โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอุตุฯเตือนพายุ “คัลแมกี” พื้นที่เสี่ยง-กทม. ฝนตกหนักกว่า 90 มิลลิเมตร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 พ.ย. 2568 เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2568 เวลา 07.41 น.
ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

กรมอุตุนิยมวิทยาแถลงสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” เตือนพื้นที่อีสานตอนล่างระวังฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลัน 7-9 พ.ย.นี้ ส่วนพื้นที่อื่น หลายจังหวัดในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดมีฝนตกหนัก 35-90 มิลลิเมตร เสี่ยงท่วมฉับพลัน

วันนี้ (6 พ.ย. 2568) เมื่อเวลา 10.30 น. กรมอุตุนิยมวิทยา จัดแถลงข่าวสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” (KALMAEGI) ณ ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 กองพยากรณ์อากาศ อาคาร 50 ปี อุตุนิยมวิทยา โดยมี ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นผู้ให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนเกี่ยวกับแนวโน้มการเคลื่อนตัวของพายุและผลกระทบต่อประเทศไทยในช่วงวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2568

ดร.สุกันยาณี เปิดเผยว่า พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามช่วงวันที่ 6-7 พฤศจิกายน ก่อนอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชั่น เคลื่อนผ่านประเทศลาวเข้าสู่จังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568

ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น โดยพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักมาก (มากกว่า 90 มิลลิเมตร) อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และนครราชสีมา

นอกจากนี้ หลายจังหวัดในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่าจะมีฝนตกหนัก 35-90 มิลลิเมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอาจสูงมากกว่า 3 เมตรในพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง จึงแนะนำให้เรือเล็กงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 6-7 พฤศจิกายน

กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยง ติดตามข้อมูลสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ www.tmd.go.th หรือสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง

เตือน 10 จว.รวม กทม. รับมือน้ำเหนือ

ทางด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 10 จังหวัดภาคกลางและกรุงเทพฯ เตรียมรับมือน้ำเหนือ หลังกรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็นไม่เกิน 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลระดับน้ำท้ายเขื่อนอาจสูงขึ้นอีก 0.60-0.90 เมตร เสี่ยงน้ำล้นในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะที่จังหวัดอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี และชัยนาท พร้อมสั่งทุกพื้นที่เร่งตรวจแนวคันกันน้ำ เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับประชาชน ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น และหากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน LINE ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยได้ที่แอปพลิเคชั่น “THAI DISASTER ALERT” ทุกที่ ทุกเวลา

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

“ชัชชาติ” ชี้ กทม.เจอ 3 ปัจจัยเสี่ยงพร้อมกัน

วันเดียวกัน ที่ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงาน ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้ยังไม่หมดปัญหาเรื่องน้ำท่วม สถานการณ์ในสัปดาห์หน้าจะเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดที่สุด

เนื่องจากจะเผชิญกับปัจจัยน้ำ 3 ด้านพร้อมกัน ปัจจัยแรกคือ น้ำทะเลหนุนสูงสุดในช่วงเวลานั้น ปัจจัยที่สองคือ อิทธิพลของพายุ (คัลแมกี) ซึ่งทำให้เกิดคล้ายกับ Storm Surge โดยส่งผลให้น้ำในทะเลจีนใต้และอ่าวไทยสูงขึ้น ระดับน้ำในวันนี้สูงกว่าเมื่อวานเกือบ 45 เซนติเมตร ซึ่งทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายกตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ส่วนปัจจัยที่สามคือ น้ำเหนือ ซึ่งมีการปล่อยออกมาในปริมาณมาก

โดยคาดว่าน่าจะสูงที่สุดในปีนี้แล้วที่ 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนในเรื่องฝนนั้น ขณะนี้ร่องมรสุมได้ลงไปอยู่ใต้กรุงเทพฯ ในช่วงสองวันที่ผ่านมาทำให้มีฝนตกหนัก แต่ขณะนี้ลมหนาวเริ่มดันลงมาแล้ว อย่างไรก็ตาม หากปัจจัยน้ำทั้งสามส่วนนี้มาบรรจบกันก็ยังคงมีปัญหาในการบริหารจัดการอยู่

นายชัชชาติกล่าวว่า หัวใจสำคัญที่สุดในการป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพฯ คือ การเรียงกระสอบทราย จึงได้สั่งการให้ทุกเขตและทุกสำนักไปเน้นเรื่องความแข็งแรงของกระสอบทราย และเน้นในจุดที่ยังมีความอ่อนแอ เพราะระดับน้ำอาจจะสูงขึ้น พร้อมทั้งให้ดูแลชุมชนที่อยู่นอกคันน้ำด้วย เช่น ชุมชนโรงสี และชุมชนวัดเทวราชฯ ซึ่งอาจมีน้ำรั่วซึมขึ้นมาได้

กรมอุตุฯ : คำเตือน

  • 7 พ.ย. ฝนเพิ่ม-ตกหนักหลายพื้นที่ในภาคอีสาน
  • 8-9 พ.ย.กระทบต่อภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และ กทม. เฝ้าระวัง ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
  • 11-12 พ.ย. ฝนเริ่มลดลง แต่ยังมีบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้
  • เกษตรกรที่กำลังเก็บเกี่ยวหรือตากผลผลิต ควรเร่งป้องกันความเสียหายจากฝนในระยะนี้
  • ภาคใต้ โดยเฉพาะฝั่งอันดามัน (ช่วง 6-9 พ.ย. 68) จะมีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางแห่งพร้อมคลื่นลมที่มีกำลังแรงขึ้น โดยเฉพาะ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา
  • ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินเรือ
กรมอุตุฯอัพเดตเส้นทางพายุคัลแมกี(KALMAEGI)
กรมอุตุฯอัพเดตเส้นทางพายุคัลแมกี
กรมอุตุฯ-จังหวัดที่จะได้รับผลกระทบจากพายุคัลแมกี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมอุตุฯเตือนพายุ “คัลแมกี” พื้นที่เสี่ยง-กทม. ฝนตกหนักกว่า 90 มิลลิเมตร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...