โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หวิดขาขาด! ทหารไทยเล่านาทีเหยียบทุ่นระเบิดกัมพูชา เคราะห์ดีระเบิดทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 10.44 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(17พ.ย.68) กองทัพภาคที่ 2 ได้มีการนำคณะฑูตทหาร AOT นำโดย “พลจัตวา ซัมซุล ริซัล บิน มูซา” หัวหน้าทูตทหารAOT ฝ่ายไทย จากประเทศมาเลเซีย , นาริซ ซาบลิ ทูตทหารจากประเทศบรูไน , อัลดิล มอลตาโวล์ ทูตทหารจากประเทศฟิลิปปินส์ และ พ.อ. ยุทธภูมิ สาตร์เงิน ผอ.กผค.ศสภ.ยก.ทหาร พร้อมคณะ ลงพื้นที่มาตรวจสอบ ทุ่นระเบิดPMN-2

โดย พ.อ. ยุทธภูมิ สาตร์เงิน ผอ.กผค.ศสภ.ยก.ทหาร ได้มีการกางแผนที่เพื่อให้ คณะทูตได้มีการเข้าใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีการนำตัวอย่างทุ่นระเบิดที่มีการเก็บกู้มาแล้ว 4 ทุ่น รวมถึงทุ่นระเบิดที่ พลทหารเหยียบ แต่ระเบิดไม่สมบูรณ์

หลังจากนั้นกองทัพภาคที่ 2 ได้นำคณะทูต AOT เข้าไปดูภายในจุดที่พบเจอ โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 45 นาที ก่อนออกมาให้สัมภาษณ์ เพิ่มเติม

ด้าน พันตรี ผดุงเดช พ่อค้าช้าง รองผู้บังคับ กองพันทหารราบที่ 12 ระบุว่า ในวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตนเองเป็นหนึ่งในชุดลาดตระเวนบริเวณใกล้เคียงกับช่องเขาสันตะโสม ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวฝ่ายกัมพูชาวางกำลังใกล้เคียงกับฝ่ายไทย โดยมีระยะห่างใกล้สุดราว 75 - 300 เมตร ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นลักษณะ 3 เส้นทาง คือ เส้นทางที่ฝ่ายไทยใช้ลาดตระเวน , เส้นทางที่ฝ่ายกัมพูชาใช้ลาดตระเวน และเส้นทางที่ใช้ลาดตระเวนร่วมกัน

ย้อนกลับไปก่อนวันที่ 20 ตุลาคม มีความผิดปกติเกิดขึ้นในพื้นที่ คือทหารกัมพูชามายืนตะโกนด่าทหารไทยบริเวณแนวรั้วลวดหนาม กระทั่งในวันที่ 20 ตุลาคม ชุดลาดตระเวนของทหารไทยออกลาดตระเวนรวม 7 นาย ซึ่งตนเองคือหนึ่งในนั้นที่ภายหลังจากที่ตรวจตราเรียบร้อยก็เดินกลับโดยใช้เส้นทางเดิมที่ใช้ลาดตระเวนกันเป็นประจำ กระทั่งมาถึงพื้นที่เกิดเหตุ คือใกล้เคียงสามแยก ที่เป็นลักษณะ 3 เส้นทาง โดยคนที่เดินลาดตระเวนนำคนแรก เดินผ่านข้ามทุ่นระเบิดไป ส่วนคนที่ 2 เท้าซ้าย เหยียบทุ่นระเบิด ซึ่งขณะนั้นมีเสียงดังเกิดขึ้น พร้อมกับควันพวยพุ่ง และกลิ่นดินปืนฟุ้ง ทำให้ชุดลาดตระเวนในวันนั้น มั่นใจว่าน้องทหารเหยียบทุ่นระเบิดแน่นอน ซึ่งน้องทหารที่เหยียบทุ่น ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด แต่ขณะนั้นน้องมีอาการตกใจ ช็อก และยืนนิ่งสนิทอยู่สักพัก ก่อนที่ทั้งหมดจะถอนกำลังกลับมายังฐานปฏิบัติการ พร้อมขอสนับสนุนหน่วยทหารช่างเพื่อเข้าทำการเคลียร์พื้นที่ และเก็บกู้ทุ่นระเบิด

ต่อมาในวันที่ 21 ตุลาคม ทหารช่างเข้าสำรวจที่เกิดเหตุเพื่อเคลียร์พื้นที่ได้ตรวจพบทุ่นระเบิดเพิ่มเติมอีกจำนวน 2 ทุ่น ถัดมาอีก 50 เมตร ตรวจพบอีก 1 ทุ่น ที่ยังไม่ทำงาน รวมทุ่นที่ทหารเหยียบด้วย เป็นทั้งหมด 4 ทุ่น ในพื้นที่ ระยะห่างระหว่างทุ่นที่พบแต่ละทุ่นนั้นห่างเพียง 1 ก้าวเท่านั้น นั่นหมายความว่าหากพลาดลูกแรกก็จะเจอ

อีกลูกถัดไปหรือหากมีทหารหนึ่งนายที่เหยียบ ทหารนายอื่นหมอบลง ก็มีโอกาสที่จะถูกระเบิดเช่นกัน ซึ่งบริเวณเส้นทางที่ตรวจพบทุ่นระเบิดนั้น ฝ่ายไทยไม่ได้ทำการล้อมรั้วลวดหนามไว้ เนื่องจากก่อนหน้าที่จะเกิดความขัดแย้งกันเส้นทางดังกล่าวทั้งสองฝ่ายใช้ลาดตระเวนร่วมกัน หลังเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นนั้นผู้บังคับบัญชาเป็นห่วงกำลังพลจึงให้งดลาดตระเวนบริเวณเส้นทางที่เกิดปัญหา ส่วนเส้นทางอื่นยังคงลาดตระเวนกันตามปกติ แต่แม้ว่าจะไม่ได้ลาดตระเวน แต่ยังคงมีทหารตรึงกำลังในพื้นที่เพื่อตรวจตราประจำตามจุดรวมถึงใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแทน

สำหรับวิธีการของฝ่ายกัมพูชานั้นคือจะลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดในเส้นทางที่ทหารไทยใช้ลาดตระเวนเป็นประจำ โดยไม่ได้เป็นการวางเพื่อป้องกันตนเอง เนื่องจากลักษณะการวางคือรุกล้ำเข้ามาในเขตของไทย อีกทั้งในขณะที่ทหารช่างเข้าทำการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ยังตรวจพบอีกว่าดินขยายการระเบิดที่ต้องเสียบเข้าไปบริเวณข้างทุ่น ฝ่ายกัมพูชาทำการหยอดกาวเอาไว้เพื่อหวังไม่ให้กู้ระเบิด ซึ่งทุ่นระเบิดทั้งหมดที่ตรวจพบถูกหยอดกาวไว้ทั้งหมด

ยืนยันว่าทุ่นระเบิดที่ตรวจพบเป็นทุ่นระเบิดใหม่ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 ทุ่นระเบิดที่ตรวจพบส่วนใหญ่เป็นทุ่นระเบิดเก่า PMN-1 ตั้งแต่ยุคเขมรแดง ลักษณะสีน้ำตาล ส่วนทุ่นระเบิดที่ตรวจพบใหม่ เป็น PMN-2 สีเขียว เลขซีเรียลนัมเบอร์ชัดเจน แต่จะเป็นการลักลอบเข้ามาวางหลังจากที่มีการลงนามปฏิญญาสันติภาพหรือไม่นั้นพิสูจน์ได้ยาก เนื่องจากเราจะไม่ทราบวันวาง แต่จะทราบวันที่ตรวจพบคาดการณ์ได้ว่าฝั่งกัมพูชาลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดในช่วงเวลาที่ทหารไทยไม่ได้ออกลาดตระเวน

"คนป้องกัน กับคนแทรกซึมเข้าพื้นที่มา คนละความรู้สึกกัน เชื่อว่าหากฝ่ายไทยจะลักลอบเข้าไปในพื้นที่ของกัมพูชา โดยไม่ได้คำนึงถึงปฏิญญาสันติภาพ หรือหลักสิทธิมนุษยชนใด ๆ ขีดความสามารถของกำลังพลสามารถทำได้ แต่เราไม่ทำ"

ส่วนในวันนี้คณะ AOT ที่ลงพื้นที่มายังฐานปฏิบัติการนั้น สนใจใน 2 ประเด็น คือ เรื่องรูปแบบการวางทุ่นระเบิด เพื่อดูเจตนารมณ์ของผู้วาง ว่ารูปแบบการวางเป็นอย่างไร และความชัดเจนของการวางกำลัง ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่เกิดเรื่องทั้งหมด

ด้าน พลจัตวา ซัมซุล ริซัล บินมูซา หัวหน้าทูตทหารAOT ฝ่ายไทย จากประเทศมาเลเซีย เปิดเผยหลังจากเข้าไปสำรวจที่เกิดเหตุ ว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษสื่อมวลชนที่ให้ต้องรอ เพราะได้มีการเข้าไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ช่องอานม้า โดยในวันนี้ได้เข้าไปดูพื้นที่เกิดเหตุ ที่เขาสันตะโสม พื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยเป็นจุดที่ทหารไทยได้มีการเดินลาดตระเวน และมีการเยียบกับทุ่นระเบิด PMN-2 และมีการตรวจพบเจอเพิ่ม 3 ทุ่น ซึ่งทหารไทยนายนี้โชคดีมาก ที่เหยียบทุ่นระเบิดแล้วระเบิดทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ เชื่อว่าเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยที่ปกปักรักษาให้ทหารปลอดภัย โดยหลักฐานทั้งหมดที่พบเจอในวันนี้ ก็จะมีการรวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานไปยังผู้บัญชาการต่อไป

#ข่าวเวิร์คพอยท์23

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...