นายกฯยัน "ปอยเปต" เป้าความมั่นคง กองทัพไม่เคยยิงมั่ว มั่นใจ รบ.ไม่กลัวสแกมเมอร์
อนุทินยัน “ปอยเปต” เป็นเป้าความมั่นคง กองทัพไม่เคยยิงมั่ว ลั่นรัฐบาลไม่เกรงใจสแกมเมอร์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ออกรายการโหนกระแส ที่ชี้แจงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลไทยไม่ทำลายปอยเปตทั้งที่มีโอกาส เพราะมีนักการเมืองเป็นเจ้าของกาสิโนที่ปอยเปต หรือแม้แต่มีเรื่องสแกมเมอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ว่าปอยเปตก็ถูกเราโจมตีเหมือนกัน และอีกหลายที่ด้วย เพราะทางการทหารถือว่าเป็นเป้าหมายที่เป็นภัยต่อความมั่นคงต่อประเทศเรา อย่าไปมองว่าเป็นอาคาร โรงแรม บ่อน หรือกาสิโน
ในนั้นบางที่เป็นเปลือกครอบศูนย์ปฏิบัติการสแกมเมอร์ เอาไว้ควบคุมอาวุธร้ายแรง ไม่ใช่ว่าทางกองทัพอยากจะยิงไปที่ไหนโดยไม่สนใจเป้าหมาย เราไม่เคยยิงมั่ว แต่ตอบโต้ไปยังจุดที่ถ้าเราทิ้งจุดนั้นไว้ประเทศเราจะเป็นอันตราย
วันนี้ผมเป็นนายกฯ กล้าพูดว่ารัฐบาลที่มีผมเป็นหัวหน้ารัฐบาลจะไม่มีความเกรงใจ เกรงกลัวใด ๆ ต่อการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือสแกมเมอร์แม้แต่น้อย คิดว่าจะได้อยู่ 4 เดือน แต่จริง ๆ อยู่ได้ 2 เดือนกว่า ก็ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่
ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกองทัพ ร่วมกันใช้มาตรการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์เต็มที่ ทั้งยึดอายัดทรัพย์สินประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง ถอนสัญชาติคนที่ไม่พึงประสงค์หลายคน เพราะมีความพัวพันกับสแกมเมอร์ ซึ่งกรณีนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือเบน สมิธ ยังไม่ได้สัญชาติไทย และรัฐบาลยังไม่ได้ให้สัญชาติ ยืนยันว่าเรื่องนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเต็มที่
“ถ้าเรามีความเกรงใจ หรืออยู่ภายใต้อิทธิพลอาชญากรเหล่านี้ เราคงทำไม่ได้ถึงขนาดนี้ วันนี้สิ่งที่ฝ่ายประจำต้องการคือ ได้รับการสนับสุนนจากรัฐบาล ไม่ใช่ไปเทเขา แต่ต้องให้ความเชื่อมั่น และช่วยเสริมศักยภาพ จึงออกมาแบบที่เห็นว่าไม่เคยมีการดำเนินการได้มากขนาดนี้มาก่อน ผมไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ แต่มอบนโยบายให้ปราบให้สิ้นซาก มีคำว่าปิดชื่อดูพฤติกรรม
เพราะถ้าเห็นชื่อก่อนคนจะวิ่งหนีไม่อยากทำ แต่รัฐบาลผมไม่มีคำว่าการเมือง มีแต่คำว่าผิดกฎหมายหรือถูกกฎหมาย เปิดมาแจ็กพอตคนไหนสำนวนไปถึงก็ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ไม่เคยมีโทรศัพท์จากใครในแวดวงของผมที่จะ โทร.มาบอกเบา ๆ หน่อย ช้า ๆ หน่อย ไม่มี โทร.มาขอ เพราะเขาทราบดีว่าเรื่องขอแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น
และผมไม่เคยรู้สึกหนักใจ ไม่เคยกลุ้มใจนอนไม่หลับ ว่าขอมาแล้วไม่ทำให้ เพราะผมวางตัวว่าคนที่จะมาขอผมเรื่องแบบนี้ อย่าดีกว่า เพราะเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลนี้ไม่มีคำว่าการเมือง มีแต่คำว่าผิดกฎหมาย และถูกกฎหมาย” นายกฯกล่าว
ส่วนที่มีภาพถ่ายร่วมเฟรมกับนายเบน สมิธ นายกฯกล่าวว่า ถ้าคนที่ถูกดำเนินคดีมีภาพถ่ายร่วมกันไม่ได้ ผมว่ามีอีกเยอะ คงไม่สามารถไปเปรียบตรงนั้นได้ คนที่ถูกดำเนินคดีเราจะไปสาดโคลนใส่เขาอย่างที่บางคนชอบทำไม่ได้ ผมยึดถือกระบวนการยุติธรรม ไปถึงคนไหนก็คนนั้น จะบอกว่าห้ามรู้จักเลยก็ไม่ได้ อย่างรูปที่ถูกเอามาลงก็เกิดขึ้นหลังจากที่แถลงยึดทรัพย์ แถลง 3 โมง 4 โมงรูปออกมาเลย แต่รูปนั้นผมสบายมาก เพราะเกิดขึ้นปี 2557
วันนั้นนายเบน สมิธ ถูกแนะนำให้รู้จักกัน พบกันครั้งแรก เขามาลงทุนในประเทศไทย และเมื่อปี 2557 ช่วงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผมไม่มีตำแหน่งหรืออำนาจทางการเมือง ส่วนเรื่องจะได้หรือไม่ได้สัญชาติอยู่ที่พฤติกรรม ซึ่งกรณีนายเบน สมิธ ที่ไม่เซ็นให้สัญชาติ เพราะนายเบน สมิธ มีหลายสัญชาติ ซึ่งกฎหมายไทยจะต้องเหลือสัญชาติเดียว
ส่วนเรื่องคดีความขึ้นอยู่กับกระบวนการ ย้ำว่าเราต้องยึดกฎหมาย ใครจะทำอะไรก็แล้วแต่ ถ้ากฎหมายถูกต้องก็ผ่าน แต่ถ้ากฎหมายบอกว่าทำไม่ได้ก็ต้องขยายผล และดำเนินการต่อไปจนถึงจุดสิ้นสุดคดี
ส่วนที่มีการพูดกันว่ามีทุนของนักการเมืองไทยลงทุนในปอยเปต นายกฯกล่าวว่าได้ยินแต่ข่าวเหมือนกัน แต่สมมุติถ้าเขาไปลงทุนในประเทศนั้นแล้วไม่ได้ผิดกฎหมาย เราก็ทำอะไรไม่ได้ ได้ยินมาแล้วใครยอมรับ นักการเมืองต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน แต่ในบัญชีทรัพย์สินก็ไม่มีตรงนี้
แต่ถ้าผิดกฎหมายมาเปิดเป็นฐานในประเทศไทยแบบนี้โดน เราใช้เส้นทางโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน มีหลักฐานปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ญาตินักการเมืองก็โดนทุกคน ไม่มีเว้นใครแม้แต่คนเดียว ผมง่ายมาก เพราะไม่ดูชื่อเลย แต่ดูสำนวน เปิดชื่อมาเจอใครก็คนนั้น ดำเนินการต่อได้เลย สมมุติเป็นรัฐมนตรีในคณะของผมอยู่ ถ้าเจอจะยิ่งซ้ำ เพราะถือว่าหลอกลวงประชาชน ดังนั้น ประชาชนไม่ต้องมีความกังวลเรื่องนี้เลย แต่จะไปใช้ให้คนมาชี้นิ้วอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีกระบวนการยุติธรรมมาประกอบด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯยัน “ปอยเปต” เป้าความมั่นคง กองทัพไม่เคยยิงมั่ว มั่นใจ รบ.ไม่กลัวสแกมเมอร์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net