เช็คลิสต์! 2 หุ้นเด่น รับผลบวกเพิ่มเงินสมทบประกันสังคม
สำนักงานประกันสังคม มีการปรับฐานเพดานเงินเดือนเพื่อคำนวณเงินสมทบใหม่ ทำให้ผู้ประกันตนต้องจ่ายเพิ่มขึ้น (จากเดิมสูงสุด 750 บาท เป็น 875 บาทต่อเดือน สำหรับผู้มีเงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป) มีผลในสิ้นเดือน ม.ค.2569 เป็นเดือนแรก ตามโครงสร้างเงินสมทบใหม่
บล.เอเซีย พลัส ให้มุมมองต่อการเพิ่มเงินสมทบเงินประกันสังคมว่า เมื่อเงินกองทุนประกันสังคมมีรายรับมากขึ้น มักจะนำไปสู่การปรับเพิ่มค่าหัว หรือค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายให้กับโรงพยาบาลคู่สัญญานั้น ๆ ซึ่งเป็นรายได้หลักของโรงพยาบาลเอกชนในระบบประกันสังคม เลือกหุ้น BCH, CHG
แผนการปรับฐานเงินเดือนสูงสุดแบบขั้นบันไดปี 2569-2575
สำนักงานประกันสังคมเตรียมดำเนินการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญด้วยการ ปรับเพิ่มฐานเงินเดือนสูงสุดที่ใช้ในการคำนวณเงินสมทบ ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนหลังจากที่ใช้ฐานเดิมมาเป็นระยะเวลานาน โดยแผนการปรับเปลี่ยนนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก เพื่อลดผลกระทบและให้ผู้ประกันตนได้ปรับตัว
ยุคเปลี่ยนผ่านจากฐานเดิมสู่เพดานใหม่
ตามโครงสร้างเดิมที่คุ้นเคยกัน สำนักงานประกันสังคมกำหนดฐานเงินเดือนสูงสุดไว้ที่ 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งส่งผลให้ผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป จะต้องจ่ายเงินสมทบสูงสุดอยู่ที่ 750 บาทต่อเดือน อย่างไรก็ตาม แผนการใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเริ่มขยับเพดานนี้ขึ้นเป็นลำดับ
กางโรดแมปการปรับฐานเงินสมทบ 3 ระยะ
การปรับเพิ่มเพดานเงินเดือนและยอดเงินสมทบสูงสุด
- ระยะที่ 1 (เริ่มปี 2569): ปรับฐานเงินเดือนสูงสุดเพิ่มเป็น 17,500 บาท ส่งผลให้ยอดเงินสมทบสูงสุดขยับขึ้นไปอยู่ที่ 875 บาทต่อเดือน
- ระยะที่ 2 (เริ่มปี 2572): ปรับฐานเงินเดือนสูงสุดเพิ่มเป็น 20,000 บาท ส่งผลให้ยอดเงินสมทบสูงสุดขยับขึ้นไปอยู่ที่ 1,000 บาทต่อเดือน
- ระยะที่ 3 (เริ่มปี 2575): ปรับฐานเงินเดือนสูงสุดเพิ่มเป็น 23,000 บาท ซึ่งจะทำให้ยอดเงินสมทบสูงสุดแตะระดับ 1,150 บาทต่อเดือน
การปรับฐานเงินเดือนในลักษณะนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทุกคนเท่ากัน แต่จะกระทับเฉพาะผู้ที่มีรายได้สูงกว่าฐานเดิม (15,000 บาท) โดยตรง สำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยกว่าเพดานในแต่ละช่วง จะยังคงจ่ายเงินสมทบในอัตราเดิมคือ 5% ของเงินเดือนจริง