีบูตเครื่องจึงช่วยกำจัดสปายแวร์ได้
  • ติดตั้งโซลูชันความปลอดภัยที่เชื่อถือได้บนอุปกรณ์ทุกเครื่อง
  • ใช้ข้อมูล Threat Intelligence ล่าสุดเพื่อศึกษากลยุทธ์ เทคนิค และขั้นตอน (TTP) ที่ผู้ก่อภัยคุกคามใช้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...