โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ฉลองวันเกิด” ตามปฏิทินสากลเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 4

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 06 พ.ย. 2568 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2568 เวลา 08.07 น.
พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 (ภาพจาก Wikimedia Commons)

การ “ฉลองวันเกิด” ตามปฏิทินสากล “สุริยคติ” เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 4

คนไทยสมัยโบราณไม่ได้ยึดถือคติ “ฉลองวันเกิด” เป็นเรื่องจริงจังเหมือนคนสมัยปัจจุบัน ที่หากมีคงจะเป็นส่วนน้อย แล้วก็จะยึดวันเดือนปีตามปฏิทิน “จันทรคติ” คือข้างขึ้น ข้างแรม บ้างก็นับเอาข้างขึ้น ข้างแรมนั้น เป็นวันครบรอบอายุเพิ่มอีก 1 ปี บ้างก็นับเอาวันขึ้นปีใหม่ไทยในช่วงสงกรานต์ เป็นหลักยึดว่าแก่ขึ้นอีก 1 ปี

ดังที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงอธิบายไว้ว่า

“แต่เรื่องทำบุญวันเกิดในประเทศสยามนี้ไม่เป็นแบบอย่างเหมือนเช่นเมืองจีนหรือประเทศยุโรป ดูไม่ใคร่มีผู้ใดถือว่าจำจะต้องทำอย่างไรในวันเกิดของตัว มักจะนิ่งเลยๆ ไปหรือไม่รู้สึกโดยมาก

เมื่อเวลาเด็กๆ ที่เป็นเจ้านายบางทีก็มีสมโภช แต่สมโภชนั้น ก็ตามวันจันทรคติซึ่งนับบรรจบรอบ แต่ดูก็ทำแต่เมื่อเด็กๆ โตขึ้นก็ไม่ใคร่ได้ทำ ถ้าเป็นคนไพร่ๆ แล้วไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่รู้สึกเกือบทั้งนั้น เพราะเหตุว่าการที่นับอายุมากขึ้นไปอีกปีหนึ่งนั้น ไปนับเสียแต่เมื่อเดือนห้าขึ้นค่ำหนึ่ง หรือเถลิงศกขึ้นศักราชใหม่ ว่าเป็นอายุมากขึ้นไปอีกปีหนึ่ง…”

แต่แนวคิดการ “ฉลองวันเกิด” ก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อสยามได้เปิดรับวัฒนธรรมและวิทยาการจากตะวันตกมากขึ้น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

รัชกาลที่ 5 ทรงอธิบายว่า “การทำบุญวันเกิดทุก ๆ ปี ในเมื่อบรรจบรอบตามทางสุริยคติกาล เช่นทำกันทุกวันนี้เกิดขึ้นโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทำเป็นต้นเดิมมาแต่ยังทรงผนวช…”

รัชกาลที่ 4 ทรงเชี่ยวชาญการคำนวณวันเดือนปีตามปฏิทิน “สุริยคติ” คือการนับวันเดือนปีอย่างที่ใช้กันในปัจจุบัน ต่อมา เมื่อทรงครองราชย์แล้วจึงโปรดให้มีพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ที่กระทำในเดือนตุลาคมเป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม ผู้คนโดยมากไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องวันเดือนปีตามปฏิทิน “สุริยคติ” เพราะสังคมไทยสมัยนั้นยังผูกพันกับปฏิทิน “จันทรคติ” มากกว่า ดังนั้น พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาในรัชกาลที่ 4 จึงทำเป็นการส่วนพระองค์ ไม่ได้เปิดเผยให้ผู้ใดรับรู้มากนัก

รัชกาลที่ 5 ทรงเล่าไว้อีกว่า เมื่อรัชกาลที่ 4 ทรงทราบว่ามีผู้ทำบุญแซยิดวันเกิดตามปฏิทิน “จันทรคติ” ก็ทรงทนไม่ได้ จึงแนะนำให้ทำตามปฏิทิน “สุริยคติ” นอกจากนี้ รัชกาลที่ 5 ยังทรงเล่าว่า พระราชบิดายังได้ทรงคำนวณวันเกิดตามปฏิทิน “สุริยคติ” พระราชทานให้หลายคนอีกด้วย

“ข้าพเจ้าได้ยินเองเนืองๆ เมื่อจวนผู้ใดจะทำบุญวันเกิด เห็นเคยเข้ามา กราบทูล ทรงคำนวณวันพระราชทานบ่อยๆ เพราะการที่นับวันฝรั่งนั้น อยู่ข้างจะไม่มีใครทราบเหมือนทุกวันนี้…”

ภายหลังเมื่อคติการนับวันเดือนปีตามปฏิทิน “สุริยคติ” เริ่มแพร่หลาย การพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาจึงมีธรรมเนียมปฏิบัติรับรู้กันมากขึ้น

การ “ฉลองวันเกิด” ในสมัยนั้นจึงมักทำบุญทำทานเป็นหลัก โดยให้ยึดวันเกิดนี้เป็นเครื่องเตือนใจของการใช้ชีวิตโดยไม่ประมาท ดังที่รัชกาลที่ 5 ทรงเล่าถึงแนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 4 ไว้ ความว่า

“การซึ่งมีอายุมากถึงบรรจบครบรอบปีไม่ตายไปเสียก่อนเป็นลาภอันอุดมอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ควรยินดี เมื่อผู้มารู้สึกยินดีเช่นนั้น ก็ควรจะบำเพ็ญกุศลซึ่งเป็นประโยชน์ตนและผู้อื่น สมกับที่มีน้ำใจยินดี และควรที่จะทำใจให้เป็นที่ตั้งแห่งความไม่ประมาท ด้วยไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่า จะอยู่ไปบรรจบรอบปีเช่นนี้อีกหรือไม่ ควรที่จะบำเพ็ญการกุศล และประพฤติหันหาสุจริตธรรม

วันเกิดปีหนึ่งเป็นเครื่องเตือนใจครั้งหนึ่ง ให้รู้สึกว่าอายุล่วงไปใกล้ต่อความมรณะอีกก้าวอีกคั่นหนึ่ง เมื่อรู้สึกมีเครื่องเตือนเช่นนี้ ก็จะได้บรรเทาความเมาในชีวิต ซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทเป็นตัวอกุศลกรรมนั้นเสีย…”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

นนทพร อยู่มั่งมี. “ฉลองราชย์ เฉลิมพระชนมวาร” ใน, ศิลปวัฒนธรรม. ฉบับกรกฎาคม 2567.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ฉลองวันเกิด” ตามปฏิทินสากลเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 4

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...