“มีบทบาทชี้ขาดการคุ้มครองแหล่งโบราณคดีว่านโซ่วเหยียน”–เส้นทางสี จิ้นผิง(215)
“มีบทบาทชี้ขาดการคุ้มครองแหล่งโบราณคดีว่านโซ่วเหยียน”--เส้นทางสี จิ้นผิง(215)
“ต่อมา โรงงานเหล็กกล้าซานหมิงก็หยุดการระเบิดภูเขาเพื่อทำเหมืองที่บริเวณว่านโซ่วเหยียนทันที และได้ย้ายไปเลือกพื้นที่ทำเหมืองแห่งใหม่ ทั้งยังได้มอบอาคารโรงงานแปรรูปหินปูนกับภูเขาว่านโซ่วเหยียนให้แก่หน่วยงานวัฒนธรรมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย” หลี่ หลานจิ่ว ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำบริษัทเหมืองเหล็กและเหล็กกล้าซานหมิง กล่าวย้อนอดีดให้ฟัง
“ความขัดแย้งระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการคุ้มครองโบราณสถานรุนแรงมาก ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ คำสั่งของสหายสี จิ้นผิงได้ตอกย้ำท่าทีที่เด็ดขาด มีบทบาทชี้ขาดการคุ้มครองแหล่งโบราณวัตถุว่านโซ่วเหยียน” นายเฉิน จื่อเหวินกล่าว
เมื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ในวันวาน บรรดาผู้เชี่ยวชาญที่มีส่วนร่วมในการคุ้มครองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ในเวลานั้นสามารถสละประโยชน์ทางเศรษฐกิจระยะสั้น และตัดสินใจสนับสนุนการคุ้มครองแหล่งโบราณคดีได้อย่างเด็ดเดี่ยว ถ้ามิใช่ด้วยปัญญาที่เลิศล้ำและวิสัยทัศน์ยาวไกลแล้ว ก็คงไม่อาจตัดสินใจเช่นนั้นได้”
ด้วยเหตุนี้ กรมโบราณวัตถุมณฑลฝูเจี้ยนได้เชิญผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสำรวจและขุดค้นถึง 7 คณะ เพื่อตรวจสอบและยืนยันคุณค่าทางโบราณคดีของว่านโซ่วเหยียนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
มีการขุดค้นกู้คืนโบราณวัตถุ 3 ครั้ง มีโบราณวัตถุที่เป็นหินกว่า 2,000 ชิ้น และซากฟอสซิลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำนวนมาก ในถ้ำฉวนฟานยังได้พบพื้นหินที่มนุษย์ปูขึ้นเมื่อราว 40,000 ปีก่อน เป็นพื้นที่ 120 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการค้นพบครั้งแรกในประเทศ นับว่าเป็น “งานตกแต่งภายใน” ที่เก่าแก่ที่สุดของจีน
ในบรรดาสิ่งที่ขุดพบ มีแกนหินหนึ่งก้อนและเศษหินสามชิ้นที่มีอายุ 20,000-30,000 ปี หลังการตรวจสอบพบว่า เทคนิคและลักษณะตรงกับเศษหินคมที่ใช้ทุบและแกนหินที่พบในไต้หวัน ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อการศึกษาต้นกำเนิดของวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ในมณฑลฝูเจี้ยนและไต้หวัน
นายอี๋ว์ เซิงฟู่ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองโบราณวัตถุเมืองซานหมิง ผู้มีส่วนร่วมตลอดกระบวนการขุดค้นกล่าวว่า “ว่านโซ่วเหยียนเป็นแหล่งโบราณคดียุคหินเก่าประเภทถ้ำที่เป็นแบบฉบับในภาคใต้ของจีน และยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยในถ้ำยุคหินเก่าที่เก่าแก่ที่สุดแห่งแรกที่ค้นพบในภาคใต้ของจีน การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเติมเต็มช่องว่างทางโบราณคดียุคหินเก่าหลายด้านของมณฑลฝูเจี้ยน แต่ยังให้หลักฐานใหม่ที่ว่าฝูเจี้ยนและไต้หวันมีต้นกำเนิดทางวัฒนธรรมร่วมกันในยุคก่อนประวัติศาสตร์”
การขุดค้นแหล่งโบราณคดีว่านโซ่วเหยียน ทำให้ประวัติศาสตร์กิจกรรมของมนุษย์โบราณในฝูเจี้ยนถูกถอยไปไกลถึง 185,000 ปีก่อน ในขณะที่ก่อนหน้านี้ หลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่พบเกี่ยวกับกิจกรรมมนุษย์ในฝูเจี้ยนนั้นมีเพียงราว 10,000 ปี
“ทางเหนือมีโจวโข่วเตี้ยน ทางใต้มีว่านโซ่วเหยียน” แหล่งโบราณคดีว่านโซ่วเหยียนจึงเลื่องลือไปไกล
เดือนกรกฎาคม ปี 2021 การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 44 จัดขึ้นที่เมืองฝูโจวด้วยความสำเร็จ นี่เป็นครั้งที่สองที่จีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก หลังจากครั้งแรกจัดขึ้นที่เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู เมื่อปี 2004 ในการประชุมครั้งนี้ “เฉวียนโจว:ศูนย์กลางการค้าทางทะเลของโลกในสมัยราชวงศ์ซ่งและหยวนของจีน”ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
ด้วยเหตุนี้ มรดกโลกของมณฑลฝูเจี้ยนจึงเพิ่มเป็น 5 แห่ง ได้แก่ “ภูเขาอู่อี๋ซาน”:มรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ, “ฝูเจี้ยนถู่โหลว”หรือตึกดินฝูเจี้ยน: มรดกโลกทางวัฒนธรรม, “เกาะกู่ล่างอี่ว์:แหล่งตั้งถิ่นฐานระหว่างประเทศทางประวัติศาสตร์” ,“เฉวียนโจว:ศูนย์กลางการค้าทางทะเลของโลกในสมัยราชวงศ์ซ่งและหยวนของจีน” และ “ธรณีสัณฐานตันเสีย” (ไท่หนิง มณฑลฝูเจี้ยน):มรดกโลกทางธรรมชาติ” ส่งผลให้ฝูเจี้ยนก้าวเข้าสู่กลุ่ม “มณฑลสำคัญด้านมรดกโลก” ของจีน
แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)
ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่