โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ธปท.คุมเข้มธุรกรรมค้าทอง เหตุดันค่าเงินบาท-แข็งสุดรอบ 4 ปีครึ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2568 เวลา 00.08 น.

เงินบาทแข็งค่าทำป่วน “ผู้ว่าการ ธปท.” เสนอคลังหาหน่วยงานหลักกำกับธุรกิจทองคำ ห่วงสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งเร็ว ยันเข้าดูแล สั่งตรวจเข้มธุรกรรม “ขายเงินดอลลาร์” ซื้อบาท จี้แบงก์รายงานธุรกรรมเทรดทองยิบ พร้อมเรียกผู้ค้าทองถกต้นสัปดาห์หน้า หวังลดผลกระทบต่อค่าเงิน ขณะที่ “SCB FM” คาด กนง.ต้องหั่นดอกเบี้ยช่วย แต่เชื่อ “เงินบาทยังแข็งต่อ” ข้ามปี ฟาก “กรุงไทย” มองไตรมาสแรกปีหน้าส่อแข็งแตะ 31 บาท/ดอลลาร์

ธปท.จับตาเงินบาทแข็งค่า

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. เงินบาทแข็งค่าขึ้น 2.5% โดยสาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ค่าเงินบาทยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากปัจจัยเฉพาะของไทยเอง เช่น ปัจจัยฤดูกาลในช่วงท้ายปีที่ทำให้มีเงินไหลเข้าสูงขึ้น ทั้งจากการท่องเที่ยวและการส่งออก รวมทั้งเงินทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนในหุ้นและพันธบัตร

นอกจากนี้ ยังมีธุรกรรมจากกลุ่มผู้ค้าทองคำที่มีปริมาณธุรกรรมขายเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อเงินบาทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ธปท.จึงเข้าดูแลค่าเงินบาทและคุมเข้มธุรกรรมการขายเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อเงินบาทของธุรกิจทองคำ

โยงธุรกรรมซื้อขายทองคำ

“สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ตรวจสอบเอกสารในธุรกรรมการขายเงินตราต่างประเทศ เพื่อแลกซื้อเงินบาทของธุรกิจทองคำอย่างเข้มงวด และอยู่ระหว่างการขอให้ออกประกาศกระทรวงการคลัง เพื่อให้อำนาจ ธปท. ในการเรียกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายเงินตราต่างประเทศจากผู้ค้าทองคำรายใหญ่ รวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับธุรกรรมการขายเงินดอลลาร์สหรัฐเพื่อซื้อเงินบาท”

นายวิทัยกล่าวและว่า “เนื่องจากธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศของธุรกิจทองคำในบางช่วงมีสัดส่วนสูงถึง 20% ของการซื้อขายเงินตราต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งมีผลต่อความผันผวนของค่าเงินบาท”

หารือคลังกำกับค้าทองออนไลน์

นอกจากนั้น ธปท.หารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้มีหน่วยงานที่เหมาะสมเข้ากำกับดูแลธุรกิจทองคำ โดยเฉพาะการซื้อขายทองคำออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มที่มีขนาดธุรกรรมใหญ่ขึ้นมาก และส่งผลให้เกิดความผันผวนของค่าเงินบาทอย่างชัดเจน

ธปท.จะเข้าตรวจสอบการทำธุรกรรมขายเงินตราต่างประเทศเพื่อซื้อเงินบาท เพื่อป้องกันการนำเงินเข้าประเทศที่ไม่พึงประสงค์หรือไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจปกติและการโอนเงินของบุคคลธรรมดา โดยจะให้ธนาคารพาณิชย์ตรวจสอบการไหลเข้าของเงินตราต่างประเทศอย่างเคร่งครัด

ธปท.ถกร้านทองสัปดาห์หน้า

นางสาวพิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. ระบุว่า ธปท.สั่งการให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดธุรกรรมขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าของกลุ่มผู้ค้าทองคำ ซึ่งอาจส่งผลเพิ่มความผันผวนของค่าเงินบาท โดยให้สถาบันการเงินต้องเรียกตรวจหลักฐานการขายทองกับคู่ค้าต่างประเทศจากร้านทองทุกธุรกรรม

นอกจากนี้ ยังต้องเรียกเอกสารเรียกเก็บเงินและใบขนทองคำภายใน 2 วันทำการ นับจากวันที่ร้านทองส่งมอบเงินตราต่างประเทศด้วย เพื่อให้มั่นใจว่า การขายเงินตราต่างประเทศเกิดจากการส่งออกทองคำจริง

ผู้ค้าทองต้องรายงานธุรกรรม

ขณะเดียวกัน ธปท.อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน โดยเสนอให้ผู้ค้าทองคำรายใหญ่ต้องรายงานข้อมูลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องให้ ธปท.รับทราบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามธุรกรรม ประเมินผลกระทบต่อค่าเงินบาท และพิจารณานโยบายที่เกี่ยวข้องและเหมาะสมต่อไป

ธปท.ยังระบุว่า การที่ออกมาเพิ่มความเข้มงวดในการทำธุรกรรมการซื้อขายเงินตราของกลุ่มผู้ค้าทอง ถือเป็นการเพิ่มความเข้มงวดต่อธุรกรรมที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งขณะนี้ ธปท.กำลังอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นเพื่อออกประกาศกระทรวงการคลัง ที่กำหนดให้ร้านทองต้องรายงานข้อมูล จึงอาจมีการหารือและชี้แจงแนวทางการรายงานแก่ร้านทอง โดยน่าจะเป็นช่วงต้นสัปดาห์หน้า

SCB ชี้เหตุดอลลาร์อ่อน-ทองพุ่ง

นายแพททริก ปูเลีย รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets : SCB FM) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเดือน ธ.ค.นี้ แม้ว่ามีหลายปัจจัยที่น่าจะส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่า เช่น การประกาศยุบสภา แต่เงินบาทไม่ได้อ่อนค่าตาม ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะตลาดโลกที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า เป็นแรงขับเคลื่อนหลักให้สกุลเงินอื่นในภูมิภาคแข็งค่า เช่น หยวน-จีน ดอลลาร์-ไต้หวัน และเยน-ญี่ปุ่นที่แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย

ขณะเดียวกัน ราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นอีกปัจจัยกดดันให้เงินบาทแข็งค่า โดยในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นอีก 100-200 ดอลลาร์ เป็นผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ดี จากสถิติพบว่า 7 ใน 10 ปีหลังสุดที่ผ่านมา ค่าเงินบาทจะแข็งค่าในช่วงเดือน ธ.ค. ก่อนที่จะกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อยในเดือน ม.ค.

คาดเงินบาทแข็งค่าได้อีก

SCB FM มองกรอบค่าเงินบาทภายในสิ้นปี 2568 อยู่ที่ 31.50-31.75 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ดี แม้ว่าในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดดอกเบี้ยนโยบายจากปัจจัยต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่าค่าเงินบาทคงไม่ได้อ่อนค่ามากนัก แต่อาจจะช่วยชะลอการแข็งค่าได้บ้าง

“ในช่วงที่เหลือของปีนี้ มองว่าเงินบาทจะยังเผชิญแรงกดดันด้านแข็งค่าต่อ แม้ในบางช่วงอาจมีเงินทุนไหลออกจากตลาดบอนด์ตามความไม่แน่นอนทางการเมืองไทย แต่เราคิดว่าเงินบาทน่าจะไม่แข็งค่าทะลุ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ลงมา เพราะปัจจัยในประเทศยังมีความไม่แน่นอน ทั้งเรื่องการเมือง การเลือกตั้งต้นปีหน้า และตัวเลขเศรษฐกิจ รวมถึง ธปท.เข้าไปรับซื้อดอลลาร์ในบางช่วง ซึ่งน่าจะพยุงเงินบาทไว้ได้บ้าง แต่เชื่อว่าครึ่งหลังของปี 2569 เงินบาทน่าจะกลับมาอ่อนได้”

ชี้ กนง.ต้องลดดอกเบี้ยช่วย

นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส SCB FM กล่าวว่า สิ่งที่ ธปท.ให้ธนาคารทำเพิ่มเติมเรื่องของทองคำนั้น คือ การเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องของ FX Forward Transaction เพิ่มขึ้น และให้รายงาน Transactions ที่เกี่ยวกับธุรกรรมทองคำโดยละเอียด เพื่อจะนำเอาไปศึกษาผลกระทบต่อค่าเงินบาทต่อ

“ส่วนจะช่วยแก้ปัญหาบาทแข็ง เราคิดว่า กนง.ควรต้องลดดอกเบี้ย เพื่อให้เงินบาทไม่แข็งค่าไปต่อ และอาจเข้าแทรกแซงในบางจังหวะที่เงินบาทแข็งค่าแตะระดับ Psycological Level”

“กรุงไทย” มอง Q1 แตะ 31 บาท

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ค่าเงินบาทในระยะสั้นแข็งค่าเร็วและเยอะ อย่างไรก็ดี ปกติแล้วในเดือน ธ.ค. เงินบาทก็มักจะทยอยแข็งค่าขึ้น จึงต้องยอมรับว่าโอกาสแข็งค่าขึ้นต่อก็มี

กรณีจะพลิก “อ่อนค่า” น่าจะต้องเห็นธีมดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปลี่ยนไปบ้าง เช่น ตัวเลขจ้างงานดีกว่าคาดมาก ๆ หรือธนาคารกลางอื่น ๆ เซอร์ไพรส์ตลาด อย่างไรก็ดี ในทางกลับกัน ถ้าตลาดปิดรับความเสี่ยงจากเรื่อง AI แล้วราคาทองคำขึ้นต่อ เงินดอลลาร์ย่อตัวลง โอกาสจะเห็นค่าเงินบาท 31 บาทต่อดอลลาร์ ก็เป็นแนวรับถัดไปที่อาจจะเห็นได้ในช่วงไตรมาสแรกปี 2569

มาตรการ ธปท.พอช่วยได้

“กรอบเงินบาทเป้าตอนแรกเราให้ ณ สิ้นปี 2568 ที่ 31.85 บาทต่อดอลลาร์ บวกลบประมาณ 0.25 บาทต่อดอลลาร์ แต่ดูจากล่าสุด น่าจะแข็งกว่าที่คาด หลัก ๆ คือ ราคาทองคำขึ้นเยอะกว่าคาด สมมุติราคาทองคำไปต่อ ดอลลาร์ย่ออีก สิ้นปีอาจจะเห็น 31.00-31.50 บาทต่อดอลลาร์ได้ แต่ถ้าราคาทองคำทรง ๆ ไม่ขึ้นต่อ ก็น่าจะเห็น 31.25-31.75 บาทต่อดอลลาร์ได้ ประเมินตอนนี้จะยากหน่อย เพราะว่าสัปดาห์นี้ข้อมูลเยอะ และมีธนาคารกลางประชุมหลายที่”

นายพูนกล่าวอีกว่า กรณี ธปท.ให้สถาบันการเงินรายงานธุรกรรมเกี่ยวกับทองคำนั้น มองว่าอาจจะช่วยเรื่องค่าเงินบาทได้บ้าง แต่ความสัมพันธ์มัน 2 ด้าน ทั้งเงินบาทอ่อนค่ากับแข็งค่า สิ่งที่ ธปท.โฟกัสน่าจะพยายามลดทอนผลกระทบ ลดทอนความเชื่อมโยงระหว่างราคาทองคำกับเงินบาท หรือถ้าจะให้ชัดเจนก็โฟลว์ธุรกรรมที่เกี่ยวกับทองคำและเงินบาท

“เฮดจ์ฟันด์” ร่วมเก็งกำไร

ธปท.คุมเข้มก็อาจช่วยบ้าง แต่ประเด็น คือ โฟลว์เก็งกำไรของผู้เล่นในตลาด อย่างเช่นการซื้อขายเชิงปริมาณ หรือกองทุนเฮดจ์ฟันด์ (Quant/Systematic Hedge Funds) ที่เข้ามาเก็งกำไรผ่าน Correlation Trades ด้วย ซึ่งเหล่านี้อาจจะต้องคอยติดตามว่าหลัง ธปท.คุมเข้ม ความสัมพันธ์ทองคำกับเงินบาทจะเปลี่ยนหรือไม่ หรือเปลี่ยนแบบมีนัยสำคัญหรือไม่ ถ้าเปลี่ยน Correlation Trades ก็จะลดลงไปเอง ทำให้การเก็งกำไรของ Quant/Systematic Hedge Funds ก็จะลดลง

“มีช่วงหนึ่งที่ความสัมพันธ์ลดลงจริงตอนแบงก์ชาติขู่ แต่ขู่แล้วทิ้งช่วงนาน ตอนนี้ความสัมพันธ์มันก็กลับมาสูงขึ้นบ้าง อีกส่วน คือ โฟลว์เทรดทองคำของรายย่อย เพราะเทรดทองฮิตมากขึ้นในช่วงหลัง ตรงนี้ก็มีธุรกรรม FX เกิดขึ้น ดังนั้น โดยสรุป มาตรการลดทอนผลกระทบของทองคำต่อเงินบาท จะมีประสิทธิภาพ ถ้าครอบคลุมโฟลว์ธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ได้มากที่สุดครับ ซึ่งตอนนี้ยังไม่เห็นในแบบนั้น เลยมองว่าช่วยได้บ้าง”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธปท.คุมเข้มธุรกรรมค้าทอง เหตุดันค่าเงินบาท-แข็งสุดรอบ 4 ปีครึ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...